<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.6.3" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>Asia Webpro Blog</title>
	<link>http://blog.asiawebpro.com</link>
	<description>{ E-Commerce : E-Marketing : SEO : Tech News : Make Money Online }</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Apr 2009 01:30:14 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>5 ธนาคารใหญ่อยู่ในมือถือคุณ กับ AIS Mobile Banking</title>
		<description>

ครั้งแรกที่ 5 ธนาคารใหญ่อยู่ในมือถือคุณ กับ AIS Mobile Banking บริการพิเศษเหนือใครสำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น

การ ร่วมมือกันครั้งแรกของประเทศไทยระหว่าง AIS ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่ที่สุดในประเทศ กับ 5 ธนาคารชั้นนำของไทยที่จะทำให้คุณรู้สึกเสมือนมีธนาคารส่วนตัวไปกับคุณ และช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณทำธุรกรรมทางการเงินได้ทุกที่ ทุกเวลา จากโทรศัพท์มือถือของคุณเอง

โดยในวันนี้ลูกค้าเอไอเอสกว่า 27 ล้านคน และลูกค้า 5 ธนาคารชั้นนำอีกกว่า 40 ล้านคนทั่วประเทศไทย สามารถทำธุรกรรมการเงินบนโทรศัพท์มือถือผ่านบริการ AIS Mobile Banking ในเครือข่ายอุ่นใจเอไอเอสที่ใหญ่ที่สุดได้มากถึง 5 ธนาคารได้แก่ ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.ทหารไทย ธ.กรุงไทย ธ.กรุงเทพ และ ธ.กสิกรไทย

ไม่ ว่า จะเช็คยอดเงินในบัญชี โอนเงินธนาคารเดียวกันหรือต่างธนาคาร หรือชำระเงินค่าสินค้าและบริการ ก็ทำได้สะดวกทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง
สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ ธ.ไทยพาณิชย์ ...</description>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/2009/04/05/5-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Bualuang iBanking on mobile</title>
		<description>


You  can now access Bualuang iBanking on your mobile phone browser.
 
Just like Bualuang iBanking on your PC, you can now use your mobile phone to check your account balance, transfer funds, top up your mobile phone credit and pay your bills.
 
There is no additional signup or registration ...</description>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/2009/04/05/bualuang-ibanking-on-mobile/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ฝากเงินครึกครื้น&#8230;เที่ยวไทยคึกคัก กับ ธ.กรุงศรี</title>
		<description>เพียงเปิดบัญชีเงินฝากประจำกรุงศรี เซฟเวอร์ พลัส ( 6 เดือน) หรือบัญชีเงินฝากประจำกรุงศรี ปลอดภาษี 24 เดือน
ขั้นต่ำ 15,000 บาท และทำการฝากเงิน 2 เดือนแรกติดต่อกัน
รับฟรี  แพยาง WOW Summer มูลค่า 400 บาท
ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม - 30 เมษายน 2552 


 </description>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/2009/03/28/%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99/</link>
			</item>
	<item>
		<title>6 วิธีเก็บเงินให้อยู่</title>
		<description>1. เปิดบัญชีธนาคารให้เหมาะ
บรรดานักเรียนต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพ แน่นอนที่ต้องรับเงินเดีอนจากพ่อแม่ แนะนำให้เปิดบัญชี ATM ในสาขาของกรุงเทพ เพราะถ้าเปิดบัญชีที่สาขาต่างจังหวัด ต้องเสียค่าบริการเวลามากดข้ามเขต อีก 30 บาท ก็คิดดูสิ ว่า ปีหนึ่งเสียเงินตรงนี้ไปเท่าไร

2. เงินเราไปไหน
ให้ถามตัวเองบ่อยๆเวลาใช้เงิน  ทำบัญชีรายรับรายจ่าย  เก็บบิลเวลาซื้อของ  แล้วเอาสมุดเงินฝากไปอัพเดตเพื่อเช็คยอดล่าสุด

3.อยู่ห่างๆเพื่อนมือเติบ
เลือกเพื่อนที่ติดดินบ้าง  ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย  ถ้าเพื่อนกินของแพงเราอาจต้องแชร์กันออกมากเป็นพิเศษ

4.ระวังเรื่องของบิลโทรศัพท์
ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นส่วนที่ใหญ่สุดของหนุ่มสาว ให้ตั้งเตือนเป็นนาทีก็ได้  หรือเลือกโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับตัวเราที่สุด

5.ใช้สิทธิของเราให้คุ้ม
เช่นการใช้บัตรนักเรียนในการเป็นส่วนลดต่าง   คูปองลดราคาต่างๆ เพื่อเป็นการประหยัดเงิน

6. ออมเงินรายเดือน
เก็บเงิน  10  % ของเงินที่ได้รับจากพ่อแม่เป็นแบบฝากประจำไว้เลย  แล้วพอเราเรียนจบเราจะมีเงินก้นถุงพอสมควรเลย  </description>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/2009/03/18/6-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88/</link>
			</item>
	<item>
		<title>จัดสำรับการลงทุน</title>
		<description>ในช่วงชีวิตของคนเรา นึกดูให้ดีๆ เราได้จัดสำรับสำหรับตัวเราเองมาโดยตลอด ที่เห็นอย่างชัดเจน ได้แก่ การจัดสำรับอาหารว่า อาหารแต่ละมื้อ เราจะทานอะไรที่จะเหมาะสมกับตัวเราเอง และไม่ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม อีกทั้งจะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ฉันใดฉันนั้น ในเรื่องการลงทุน เราก็ต้องจัดสำรับการลงทุน ให้ตัวเราเองเช่นกัน เพื่อให้เงินทองของเราทำหน้าที่ให้เรา อย่างเหมาะสมไม่เกิดเป็นผลร้ายกับตัวเรานั่นเอง 

 การจัดสำรับการลงทุน สำหรับคนแต่ละช่วงอายุ จำเป็นต้องมีความแตกต่างกันไป คนที่อายุยังน้อย มีความสามารถ ในการรับความเสี่ยงได้สูง ถ้าเปรียบเทียบกับสำรับอาหารก็เปรียบได้ว่า ทานอาหารได้ทุกรส เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม แต่พออายุมากขึ้น ความสามารถ ในการรับอาหารทุกอย่างก็จะลดลง เหลือเป็นทานอาหารได้บางประเภท เนื่องจากสภาพร่างกายไม่เหมือนตอนวัยเด็กแล้ว 

ดังนั้น เมื่ออยู่ในวัยเริ่มต้นทำงานหาเงินมา ได้ก็ต้องแบ่งไปออม เมื่อออมเป็นเงินก้อน ก็ต้องรู้จักจัดสรรแบ่งเงิน เพื่อจะนำไปลงทุนต่ออย่างสร้างสรรค์ นี่คือ การจัดสำรับการลงทุน นั่นเอง โดยวัยเริ่มต้นทำงานจะสามารถเสี่ยงได้สูง โดยนำเงินไปลงทุนในตราสารหุ้นทุน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงได้ถึง 90% และส่วนที่เป็นเงินฝากและตราสารหนี้แค่ 10%

แต่เมื่ออายุมากขึ้น สำรับการลงทุนก็จะแปร ...</description>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/2009/03/18/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ลงทุนให้เหมาะกับวัฏจักรของชีวิต</title>
		<description>หลังจากได้เข้าฟังข้อมูลจากกองทุนต่างประเทศแห่ง หนึ่งที่พูดให้ฟังว่า ผู้ออมเงินในกองทุน เช่นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในต่างประเทศนั้น มีโอกาสได้เลือกนโยบายการลงทุนให้เหมาะสมกับตนเองได้ ทำให้คิดว่า ถ้ากองทุนในประเทศไทยเปิดโอกาสให้ผู้ออมเงินเหล่านั้นได้มีโอกาสเลือกนโยบาย การลงทุนบ้างก็จะดี เพราะการลงทุนในรูปแบบเดียวนั้น อาจไม่เหมาะสมกับตัวเอง เพราะตัวเองเป็นคนชอบเสี่ยง และมองว่าการลงทุนในหุ้น จะเป็นการลงทุนที่จะได้รับผลตอบแทนดี สู้กับอัตราเงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี

ในขณะเดียวกันนั้น ถ้าผู้ออมเงินไว้ในกองทุนเพื่อเป้าหมายที่จะมีเงินไว้ใช้ในยามหลังเกษียณ ซึ่งนับว่าเป็นการออมเงินในระยะยาวไม่น้อยกว่า 20 ปีนั้น ใส่ใจเงินของตนเองและศึกษาข้อมูลความรู้ของกองทุนที่บริหารเงินของเรามีให้ อยู่อย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้มีความเข้าใจและสามารถเลือกนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับตัวเองได้ อย่างถูกต้องเหมาะสม

แต่เมื่อมาพิจารณาถึงตัวเลขสถิติของประเทศสหรัฐ อเมริกานั้นก็น่าสนใจว่า ถึงแม้ว่าจะมีการเปิดโอกาสให้ผู้ออมได้เลือกนโยบายการลงทุนได้นั้น แต่ 80% ของผู้ที่เลือกนโยบายการลงทุนเมื่อได้ ตัดสินใจเลือกไปแล้วกลับไม่ได้มีการพิจารณาปรับนโยบายการลงทุนเมื่ออายุมาก ขึ้น เช่น เมื่อตอนอายุ 30 ปี เลือกนโยบายการลงทุนที่มีการลงทุนในหุ้นสูงถึง 40% ที่เหลือ 60% เป็นการลงทุนในเครื่องมือการลงทุนอื่นๆ ที่มีความมั่นคง แต่เมื่อผ่านไป 10 ปี วันนี้อายุ 40 ปี ก็ยังคงใช้นโยบายการลงทุนแบบเดิมที่มีการลงทุนในหุ้นสูงถึง 40% อยู่เช่นเดิม แบบนี้อาจจะเป็นการไม่เหมาะสมนัก ...</description>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/2009/03/18/%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/</link>
			</item>
	<item>
		<title>7กฎ ปรับพฤติกรรม ช่วยบุตรหลานฉลาดใช้เงิน</title>
		<description>" คุณสามารถยืดหยุ่นกับการปรับพฤติกรรมใช้เงินของบุตรหลาน โดยไม่ทำให้พวกเขาเสียโอกาส ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบได้หรือไม่? "
 เป็น คำถามที่ Fund Tips คิดว่าน่าจะดึงดูดใจให้ผู้ปกครองคนไทยอยากได้รายละเอียดไว้เป็นแนวทางมาลอง ปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่ง ยีน ชาทสกี้ นักเขียนมือโปรจาก "มันนี่" นิตยสารการเงินชั้นนำของสหรัฐ ได้หยิบยกขึ้นมาให้ขบคิด พร้อมคำตอบที่น่าสนใจจนอยากติดตาม 



ทุกวันนี้มีผู้ใหญ่บางกลุ่มในสหรัฐ และในอีกหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย ทำทุกอย่างและให้ทุกสิ่งแก่บุตรหลานจนมากเกินไป จนอาจกลายเป็นการทำลายโอกาสที่พวกเขา ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่จะได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในการใช้เงิน ชาทสกี้ เชื่อว่าผู้ปกครองทุกคนในทุกยุคทุกสมัย ต้องการให้บุตรหลานของตัวเองมีความสุข และช่วยให้พวกเขารู้จักตัวเองและรู้จักค่าของเงินมากขึ้น



จูเลียต บี.ชอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากบอสตัน คอลเลจ เจ้าของงานเขียน "Born to Buy" เห็นด้วยกับชาทสกี้ว่าการปล่อยให้เด็ก ๆ เน้นบริโภคสิ่งไม่ก่อเกิดประโยชน์ อาจทำให้พวกเขาเสียสุขภาพจิตและสุขภาพกายได้ และจากการสำรวจจากเด็กกลุ่มตัวอย่าง 300 คน ในระดับการศึกษาเกรด 5 และ 6 พบว่า เด็กเหล่านี้ไม่สามารถผละจากวิดีโอเกม ทีวี หรืออินเทอร์เน็ต ...</description>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/2009/03/18/7%e0%b8%81%e0%b8%8e-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%95/</link>
			</item>
	<item>
		<title>อายุ 20 จัดสรรเงินอย่างไร</title>
		<description>"อะไรที่เราไม่ รู้ก็จะไม่ทำให้เราเจ็บ" อาจเป็นประโยคที่ใช้ได้ กับหลายเรื่องหลายคน แต่สำหรับ "การวางแผนเพื่อการเกษียณอายุแล้ว หากเราไม่รู้ ก็จะยิ่งทำให้เราเจ็บ"  

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเดือนกันยายน ที่จะมีคนเกษียณอายุกันแล้ว ยิ่งพบว่า หลายคนเริ่มรู้สึกเจ็บปวด และเป็นกังวลแล้วว่า แล้วจะอยู่อย่างมั่นคง และเป็นสุขหรือไม่ อย่างไร เพราะยังต้องใช้เงินไปอีกนาน โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล ที่เราจำเป็นต้องใช้เพิ่ม แต่ไม่มีโอกาสหาเงิน หรืออาจหาเงินได้ไม่เท่าเดิมอีกแล้ว ดังนั้น เราควรทำความเข้าใจ และรู้จักวางแผนการเงิน เพื่อการเกษียณไว้แต่เนิ่นๆ อย่าคิดว่าอีกนาน เพราะเริ่มต้นได้ "ยิ่งเร็ว ยิ่งดี"




สมมติว่า ตอนนี้อายุ 20 ปี เริ่มมีรายได้เป็นของตนเอง และเริ่มออมเงินได้ เราก็ควรกำหนดเป้าหมาย ในการออมเงินไว้เลยว่า เพื่อไว้ซื้อสินทรัพย์ต่างๆ เช่น รถยนต์ บ้าน หรือ เก็บเงินเพื่อการศึกษาต่อในขั้นสูงขึ้น หรือเพื่อเป็นทุนในการทำอาชีพส่วนตัว หรือเพื่อการลงทุนให้เงินงอกเงย เพื่อให้ชีวิตหลังเกษียณอยู่อย่างสบายๆ จะเห็นได้ว่า เป้าหมายของแต่ละคนต่างกันไป แล้วทำอย่างไรถึงจะไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งไว้....




ในวัยเริ่มต้นทำงานนี้ ...</description>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/2009/03/18/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-20-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
			</item>
	<item>
		<title>สิ่งที่ต้องรู้ 10 ประการก่อนการลงทุน</title>
		<description>คุยกันมามากครับเรื่องการลงทุน แต่ไม่เคยมาคุยกันเรื่องที่ว่าเราควรต้องรู้เรื่องอะไรบ้างเกี่ยวกับหุ้นที่ เราสนใจ ครั้งนี้ผมจึงขอคัดเอาเรื่องนี้มาคุยกันแบบสบายๆสักครั้งครับ

1. หุ้นไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียวเมื่อคุณซื้อหุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง คุณจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งบริษัทนั้นจะมีผู้ถือหุ้นคนอื่นๆมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของด้วย ดังนั้นหุ้นหนึ่งหุ้นก็จะมีส่วนได้เสียในสินทรัพย์และผลกำไรของบริษัทนั้นๆ

2. หุ้นมีหลายแบบ การจะจำแนกหุ้นในตลาดออกนั้นโดยปกติจะจำแนกโดยขนาดของบริษัท(โดยวัดจากขนาด มูลค่าตลาดของหุ้นบริษัทนั้นๆ) อุตสาหกรรม รูปแบบการเติบโตของหุ้น เป็นต้นว่านักลงทุนมักจะพูดถึงหุ้นขนาดใหญ่กับหุ้นขนาดเล็ก หุ้นพลังงานกับหุ้นบันเทิง หุ้นโตเร็วกับหุ้นมูลค่า

3. หุ้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามผลประกอบการ ในระยะสั้น ราคาหุ้นจะขึ้นลงไปตามพฤติกรรมต่างๆของผู้เล่นในตลาด เช่นความกลัว ข่าวลือ ข่าวจริงเป็นต้น แต่ในระยะยาวแล้ว ราคาหุ้นไม่ว่าจะขึ้นจะลง หรือทรงตัวทั้งหมดจะเปลี่ยนแปลงไปตามผลประกอบการ

4. หุ้นเป็นการลงทุนที่ดีที่สุดในการได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองมา หุ้นที่มีขนาดใหญ่ๆมีผลตอบแทนโดยเฉลี่ย 11% ต่อปี สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ และสูงกว่าผลตอบแทนจากพันธบัตร ที่ดินและการออมอื่นๆ ดังนั้นการลงทุนในหุ้นจึงเป็นทางที่ดีที่สุดในการออมเงินเพื่ออนาคต

5. หุ้นบริษัทใดบริษัทหนึ่งไม่ได้หมายถึงตลาดทั้งตลาด หุ้นที่ดีจะสามารถขึ้นได้แม้ว่าตลาดหุ้นจะลง ในขณะที่หุ้นแย่ก็ลงได้แม้ตลาดจะขึ้น

6. หุ้นที่มีผลดำเนินการดีมาโดยตลอดไม่ได้หมายความว่ามันจะมีผลดำเนินงานที่ดีในอนาคต ราคาหุ้นจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการในอนาคต ดังนั้นหากหุ้นที่เคยมีประวัติที่ดีก็สามารถล่วงได้หากผลดำเนินงานในอนาคตแย่ลง

7. คุณไม่สามารถบอกว่าหุ้นถูกหรือแพงเพียงแค่ดูที่ราคาซื้อขายขณะนั้น เนื่องจากราคาหุ้นนั้นจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการ ดังนั้นหุ้นราคา 100 บาท อาจจะมีราคาถูกหากผลดำเนินงานดีต่อเนื่องในอนาคต ในขณะเดียวกันหุ้นราคา 2 บาทอาจจะแพงหากผลการดำเนินงานมีแนวโน้มไม่สดใส

8. นักลงทุนมักจะเปรียบเทียบราคาหุ้นกับองค์ประกอบอื่นๆเพื่อหามูลค่าหุ้น ...</description>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/2009/03/18/10%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/</link>
			</item>
	<item>
		<title>&#8220;นิสัยการเงิน&#8221; ที่แม่ควรเป็นต้นแบบ</title>
		<description>ใช้เงินอย่างมีเหตุมีผล-วางรากฐานการออม 

"แม่" ไม่เพียงเป็นผู้ให้กำเนิดแก่ลูกน้อย แต่ยังเป็น "ต้นฉบับ" ที่ลูกมักจดจำพฤติกรรมและนิสัยบางอย่าง ติดตัวไปจนโต

นั่นจึงทำให้คำกล่าวที่ว่า "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น" ถูกหยิบขึ้นมาใช้บ่อยๆ

ถ้าแม่มีพฤติกรรมทางการเงินดีๆ ซะอย่าง และบ่มเพาะนิสัยที่ดีทางการเงินให้ลูก รับรองว่าลูกของคุณก็จะถอดแบบเรื่องดีๆ ที่คุณปลูกสร้างไว้

แต่ถ้าแม่ยังมีอาการเสพติดแบรนด์เนม ก็อย่าหวังว่าลูกวัยรุ่นของคุณจะรู้จักใช้เงิน ประหยัด หัดออม

ในวาระของวันแม่ที่เวียนมาถึง Fundamentals ฉบับนี้ ได้รวบรวมความเห็นของคุณแม่นักการเงินหลายๆ ท่านมานำเสนอแง่มุม และนิสัยทางการเงินดีๆ ที่แม่ควรเป็นต้นแบบให้ลูก

*************************

เมื่อคิดจะวางรากฐานที่ดีให้กับลูกหลานแล้ว ต้องอย่าลืมมองตัวเองว่า เราเป็นต้นแบบที่ดีให้พวกเขาหรือเปล่า ถ้าตัวคุณเป็นตัวอย่างที่ดี ลูกๆ ของคุณ ก็จะเรียนรู้วิธีการบริหารเงิน โดยมีคุณเป็น

แบบอย่างนั่นเอง ดังนั้น จงเป็นตัวอย่างที่ดี และวางรากฐานการใช้เงินดีๆ ให้ลูกๆ เห็นเสมอ

ไม่ใช่ว่าอยากให้ลูกรู้จักประหยัดอดออม แต่ตัวคุณเองนั่นแหละ ที่เห็นอะไรเป็นควักกระเป๋าซื้อ

แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง จ่ายทุกอย่างเมื่ออยากได้ แล้วอย่างนี้จะเป็นต้นแบบที่ดีได้อย่างไร

@วางรากฐานการออมเงิน&#38;รู้จักแบ่งเป็น 

"ดัยนา บุนนาค" อดีตนักการเงินผู้คร่ำหวอดในแวดวงกองทุนรวม ให้ข้อคิดว่า นิสัยแรกที่ได้พยายามปลูกฝังให้ลูกคือ การรู้จักแบ่งปัน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น การแบ่งขนม ของเล่น ทุกปีจะมีวันที่เลือกเสื้อผ้า ...</description>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/2009/03/18/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
