<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Asia Webpro Blog</title>
	<atom:link href="http://blog.asiawebpro.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.asiawebpro.com</link>
	<description>{ E-Commerce : E-Marketing : SEO : Tech News : Make Money Online }</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Dec 2011 10:53:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.5.1</generator>
		<item>
		<title>คูปองลดราคา GoDaddy จดโดนเมนเพียง $1.18</title>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2-godaddy-1-18-dollar/</link>
		<comments>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2-godaddy-1-18-dollar/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2011 10:53:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>AsiaWebpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[GoDaddy]]></category>
		<category><![CDATA[Domain]]></category>
		<category><![CDATA[คูปอง]]></category>
		<category><![CDATA[จดโดเมน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนลด]]></category>
		<category><![CDATA[โดเมน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.asiawebpro.com/?p=966</guid>
		<description><![CDATA[จดโดมนที่‎ GoDaddy ราคาพิเศษ เพียงใส่โค้ด CoolDomain ลงไป จะทำให้จดโดเมนเพียง $1.18 เท่านั้น รีบๆกันหน่อยนะครับ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>จดโดมนที่‎ <a title="จดโดเมน" href="http://affiliate.godaddy.com/redirect/04D5FCEC23F8949F7389997910E3D5964E45B75C76AE560CCA0932E158286C36C99868E0C8F9213C52F2AB81FBB87938/?r=http%3a%2f%2ftungblog.atikomtrirat.com%2f">GoDaddy</a> ราคาพิเศษ เพียงใส่โค้ด CoolDomain ลงไป จะทำให้จดโดเมนเพียง $1.18 เท่านั้น รีบๆกันหน่อยนะครับ
<div class="fblike_button" style=""><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fblog.asiawebpro.com%2F%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b2-godaddy-1-18-dollar%2F&amp;layout=&amp;show_faces=false&amp;width=&amp;action=&amp;colorscheme=" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:px"></iframe></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2-godaddy-1-18-dollar/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>10 อันดับ ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ในปีหน้า 2555</title>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/10%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9b%e0%b8%b52555/</link>
		<comments>http://blog.asiawebpro.com/10%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9b%e0%b8%b52555/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2011 10:48:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>AsiaWebpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเด่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.asiawebpro.com/?p=964</guid>
		<description><![CDATA[ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการจัดอันดับ 10 ธุรกิจเด่นในปี 2555 จากการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจและแบบสอบถามประชาชน 10 ธุรกิจเด่น ปี 2555 ได้แก่ อันดับ 1 ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม อันดับ 2 อุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาล อันดับ 3 ธุรกิจปูนซีเมนต์และผลิตภัณฑ์คอนกรีต อันดับ 4 สถานีบริการ/จำหน่ายน้ำมัน ก๊าซเอ็นจีวี และแอลพีจี อันดับ 5 สถาบันการเงิน อันดับ 6 เทคโนโลยีสื่อสาร อันดับ 7 ธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต อันดับ 8 มี 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร และธุรกิจก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง อันดับ 9 ธุรกิจพลังงานและพลังงานทดแทน อันดับ 10 มี 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจเคมีภัณฑ์ และธุรกิจอาหาร ขณะเดียวกันตามผลสำรวจที่คาดการณ์ว่า [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการจัดอันดับ 10 ธุรกิจเด่นในปี 2555 จากการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจและแบบสอบถามประชาชน</p>
<p><strong>10 ธุรกิจเด่น ปี 2555</strong> ได้แก่</p>
<ul>
<li>อันดับ 1 ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม</li>
<li>อันดับ 2 อุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาล</li>
<li>อันดับ 3 ธุรกิจปูนซีเมนต์และผลิตภัณฑ์คอนกรีต</li>
<li>อันดับ 4 สถานีบริการ/จำหน่ายน้ำมัน ก๊าซเอ็นจีวี และแอลพีจี</li>
<li>อันดับ 5 สถาบันการเงิน</li>
<li>อันดับ 6 เทคโนโลยีสื่อสาร</li>
<li>อันดับ 7 ธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต</li>
<li>อันดับ 8 มี 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร และธุรกิจก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง</li>
<li>อันดับ 9 ธุรกิจพลังงานและพลังงานทดแทน</li>
<li>อันดับ 10 มี 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจเคมีภัณฑ์ และธุรกิจอาหาร</li>
</ul>
<p>ขณะเดียวกันตามผลสำรวจที่คาดการณ์ว่า หลังจากภาพรวมเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ทำให้คาดว่า<br />
<strong>ธุรกิจดาวร่วงในปี 2555</strong> ได้แก่</p>
<ul>
<li>อันดับ 1 ร้านค้า โชห่วย</li>
<li>อันดับ 2 ผักและผลไม้อบแห้ง</li>
<li>อันดับ 3 หัตถกรรม จักสาน งานไม้</li>
<li>อันดับ 4 เครื่องหนัง (งานไม้เน้นฝีมือ งานเครื่องหนังทั่วไป)</li>
<li>อันดับ 5 เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย (ไม่เน้นงานฝีมือ)</li>
<li>อันดับ 6 สิ่งทอผ้าผืน (โดยเฉพาะงานไม่เน้นฝีมือ ตัดเย็บทั่วไป)</li>
<li>อันดับ 7 เหล็กและการผลิตเหล็ก</li>
<li>อันดับ 8 อุตสาหกรรมฟอกย้อม</li>
<li>อันดับ 9 ธุรกิจประมง</li>
<li>อันดับ 10 อสังหาริมทรัพย์ (โดยเฉพาะบ้านแนวราบ)</li>
</ul>
<p>หลังจากน้ำลด ธุรกิจเด่นที่ได้รับการตอบรับดีคือ ธุรกิจทำความสะอาด ธุรกิจเคลื่อนย้ายสิ่งของ วัสดุก่อสร้าง โรงรับจำนำ เฟอร์นิเจอร์</p>
<p>ธุรกิจที่จะเด่นในครึ่งหลังของปี 2555 ประกอบด้วย อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ร้านทอง สื่อสิ่งพิมพ์และการบันเทิง ยางและผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Source: <a href="http://tungblog.atikomtrirat.com/2011/12/10-2555.html">http://tungblog.atikomtrirat.com/2011/12/10-2555.html</a>
<div class="fblike_button" style=""><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fblog.asiawebpro.com%2F10%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b52555%2F&amp;layout=&amp;show_faces=false&amp;width=&amp;action=&amp;colorscheme=" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:px"></iframe></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.asiawebpro.com/10%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9b%e0%b8%b52555/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>5 ธนาคารใหญ่อยู่ในมือถือคุณ กับ AIS Mobile Banking</title>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/5-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://blog.asiawebpro.com/5-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Apr 2009 01:30:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>AsiaWebpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Internet Banking]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile Banking]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.moneyican.com/?p=70</guid>
		<description><![CDATA[ครั้งแรกที่ 5 ธนาคารใหญ่อยู่ในมือถือคุณ กับ AIS Mobile Banking บริการพิเศษเหนือใครสำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น การ ร่วมมือกันครั้งแรกของประเทศไทยระหว่าง AIS ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่ที่สุดในประเทศ กับ 5 ธนาคารชั้นนำของไทยที่จะทำให้คุณรู้สึกเสมือนมีธนาคารส่วนตัวไปกับคุณ และช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณทำธุรกรรมทางการเงินได้ทุกที่ ทุกเวลา จากโทรศัพท์มือถือของคุณเอง โดยในวันนี้ลูกค้าเอไอเอสกว่า 27 ล้านคน และลูกค้า 5 ธนาคารชั้นนำอีกกว่า 40 ล้านคนทั่วประเทศไทย สามารถทำธุรกรรมการเงินบนโทรศัพท์มือถือผ่านบริการ AIS Mobile Banking ในเครือข่ายอุ่นใจเอไอเอสที่ใหญ่ที่สุดได้มากถึง 5 ธนาคารได้แก่ ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.ทหารไทย ธ.กรุงไทย ธ.กรุงเทพ และ ธ.กสิกรไทย ไม่ ว่า จะเช็คยอดเงินในบัญชี โอนเงินธนาคารเดียวกันหรือต่างธนาคาร หรือชำระเงินค่าสินค้าและบริการ ก็ทำได้สะดวกทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.ทหารไทย [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.mrpalm.com/content/picdata/1580_01_00.jpg" border="0" alt="" /></p>
<p><strong>ครั้งแรกที่ 5 ธนาคารใหญ่อยู่ในมือถือคุณ กับ AIS Mobile Banking บริการพิเศษเหนือใครสำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น</strong></p>
<p>การ ร่วมมือกันครั้งแรกของประเทศไทยระหว่าง AIS ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่ที่สุดในประเทศ กับ 5 ธนาคารชั้นนำของไทยที่จะทำให้คุณรู้สึกเสมือนมีธนาคารส่วนตัวไปกับคุณ และช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณทำธุรกรรมทางการเงินได้ทุกที่ ทุกเวลา จากโทรศัพท์มือถือของคุณเอง</p>
<p>โดยในวันนี้ลูกค้าเอไอเอสกว่า 27 ล้านคน และลูกค้า 5 ธนาคารชั้นนำอีกกว่า 40 ล้านคนทั่วประเทศไทย สามารถทำธุรกรรมการเงินบนโทรศัพท์มือถือผ่านบริการ AIS Mobile Banking ในเครือข่ายอุ่นใจเอไอเอสที่ใหญ่ที่สุดได้มากถึง 5 ธนาคารได้แก่ ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.ทหารไทย ธ.กรุงไทย ธ.กรุงเทพ และ ธ.กสิกรไทย</p>
<p>ไม่ ว่า จะเช็คยอดเงินในบัญชี โอนเงินธนาคารเดียวกันหรือต่างธนาคาร หรือชำระเงินค่าสินค้าและบริการ ก็ทำได้สะดวกทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง<br />
สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.ทหารไทย ธ.กรุงไทย ธ.กรุงเทพ และ ธ.กสิกรไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ</p>
<p>สมัครใช้บริการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารที่คุณมีบัญชีอยู่ หรือ AIS CALL CENTER 1175</p>
<p>Credit: <a href="http://tungblog.atikomtrirat.com/2009/04/5-ais-mobile-banking.html">http://tungblog.atikomtrirat.com/2009/04/5-ais-mobile-banking.html</a>
<div class="fblike_button" style=""><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fblog.asiawebpro.com%2F5-%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%258d%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%2F&amp;layout=&amp;show_faces=false&amp;width=&amp;action=&amp;colorscheme=" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:px"></iframe></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.asiawebpro.com/5-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Bualuang iBanking on mobile</title>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/bualuang-ibanking-on-mobile/</link>
		<comments>http://blog.asiawebpro.com/bualuang-ibanking-on-mobile/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Apr 2009 01:28:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>AsiaWebpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[Internet Banking]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.moneyican.com/?p=68</guid>
		<description><![CDATA[You can now access Bualuang iBanking on your mobile phone browser. Just like Bualuang iBanking on your PC, you can now use your mobile phone to check your account balance, transfer funds, top up your mobile phone credit and pay your bills. There is no additional signup or registration required, no need to change your [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div><img style="border-width: 0px" src="https://ibanking.bangkokbank.com/Workspace/CampaignImages/MobileAS.gif" alt="" /></div>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="left"><span style="color: #ff4500"><span style="color: #00008b"><span style="font-family: Verdana"><br />
</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="left"><span style="color: #ff4500"><span style="color: #00008b"><span style="font-family: Verdana">You  can now access Bualuang iBanking on your mobile phone browser</span><span style="font-family: Verdana">.</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="left"><span style="font-family: Verdana"><span style="color: #ff4500"><span style="color: #00008b"> </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;text-align: justify" align="left"><span style="font-family: Verdana"><span style="color: #ff4500"><span style="color: #00008b">Just like Bualuang iBanking on your PC, you can now use your mobile phone to check your account balance, transfer funds, top up your mobile phone credit and pay your bills.</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;text-align: justify" align="left"><span style="font-family: Verdana"><span style="color: #ff4500"><span style="color: #00008b"> </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;text-align: justify" align="left"><span style="font-family: Verdana"><span style="color: #ff4500"><span style="color: #00008b">There is no additional signup or registration required, no need to change your SIM card or mobile service provider, and you won’t have to download any new applications.</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;text-align: justify" align="left"><span style="font-family: Verdana"><span style="color: #ff4500"><span style="color: #00008b"> </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="left"><span style="font-family: Verdana"><span style="color: #ff4500"><span style="color: #00008b">All you will need is your activated Bualuang iBanking User ID and  password. To log on, please follow these steps:</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="left"><span style="color: #ff4500"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="left"><span style="font-family: Verdana"><span style="color: #ff4500"><span style="color: #00008b">1. Make sure your mobile phone is able to connect to the internet  (WAP, GPRS, EDGE or 3G).</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 12pt -16.7pt 0pt 0cm" align="left"><span style="font-family: Verdana"><span style="color: #ff4500"><span style="color: #00008b">2. Open an Internet browser and type </span><a href="http://www.bangkokbank.com/ibanking/mobile"><span style="color: #00008b">www.bangkokbank.com/ibanking/mobile</span></a><span style="color: #00008b">.</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 12pt -16.7pt 0pt 18pt"><span style="font-family: Verdana"><span style="color: #ff4500"><span style="color: #00008b">Alternatively, you can SMS ‘<strong>EN</strong>’ to 459 6333 to  receive the link via text message, which you can bookmark for later  use.</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 12pt 0cm 0pt;text-align: justify"><span style="color: #ff4500"><span style="color: #00008b"><span style="font-family: Verdana">3.  Fill-in</span><span style="font-family: Tahoma" lang="TH"> </span><span style="font-family: Verdana">your  User ID</span><span style="font-family: Tahoma" lang="TH"> </span><span style="font-family: Verdana">and  password,</span><span style="font-family: Tahoma" lang="TH"> </span><span style="font-family: Verdana">and  then click “Log On”.</span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt">
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-family: Verdana"><span style="color: #00008b">Be mobile with your banking!<span> </span>For more information, please click <span style="text-decoration: underline"><a href="http://www.bangkokbank.com/Online+Banking/For+Personal/Mobile+iBanking/Default.htm" target="_blank">here</a></span>.</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt">
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-family: Verdana"><span style="color: #00008b">Credit: <a href="http://tungblog.atikomtrirat.com/2009/04/bualuang-ibanking-on-mobile.html">http://tungblog.atikomtrirat.com/2009/04/bualuang-ibanking-on-mobile.html</a><br />
</span></span>
<div class="fblike_button" style=""><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fblog.asiawebpro.com%2Fbualuang-ibanking-on-mobile%2F&amp;layout=&amp;show_faces=false&amp;width=&amp;action=&amp;colorscheme=" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:px"></iframe></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.asiawebpro.com/bualuang-ibanking-on-mobile/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฝากเงินครึกครื้น&#8230;เที่ยวไทยคึกคัก กับ ธ.กรุงศรี</title>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Mar 2009 17:28:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>AsiaWebpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[การออม]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.moneyican.com/?p=66</guid>
		<description><![CDATA[เพียงเปิดบัญชีเงินฝากประจำกรุงศรี เซฟเวอร์ พลัส ( 6 เดือน) หรือบัญชีเงินฝากประจำกรุงศรี ปลอดภาษี 24 เดือน ขั้นต่ำ 15,000 บาท และทำการฝากเงิน 2 เดือนแรกติดต่อกัน รับฟรี  แพยาง WOW Summer มูลค่า 400 บาท ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม &#8211; 30 เมษายน 2552]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span>เพียงเปิดบัญชีเงินฝากประจำกรุงศรี เซฟเวอร์ พลัส ( 6 เดือน) หรือบัญชีเงินฝากประจำกรุงศรี ปลอดภาษี 24 เดือน<br />
ขั้นต่ำ 15,000 บาท และทำการฝากเงิน 2 เดือนแรกติดต่อกัน<br />
รับฟรี  แพยาง WOW Summer มูลค่า 400 บาท<br />
ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม &#8211; 30 เมษายน 2552 </span></p>
<p><span><br />
<img src="http://www.krungsri.com/imgUpload/Image/deposit_march.jpg" alt="" width="650" height="920" /></span>
<div class="fblike_button" style=""><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fblog.asiawebpro.com%2F%25e0%25b8%259d%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b6%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2599%2F&amp;layout=&amp;show_faces=false&amp;width=&amp;action=&amp;colorscheme=" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:px"></iframe></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>6 วิธีเก็บเงินให้อยู่</title>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/6-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://blog.asiawebpro.com/6-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 16:57:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>AsiaWebpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[การออม]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.moneyican.com/6-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88.html</guid>
		<description><![CDATA[1. เปิดบัญชีธนาคารให้เหมาะ บรรดานักเรียนต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพ แน่นอนที่ต้องรับเงินเดีอนจากพ่อแม่ แนะนำให้เปิดบัญชี ATM ในสาขาของกรุงเทพ เพราะถ้าเปิดบัญชีที่สาขาต่างจังหวัด ต้องเสียค่าบริการเวลามากดข้ามเขต อีก 30 บาท ก็คิดดูสิ ว่า ปีหนึ่งเสียเงินตรงนี้ไปเท่าไร 2. เงินเราไปไหน ให้ถามตัวเองบ่อยๆเวลาใช้เงิน ทำบัญชีรายรับรายจ่าย เก็บบิลเวลาซื้อของ แล้วเอาสมุดเงินฝากไปอัพเดตเพื่อเช็คยอดล่าสุด 3.อยู่ห่างๆเพื่อนมือเติบ เลือกเพื่อนที่ติดดินบ้าง ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ถ้าเพื่อนกินของแพงเราอาจต้องแชร์กันออกมากเป็นพิเศษ 4.ระวังเรื่องของบิลโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นส่วนที่ใหญ่สุดของหนุ่มสาว ให้ตั้งเตือนเป็นนาทีก็ได้ หรือเลือกโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับตัวเราที่สุด 5.ใช้สิทธิของเราให้คุ้ม เช่นการใช้บัตรนักเรียนในการเป็นส่วนลดต่าง คูปองลดราคาต่างๆ เพื่อเป็นการประหยัดเงิน 6. ออมเงินรายเดือน เก็บเงิน 10 % ของเงินที่ได้รับจากพ่อแม่เป็นแบบฝากประจำไว้เลย แล้วพอเราเรียนจบเราจะมีเงินก้นถุงพอสมควรเลย]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: x-small"><span style="color: #0066cc;font-size: x-small">1. เปิดบัญชีธนาคารให้เหมาะ</span><br />
บรรดานักเรียนต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพ แน่นอนที่ต้องรับเงินเดีอนจากพ่อแม่ แนะนำให้เปิดบัญชี ATM ในสาขาของกรุงเทพ เพราะถ้าเปิดบัญชีที่สาขาต่างจังหวัด ต้องเสียค่าบริการเวลามากดข้ามเขต อีก 30 บาท ก็คิดดูสิ ว่า ปีหนึ่งเสียเงินตรงนี้ไปเท่าไร</p>
<p><span style="color: #0066cc;font-size: x-small">2. เงินเราไปไหน</span><br />
ให้ถามตัวเองบ่อยๆเวลาใช้เงิน  ทำบัญชีรายรับรายจ่าย  เก็บบิลเวลาซื้อของ  แล้วเอาสมุดเงินฝากไปอัพเดตเพื่อเช็คยอดล่าสุด</p>
<p><span style="color: #0066cc;font-size: x-small">3.อยู่ห่างๆเพื่อนมือเติบ</span><br />
เลือกเพื่อนที่ติดดินบ้าง  ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย  ถ้าเพื่อนกินของแพงเราอาจต้องแชร์กันออกมากเป็นพิเศษ</p>
<p><span style="color: #0066cc;font-size: x-small">4.ระวังเรื่องของบิลโทรศัพท์</span><br />
ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นส่วนที่ใหญ่สุดของหนุ่มสาว ให้ตั้งเตือนเป็นนาทีก็ได้  หรือเลือกโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับตัวเราที่สุด</p>
<p><span style="color: #0066cc;font-size: x-small">5.ใช้สิทธิของเราให้คุ้ม</span><br />
เช่นการใช้บัตรนักเรียนในการเป็นส่วนลดต่าง   คูปองลดราคาต่างๆ เพื่อเป็นการประหยัดเงิน</p>
<p><span style="color: #0066cc;font-size: x-small">6. ออมเงินรายเดือน</span><br />
เก็บเงิน  10  % ของเงินที่ได้รับจากพ่อแม่เป็นแบบฝากประจำไว้เลย  แล้วพอเราเรียนจบเราจะมีเงินก้นถุงพอสมควรเลย </span>
<div class="fblike_button" style=""><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fblog.asiawebpro.com%2F6-%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2588%2F&amp;layout=&amp;show_faces=false&amp;width=&amp;action=&amp;colorscheme=" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:px"></iframe></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.asiawebpro.com/6-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จัดสำรับการลงทุน</title>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 16:56:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>AsiaWebpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.moneyican.com/?p=62</guid>
		<description><![CDATA[ในช่วงชีวิตของคนเรา นึกดูให้ดีๆ เราได้จัดสำรับสำหรับตัวเราเองมาโดยตลอด ที่เห็นอย่างชัดเจน ได้แก่ การจัดสำรับอาหารว่า อาหารแต่ละมื้อ เราจะทานอะไรที่จะเหมาะสมกับตัวเราเอง และไม่ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม อีกทั้งจะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ฉันใดฉันนั้น ในเรื่องการลงทุน เราก็ต้องจัดสำรับการลงทุน ให้ตัวเราเองเช่นกัน เพื่อให้เงินทองของเราทำหน้าที่ให้เรา อย่างเหมาะสมไม่เกิดเป็นผลร้ายกับตัวเรานั่นเอง การจัดสำรับการลงทุน สำหรับคนแต่ละช่วงอายุ จำเป็นต้องมีความแตกต่างกันไป คนที่อายุยังน้อย มีความสามารถ ในการรับความเสี่ยงได้สูง ถ้าเปรียบเทียบกับสำรับอาหารก็เปรียบได้ว่า ทานอาหารได้ทุกรส เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม แต่พออายุมากขึ้น ความสามารถ ในการรับอาหารทุกอย่างก็จะลดลง เหลือเป็นทานอาหารได้บางประเภท เนื่องจากสภาพร่างกายไม่เหมือนตอนวัยเด็กแล้ว ดังนั้น เมื่ออยู่ในวัยเริ่มต้นทำงานหาเงินมา ได้ก็ต้องแบ่งไปออม เมื่อออมเป็นเงินก้อน ก็ต้องรู้จักจัดสรรแบ่งเงิน เพื่อจะนำไปลงทุนต่ออย่างสร้างสรรค์ นี่คือ การจัดสำรับการลงทุน นั่นเอง โดยวัยเริ่มต้นทำงานจะสามารถเสี่ยงได้สูง โดยนำเงินไปลงทุนในตราสารหุ้นทุน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงได้ถึง 90% และส่วนที่เป็นเงินฝากและตราสารหนี้แค่ 10% แต่เมื่ออายุมากขึ้น สำรับการลงทุนก็จะแปร ไปตามวัยด้วย เพราะสัดส่วนที่จะนำไปลงทุน ในเครื่องมือการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ก็จะลดลงไปเรื่อยๆ จนถึงวัยใกล้เกษียณสำรับการลงทุน [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: x-small">ในช่วงชีวิตของคนเรา นึกดูให้ดีๆ เราได้จัดสำรับสำหรับตัวเราเองมาโดยตลอด ที่เห็นอย่างชัดเจน ได้แก่ การจัดสำรับอาหารว่า อาหารแต่ละมื้อ เราจะทานอะไรที่จะเหมาะสมกับตัวเราเอง และไม่ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม อีกทั้งจะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ฉันใดฉันนั้น ในเรื่องการลงทุน เราก็ต้องจัดสำรับการลงทุน ให้ตัวเราเองเช่นกัน เพื่อให้เงินทองของเราทำหน้าที่ให้เรา อย่างเหมาะสมไม่เกิดเป็นผลร้ายกับตัวเรานั่นเอง </span></p>
<p><span style="font-size: x-small"> การจัดสำรับการลงทุน สำหรับคนแต่ละช่วงอายุ จำเป็นต้องมีความแตกต่างกันไป คนที่อายุยังน้อย มีความสามารถ ในการรับความเสี่ยงได้สูง ถ้าเปรียบเทียบกับสำรับอาหารก็เปรียบได้ว่า ทานอาหารได้ทุกรส เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม แต่พออายุมากขึ้น ความสามารถ ในการรับอาหารทุกอย่างก็จะลดลง เหลือเป็นทานอาหารได้บางประเภท เนื่องจากสภาพร่างกายไม่เหมือนตอนวัยเด็กแล้ว </span></p>
<p><span style="font-size: x-small">ดังนั้น เมื่ออยู่ในวัยเริ่มต้นทำงานหาเงินมา ได้ก็ต้องแบ่งไปออม เมื่อออมเป็นเงินก้อน ก็ต้องรู้จักจัดสรรแบ่งเงิน เพื่อจะนำไปลงทุนต่ออย่างสร้างสรรค์ นี่คือ การจัดสำรับการลงทุน นั่นเอง โดยวัยเริ่มต้นทำงานจะสามารถเสี่ยงได้สูง โดยนำเงินไปลงทุนในตราสารหุ้นทุน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงได้ถึง 90% และส่วนที่เป็นเงินฝากและตราสารหนี้แค่ 10%</span></p>
<p><span style="font-size: x-small">แต่เมื่ออายุมากขึ้น สำรับการลงทุนก็จะแปร ไปตามวัยด้วย เพราะสัดส่วนที่จะนำไปลงทุน ในเครื่องมือการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ก็จะลดลงไปเรื่อยๆ จนถึงวัยใกล้เกษียณสำรับการลงทุน ก็จะกลับข้างกับวัยเริ่มต้นทำงาน นั่นคือ ควรนำลงทุนในเงินฝาก และตราสารหนี้ 90% และตราสารทุน 10% ตัวอย่างง่ายๆ ของการจัดสำรับการลงทุน เปรียบได้กับการจัดสำรับอาหารที่จะรับประทาน ให้สอดคล้องกับวัย และสุขภาพของแต่ละคน นั่นเอง ฉะนั้น หากเราจัดสำรับได้ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นสำรับอาหาร หรือสำรับการลงทุนก็ตาม ล้วนส่งผลเสียต่อตัวเอง ทั้งนั้น </span>
<div class="fblike_button" style=""><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fblog.asiawebpro.com%2F%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2599%2F&amp;layout=&amp;show_faces=false&amp;width=&amp;action=&amp;colorscheme=" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:px"></iframe></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลงทุนให้เหมาะกับวัฏจักรของชีวิต</title>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 16:55:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>AsiaWebpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.moneyican.com/?p=60</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากได้เข้าฟังข้อมูลจากกองทุนต่างประเทศแห่ง หนึ่งที่พูดให้ฟังว่า ผู้ออมเงินในกองทุน เช่นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในต่างประเทศนั้น มีโอกาสได้เลือกนโยบายการลงทุนให้เหมาะสมกับตนเองได้ ทำให้คิดว่า ถ้ากองทุนในประเทศไทยเปิดโอกาสให้ผู้ออมเงินเหล่านั้นได้มีโอกาสเลือกนโยบาย การลงทุนบ้างก็จะดี เพราะการลงทุนในรูปแบบเดียวนั้น อาจไม่เหมาะสมกับตัวเอง เพราะตัวเองเป็นคนชอบเสี่ยง และมองว่าการลงทุนในหุ้น จะเป็นการลงทุนที่จะได้รับผลตอบแทนดี สู้กับอัตราเงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันนั้น ถ้าผู้ออมเงินไว้ในกองทุนเพื่อเป้าหมายที่จะมีเงินไว้ใช้ในยามหลังเกษียณ ซึ่งนับว่าเป็นการออมเงินในระยะยาวไม่น้อยกว่า 20 ปีนั้น ใส่ใจเงินของตนเองและศึกษาข้อมูลความรู้ของกองทุนที่บริหารเงินของเรามีให้ อยู่อย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้มีความเข้าใจและสามารถเลือกนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับตัวเองได้ อย่างถูกต้องเหมาะสม แต่เมื่อมาพิจารณาถึงตัวเลขสถิติของประเทศสหรัฐ อเมริกานั้นก็น่าสนใจว่า ถึงแม้ว่าจะมีการเปิดโอกาสให้ผู้ออมได้เลือกนโยบายการลงทุนได้นั้น แต่ 80% ของผู้ที่เลือกนโยบายการลงทุนเมื่อได้ ตัดสินใจเลือกไปแล้วกลับไม่ได้มีการพิจารณาปรับนโยบายการลงทุนเมื่ออายุมาก ขึ้น เช่น เมื่อตอนอายุ 30 ปี เลือกนโยบายการลงทุนที่มีการลงทุนในหุ้นสูงถึง 40% ที่เหลือ 60% เป็นการลงทุนในเครื่องมือการลงทุนอื่นๆ ที่มีความมั่นคง แต่เมื่อผ่านไป 10 ปี วันนี้อายุ 40 ปี ก็ยังคงใช้นโยบายการลงทุนแบบเดิมที่มีการลงทุนในหุ้นสูงถึง 40% อยู่เช่นเดิม แบบนี้อาจจะเป็นการไม่เหมาะสมนัก เนื่องจากเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น การนำเงินไปลงทุนควรจะมีความเสี่ยงลดลงนั่นเอง แล้วจะทำอย่างไรกันต่อไปเมื่อได้เห็นตัวเลขสูงถึง [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: x-small">หลังจากได้เข้าฟังข้อมูลจากกองทุนต่างประเทศแห่ง หนึ่งที่พูดให้ฟังว่า ผู้ออมเงินในกองทุน เช่นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในต่างประเทศนั้น มีโอกาสได้เลือกนโยบายการลงทุนให้เหมาะสมกับตนเองได้ ทำให้คิดว่า ถ้ากองทุนในประเทศไทยเปิดโอกาสให้ผู้ออมเงินเหล่านั้นได้มีโอกาสเลือกนโยบาย การลงทุนบ้างก็จะดี เพราะการลงทุนในรูปแบบเดียวนั้น อาจไม่เหมาะสมกับตัวเอง เพราะตัวเองเป็นคนชอบเสี่ยง และมองว่าการลงทุนในหุ้น จะเป็นการลงทุนที่จะได้รับผลตอบแทนดี สู้กับอัตราเงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี</span></p>
<p><span style="font-size: x-small">ในขณะเดียวกันนั้น ถ้าผู้ออมเงินไว้ในกองทุนเพื่อเป้าหมายที่จะมีเงินไว้ใช้ในยามหลังเกษียณ ซึ่งนับว่าเป็นการออมเงินในระยะยาวไม่น้อยกว่า 20 ปีนั้น ใส่ใจเงินของตนเองและศึกษาข้อมูลความรู้ของกองทุนที่บริหารเงินของเรามีให้ อยู่อย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้มีความเข้าใจและสามารถเลือกนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับตัวเองได้ อย่างถูกต้องเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-size: x-small">แต่เมื่อมาพิจารณาถึงตัวเลขสถิติของประเทศสหรัฐ อเมริกานั้นก็น่าสนใจว่า ถึงแม้ว่าจะมีการเปิดโอกาสให้ผู้ออมได้เลือกนโยบายการลงทุนได้นั้น แต่ 80% ของผู้ที่เลือกนโยบายการลงทุนเมื่อได้ ตัดสินใจเลือกไปแล้วกลับไม่ได้มีการพิจารณาปรับนโยบายการลงทุนเมื่ออายุมาก ขึ้น เช่น เมื่อตอนอายุ 30 ปี เลือกนโยบายการลงทุนที่มีการลงทุนในหุ้นสูงถึง 40% ที่เหลือ 60% เป็นการลงทุนในเครื่องมือการลงทุนอื่นๆ ที่มีความมั่นคง แต่เมื่อผ่านไป 10 ปี วันนี้อายุ 40 ปี ก็ยังคงใช้นโยบายการลงทุนแบบเดิมที่มีการลงทุนในหุ้นสูงถึง 40% อยู่เช่นเดิม แบบนี้อาจจะเป็นการไม่เหมาะสมนัก เนื่องจากเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น การนำเงินไปลงทุนควรจะมีความเสี่ยงลดลงนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-size: x-small">แล้วจะทำอย่างไรกันต่อไปเมื่อได้เห็นตัวเลขสูงถึง 80% ของผู้ที่เลือกนโยบายการลงทุน ไม่มีการปรับสัดส่วนการลงทุนของตนเองให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงชีวิต ด้วยเหตุนี้มีแนวคิดเรื่องการลงทุนให้เหมาะกับวัฏจักรของชีวิตขึ้น หรือ Lifecycle Fund เพื่อเป็นนโยบายการจัดการกับเงินให้เหมาะสมกับอายุนั่นเอง นั่นหมายถึงเมื่อเรามีเงินออมในกองทุนใดๆ ก็ตาม และนโยบายกองทุนนั้นเปิดให้เลือกนโยบายการลงทุนหรือ Investment Choice ได้ เมื่อเราพร้อมก็ควรตัดสินใจเลือกให้เหมาะสมกับเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือเรากำลังนำเงินไปลงทุนในระยะยาว ดังนั้นในช่วงเวลายาวๆ ก็ย่อมเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่สภาวะตลาดหรือสภาวะการลงทุนจะมีให้เราเห็น ทั้งขึ้นและลง เป็นช่วงๆ ไปในระยะสั้นๆ อย่างต่อเนื่อง ถ้าเราเข้าใจหลักการนี้ เราก็ไม่ควรจะตกใจไปกับสภาวะปกติในระยะสั้นๆ ที่มีทั้งขึ้นและลงเช่นนั้น แต่เราควรเข้าใจหลักการของตัวเองว่ามีเป้าหมายการออมและลงทุนเพื่อหวังจะมี เงินใช้ในอีก 15 -30 ปีข้างหน้า ดังนั้นถ้าเลือกนโยบายการลงทุนใดไว้ ก็ไม่ควรจะตกใจเมื่อภาวะตลาดในบางช่วงของการลงทุนในระยะยาวๆ จะมีทั้งขึ้นในบางช่วงและลงในบางช่วง แต่โดยรวมแล้วเมื่อรวมผลทั้งเมื่อตอนขึ้นและลงเราก็ยังได้ผลตอบแทนที่ดีอยู่</span></p>
<p><span style="font-size: x-small">อย่างไรก็ตาม ควรทบทวนนโยบายการลงทุนที่เราได้ตัดสินใจเลือกไว้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่านโยบายหรือสัดส่วนการลงทุนที่เราได้เลือกนั้น มีความเหมาะสมและทำให้เราบรรลุเป้าหมายที่เราต้องการได้ในที่สุด ถ้าเราพิจารณาถึงวัฏจักรของชีวิตเราแล้วและเข้าใจว่า ตัวเราต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงเมื่ออายุเปลี่ยนไป โดยต้องเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิตให้เหมาะสม แต่งตัว หรือการทานอาหาร เป็นต้น ดังนั้น ไม่ควรลืมว่ามีอีก 1 เรื่องที่เราต้องปรับปรุงด้วย นั่นคือ นโยบายการลงทุนของตัวเราเองเพื่อตัวเราเอง </span>
<div class="fblike_button" style=""><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fblog.asiawebpro.com%2F%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2589%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2595%2F&amp;layout=&amp;show_faces=false&amp;width=&amp;action=&amp;colorscheme=" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:px"></iframe></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>7กฎ ปรับพฤติกรรม ช่วยบุตรหลานฉลาดใช้เงิน</title>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/7%e0%b8%81%e0%b8%8e-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://blog.asiawebpro.com/7%e0%b8%81%e0%b8%8e-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 16:52:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>AsiaWebpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[การออม]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.moneyican.com/7%e0%b8%81%e0%b8%8e-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%95.html</guid>
		<description><![CDATA[&#8221; คุณสามารถยืดหยุ่นกับการปรับพฤติกรรมใช้เงินของบุตรหลาน โดยไม่ทำให้พวกเขาเสียโอกาส ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบได้หรือไม่? &#8220; เป็น คำถามที่ Fund Tips คิดว่าน่าจะดึงดูดใจให้ผู้ปกครองคนไทยอยากได้รายละเอียดไว้เป็นแนวทางมาลอง ปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่ง ยีน ชาทสกี้ นักเขียนมือโปรจาก &#8220;มันนี่&#8221; นิตยสารการเงินชั้นนำของสหรัฐ ได้หยิบยกขึ้นมาให้ขบคิด พร้อมคำตอบที่น่าสนใจจนอยากติดตาม ทุกวันนี้มีผู้ใหญ่บางกลุ่มในสหรัฐ และในอีกหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย ทำทุกอย่างและให้ทุกสิ่งแก่บุตรหลานจนมากเกินไป จนอาจกลายเป็นการทำลายโอกาสที่พวกเขา ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่จะได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในการใช้เงิน ชาทสกี้ เชื่อว่าผู้ปกครองทุกคนในทุกยุคทุกสมัย ต้องการให้บุตรหลานของตัวเองมีความสุข และช่วยให้พวกเขารู้จักตัวเองและรู้จักค่าของเงินมากขึ้น จูเลียต บี.ชอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากบอสตัน คอลเลจ เจ้าของงานเขียน &#8220;Born to Buy&#8221; เห็นด้วยกับชาทสกี้ว่าการปล่อยให้เด็ก ๆ เน้นบริโภคสิ่งไม่ก่อเกิดประโยชน์ อาจทำให้พวกเขาเสียสุขภาพจิตและสุขภาพกายได้ และจากการสำรวจจากเด็กกลุ่มตัวอย่าง 300 คน ในระดับการศึกษาเกรด 5 และ 6 พบว่า เด็กเหล่านี้ไม่สามารถผละจากวิดีโอเกม ทีวี หรืออินเทอร์เน็ต เพื่อทำการบ้านหรือออกไปเล่นกับเพื่อนนอกบ้าน เมื่อเทียบกับเพื่อนวัยเดียวกัน มีแนวโน้มมากที่เด็กเหล่านี้จะเจ็บปวดจากอาการหดหู่ ปวดหัว [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: x-small"><strong>&#8221; คุณสามารถยืดหยุ่นกับการปรับพฤติกรรมใช้เงินของบุตรหลาน โดยไม่ทำให้พวกเขาเสียโอกาส ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบได้หรือไม่? &#8220;</strong></span></p>
<p align="justify"><span style="font-size: x-small"> เป็น คำถามที่ Fund Tips คิดว่าน่าจะดึงดูดใจให้ผู้ปกครองคนไทยอยากได้รายละเอียดไว้เป็นแนวทางมาลอง ปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่ง ยีน ชาทสกี้ นักเขียนมือโปรจาก &#8220;มันนี่&#8221; นิตยสารการเงินชั้นนำของสหรัฐ ได้หยิบยกขึ้นมาให้ขบคิด พร้อมคำตอบที่น่าสนใจจนอยากติดตาม </span></p>
<p align="justify"><span style="font-size: x-small"></p>
<p>ทุกวันนี้มีผู้ใหญ่บางกลุ่มในสหรัฐ และในอีกหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย ทำทุกอย่างและให้ทุกสิ่งแก่บุตรหลานจนมากเกินไป จนอาจกลายเป็นการทำลายโอกาสที่พวกเขา ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่จะได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในการใช้เงิน ชาทสกี้ เชื่อว่าผู้ปกครองทุกคนในทุกยุคทุกสมัย ต้องการให้บุตรหลานของตัวเองมีความสุข และช่วยให้พวกเขารู้จักตัวเองและรู้จักค่าของเงินมากขึ้น</span></p>
<p align="justify"><span style="font-size: x-small"></p>
<p>จูเลียต บี.ชอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากบอสตัน คอลเลจ เจ้าของงานเขียน &#8220;Born to Buy&#8221; เห็นด้วยกับชาทสกี้ว่าการปล่อยให้เด็ก ๆ เน้นบริโภคสิ่งไม่ก่อเกิดประโยชน์ อาจทำให้พวกเขาเสียสุขภาพจิตและสุขภาพกายได้ และจากการสำรวจจากเด็กกลุ่มตัวอย่าง 300 คน ในระดับการศึกษาเกรด 5 และ 6 พบว่า เด็กเหล่านี้ไม่สามารถผละจากวิดีโอเกม ทีวี หรืออินเทอร์เน็ต เพื่อทำการบ้านหรือออกไปเล่นกับเพื่อนนอกบ้าน เมื่อเทียบกับเพื่อนวัยเดียวกัน มีแนวโน้มมากที่เด็กเหล่านี้จะเจ็บปวดจากอาการหดหู่ ปวดหัว ปวดท้องและเป็นคนที่น่าเบื่อ ขณะที่ คอนนี่ ดอว์สัน นักบำบัดโรคในเมืองเคิร์กแลนด์ มลรัฐวอชิงตัน และเป็นผู้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์หนังสือเรื่อง How Much is Enough โดยสำรวจผู้ใหญ่ 1,200 ราย พบว่า 71% ของกลุ่มตัวอย่าง ได้รับการดูแลตามใจจนมากเกินไปเหมือนเด็ก จนพวกเขารู้สึกว่าไม่เคยพึงพอใจเลย แม้พวกเขาอยู่ในวัยผู้ใหญ่แล้วก็ตาม </span></p>
<p align="justify"><span style="font-size: x-small"></p>
<p>ชาทสกี้ จึงตั้งข้อสงสัย ซึ่งเป็นเนื้อหาสำคัญของเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า ผู้ใหญ่จะแน่ใจได้อย่างไรว่า เด็กในความดูแลของพวกเขา สามารถเติบโตขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ และการรับรู้ถึงคุณค่าของเงินที่ผู้ใหญ่หามาได้อย่างยากลำบาก และด้วยความช่วยเหลือของผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็ก นักจิตวิทยาและการเงินจำนวนหลายสิบคน รวมทั้งผู้ปกครองพร้อมกับบุตรหลานชาวอเมริกันจำนวนหนึ่ง ได้ช่วยชาทสกี้เสนอความคิดและพัฒนาหากฎ 7 ข้อ เพื่อปรับพฤติกรรมเด็กให้สามารถเติบโตและฉลาดใช้เงินได้ในอนาคต </span></p>
<p align="justify"><span style="font-size: x-small"></p>
<p>เริ่มจากกฎข้อที่หนึ่ง &#8220;สอนพวกเขาตัดสินใจเลือกตัวเลือกที่ดีเสียก่อน&#8221; การตัดสินใจเลือกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทุกคนต้องทำ ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น หากจะเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊คกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เด็ก ๆ ต้องตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกซื้อแบบไหน ในเมื่อจะซื้อสิ่งของทั้งสองอย่าง ซึ่งมีการใช้งานเหมือนกันให้เปลืองเงินย่อมทำไม่ได้แน่ ๆ อลิซาเบธ เครรี่ นักการศึกษาและเจ้าของงานเขียน Pick Up Your Socks and Other Skills Growing Children Need กล่าวว่าผู้ใหญ่สามารถสอนเด็กเล็กตั้งแต่ 1 ขวบครึ่งไปจนถึง 2 ปี ให้รู้จักว่าพวกเขาไม่สามารถได้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากได้ เครรี่แนะให้เริ่มต้นจากตัวเลือกง่ายเพียง 2 ตัวก่อน เช่น ต้องการเสื้อสีน้ำเงินหรือแดง หรืออยากกินอาหารร้านนี้หรือร้านนั้น เมื่อเด็กเริ่มคุ้นเคยกับตัวเลือกเพียง 2 ตัว ผู้ใหญ่ต้องขยายตัวเลือกเพิ่มขึ้นเป็น 3 และ 4 ตัว ซึ่งเครรี่เตือนว่าหากให้เด็กเลือกตัวเลือกอยู่แค่ 2 ตัว เด็กก็จะรู้จักเลือกของได้แค่ 2 อย่าง แต่ถ้าเพิ่มตัวเลือกพวกเขาจะสามารถคิดพิจารณาเลือกหาสิ่งของได้มากขึ้นเป็น 5-6 ตัวเลือก ชาทสกี้ชี้ว่าสิ่งสำคัญจากกฎข้อแรกนี้ อยู่ที่การเปิดโอกาสให้เด็กได้ตัดสินใจ ซึ่งการตัดสินใจจะต้องอยู่กับพวกเขาไปตลอดชีวิต และต้องเรียนรู้ตลอดไปแม้การตัดสินใจบางครั้งอาจไม่ได้สิ่งที่ถูกต้องเหมาะ สมเสมอไปก็ตาม แต่ขอให้ถือว่าการตัดสินใจเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ย่อมดีกว่าตัวเลือกอื่นๆ </span></p>
<p align="justify"><span style="font-size: x-small"></p>
<p>&#8220;หยิบยกข้อจำกัดขึ้นมาอย่างมีเหตุมีผล&#8221; เป็นกฎข้อสองใช้ปรับพฤติกรรมเด็กๆ ซึ่ง แดน คายด์ลอน ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เจ้าของผลงานวิจัยเรื่อง Too Much of a Good Thing : Raising Children of Character in an Indulgent Age โดยสำรวจจากผู้ใหญ่กว่า 1 พันคน และวัยรุ่นอีกประมาณ 700 คน พบว่า เด็กที่ถูกกำหนดไว้ด้วยข้อจำกัดอย่างต่อเนื่อง ข้อจำกัดนี้ครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่การสาบานไปจนถึงการเล่นวิดีโอเกมเนื้อหา รุนแรง มีแนวโน้มจะพลาดพลั้งหรือถลำลึกไปหายาเสพติดหรือเกิดความรู้สึกหดหู่ ได้น้อยกว่ากลุ่มเด็ก ๆ ที่ไม่เคยพบกับข้อจำกัดเลย คายด์ลอนแนะนำว่า หากบุตรหลานไม่ยอมเก็บผ้าเช็ดตัวไปไว้ให้เป็นที่เป็นทาง จงบอกพวกเขาเลยว่า ต้องโดนหักเงินที่จ่ายให้ใช้ตามปกติ 1 ดอลลาร์ ในทุก ๆ ครั้งที่ผู้ปกครองต้องคอยตามเก็บผ้าเช็ดตัวให้พวกเขา และต้องปฏิบัติให้ได้ตามกฎข้อตกลงที่กำหนดไว้พร้อมปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ใหญ่ต้องเลือกใช้วิธีที่จะควบคุมเด็กได้ เช่น การตัดเงินอาจใช้ได้กับเด็กบ้างคน แต่เด็กคนอื่นอาจต้องใช้วิธีห้ามดูโทรทัศน์ ห้ามเล่นคอมพิวเตอร์ หรือห้ามขี่จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ ถ้าอยู่นอกบ้าน ผู้ใหญ่อาจควบคุมเด็กด้วยการห้ามพวกเขาออกไปเล่นตามบ้านเพื่อน ที่ใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายอยู่หน้าจอทีวี แต่วิธีนี้คงใช้ได้เฉพาะเด็กที่ยังไม่โตมากนัก เพราะเมื่อเขาย่างเข้าสู่วัยรุ่น กบฏทางความคิดย่อมเริ่มมาเยือน นำไปสู่ความรู้สึกอยากต่อต้านได้ หมายความว่าผู้ปกครองต้องคิดหาวิธีแยบยลมากขึ้น เพื่อโน้มน้าวพวกเขาให้คิดปฏิบัติอย่างมีเหตุผล </span></p>
<p align="justify"><span style="font-size: x-small"></p>
<p>&#8220;กำหนดเงินประจำที่เด็กควรได้รับ&#8221; คือกฎข้อสาม แต่การจำกัดเงินประจำให้เด็ก ๆ เป็นเรื่องยาก หากผู้ใหญ่เป็นผู้ปกครองประเภทโอเคอยู่ตลอดเวลา และทุกครั้งที่เด็กร้องขอให้พาไปร้านขายของเล่นหรือขนมหวาน แต่จะจบลงด้วยการบ่นและเตือน ฉะนั้น การตอบสนองที่ดีที่สุดต้องกำหนดเงินประจำให้พวกเขา เมื่อเด็กมีอำนาจตัดสินใจในการใช้เงินของตัวเอง ผู้ใหญ่สามารถจะพูดได้แล้วว่าจะไม่จ่ายเงินเพื่อซื้อของเล่นใหม่ให้แล้ว แต่เด็กต้องตัดสินใจเลือกซื้อใช้เงินของตัวเอง ผู้ปกครองอาจจะเริ่มต้นให้เด็กวันละ 1 ดอลลาร์ในระดับอนุบาล จากนั้นค่อยเพิ่มให้ปีละ 1 ดอลลาร์ เมื่อเด็กเลื่อนชั้นขึ้นไปอยู่ระดับประถม อย่างไรก็ตาม ชาทสกี้เตือนว่า ในกฎข้อสามนี้ยังมีกฎบังคับไว้เป็นพื้นฐาน เพื่อให้การปรับพฤติกรรมดำเนินไปด้วยดียิ่งขึ้น เริ่มจากข้อแรกการกำหนดเงินประจำให้เป็นเรื่องของทุกคนในครอบครัว เป็นเรื่องดีที่จะตอกย้ำเด็กให้ประหยัดออมเงิน และรู้จักให้เพื่อการกุศล สร้างความรู้สึกนี้ให้ต่อเนื่อง และเป็นปรัชญาของครอบครัว ข้อสองอย่านำเรื่องเงินประจำไปเกี่ยวพันกับงานบ้าน ไม่เช่นนั้นเด็ก ๆ อาจตัดสินใจไม่ทำงานบ้านโดยไม่สนใจเงิน โดยพื้นฐานแล้วขอให้ระลึกอยู่เสมอว่าผู้ใหญ่ต้องการให้เด็กได้เงินด้วยความ ปรารถนาดี อยากให้เด็กๆ เรียนรู้และบริหารเงินได้ แต่บางครั้งเป็นข้อยกเว้น อย่างในกรณีของคาเรน มาร์เกส คุณแม่ลูก 3 ที่อยู่ในวัย 8 ขวบ 7 ขวบ และ 3 ขวบครึ่ง ใช้ผลงานจากการทำงานบ้านและดูแลเสื้อผ้าของเล่นของตัวเอง </span></p>
<p align="justify"><span style="font-size: x-small"></p>
<p>มาวัดความพอใจในการให้หรือหักเงินประจำ ช่วยเด็กๆ ให้เรียนรู้ที่จะรอคอย&#8221; เป็นกฎข้อสี่ที่ขึ้นอยู่กับผู้ปกครอง ที่จะสอนเด็กให้รู้ว่า การได้สิ่งต่างๆ จากการรอคอยจะรู้สึกดีกว่าการได้มาด้วยการรบเร้าร้องขอ เป็นเทคนิคที่รอนดา เพย์ตัน คุณแม่ ผู้ดูแลมาร์เกลลูกชายวัยรุ่นของเธอเคยใช้ ในเวลาที่มาร์เกลอยากได้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คราคาแพง ในขณะที่เขาเองได้เงินประจำเพียงครั้งละ 10 ดอลลาร์ เพย์ตัน นำวิธีการของบริษัทกับลูกจ้างมาใช้ ด้วยการให้มาร์เกลออมเงิน และทุกครั้งที่มาร์เกลออมเงินได้เท่าใดก็ตาม เพย์ตันกับสามีจะให้เงินสมทบในอัตราที่เท่ากันแก่มาร์เกล นอกจากการรวบรวมเงินประจำที่ออมไว้ได้ เงินที่ได้จากวันเกิด เงินที่ได้จากวันหยุด และเงินสดที่ได้เมื่อเขาช่วยงานพิเศษภายในบ้าน ในที่สุดมาร์เกลบรรลุเป้าหมาย พร้อมกับคำชื่นชมที่รอนดา เพย์ตัน สรุปไว้ว่า การช่วยให้เด็กซื้อสิ่งที่พวกเขาอยากได้เป็นเจ้าของ ด้วยการมีส่วนร่วมและใช้ความพยายามของตัวเอง จะทำให้พวกเขารู้สึกถึงคุณค่าของสิ่งของนั้น ๆ สำหรับเด็กอายุสัก 8-9 ขวบ ผู้ใหญ่อาจผ่อนปรนให้การรอคอยของพวกเขาสั้นลง อย่างที่ อลิซาเบธ เครรี่ แนะนำไว้ว่า ผู้ใหญ่ควรพูดกับเด็กในวัยนี้ว่า ต้องการจะออมเงินประจำไว้ครึ่งหนึ่ง เพื่อแลกกับการได้เล่นเกม 8 สัปดาห์ หรืออยากออมเงินได้ประจำทั้งหมดไว้ เพื่อแลกกับการได้เล่นเกมน้อยลงเหลือ 4 สัปดาห์ </span></p>
<p align="justify"><span style="font-size: x-small"></p>
<p>ตอนนี้มาถึงกฎข้อห้า &#8220;กระตุ้นให้ทำงาน&#8221; เป็นเหมือนบทเรียนที่มีความหมายมากที่สุดสำหรับบุตรหลาน เมื่อพวกเขาเริ่มต้นพูดเกี่ยวกับเงินที่พวกเขาหามาได้ อย่างกรณีของบาร์บาร่าและเกลนน์ มิลเลอร์ สามีภรรยาจากมลรัฐนิวยอร์ก กระตุ้นให้อาแมนดาบุตรสาววัย 17 ปี ให้เริ่มทำงานเสียแต่เนิ่น ๆ พวกเขาเต็มใจจ่ายค่าตอบแทนการทำงานต่าง ๆ ในบ้าน ตั้งแต่ล้างรถยนต์ไปจนถึงการเป็นพี่เลี้ยงเด็กแก่อาแมนดา แทนที่จะต้องจ่ายให้กับคนภายนอกที่ต้องว่าจ้างเช่นกัน แต่เมื่อใดที่อาแมนดาอยากได้ของราคาแพง ซึ่งอยู่นอกเหนือความสามารถหรือมีคุณค่าไม่เหมาะกับงานบ้านบางอย่างที่ให้ทำ ทั้งบาร์บาร่าและเกลนน์ก็จะแนะนำให้ลูกสาวมองหางานนอกบ้านอย่างการเป็น พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารสนามไดร์ฟกอล์ฟ และเมื่ออาแมนดาได้ใบอนุญาตขับรถยนต์ เด็กสาวผู้นี้มองหางานอื่นนอกเวลาทำอีกในร้านขายเสื้อแห่งหนึ่ง ด้วยการขายเสื้อผ้าที่อยู่ในความนิยมและเป็นอาชีพที่เธอรัก ซึ่งบาร์บาร่าตอนนี้กล่าวชื่นชมลูกสาวของเธอว่า ไม่เคยเรียกร้องขอเงินเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการอีกเลย จากข้อมูลการศึกษาจัดทำโดย โรเปอร์ เอเอสดับเบิลยู ในปี 2546 เด็กที่เริ่มทำงานพิเศษตั้งแต่อยู่ระดับมัธยมปลาย มีแนวโน้มมากกว่าที่จะประสบความสำเร็จบรรลุเป้าหมายทางการเงิน และมีความสามารถความรู้ทางด้านการเงินได้มากกว่าเด็กวัยเดียวกัน ที่ไม่เคยทำงานพิเศษเลย </span></p>
<p align="justify"><span style="font-size: x-small"></p>
<p>&#8220;สั่งสอนให้รู้จักคุณค่า(ของเงิน)&#8221; เป็นกฎข้อหกที่ชาทสกี้เชื่อว่า เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้ที่จะทอนเงินได้เร็วเท่า ๆ กับความสามารถที่จะนับเงิน แต่สิ่งยากเย็นเข็ญใจกว่านั้น คือการสอนให้พวกเขาชื่นชมในคุณค่าของเงิน ซูซาน เบแคม คุณแม่รายหนึ่งจากเมืองชิคาโก ให้ความหมายว่าเด็กเข้าใจว่าเงินมีหน่วยนับว่าอะไรบ้าง เหมือนกับเงินไทยที่นับได้ตั้งแต่ 1,000 , 500 , 100, 20 ไปจนถึง 10 บาท และ 5 บาท แต่พวกเขายังไม่เข้าใจว่า ต้องมีหรือสะสมไว้เท่าใดจึงจะซื้อรถยนต์สักคันได้ เครรี่มีเทคนิคช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ให้เด็กๆ เหล่านี้เรียนรู้เกี่ยวกับมูลค่าหรือคุณค่าของเงินได้ ด้วยการตั้งคำถามเมื่อใดก็ตามที่เด็ก ๆ ต้องการตุ๊กตาสักตัวหนึ่ง โดยให้ถามเขาว่าตุ๊กตาตัวนั้นสำคัญกับเขามากน้อยเพียงใด และเทียบเป็นคะแนนความชอบว่าเท่าไหร่ตั้งแต่ 1 ไล่ไปจนถึง 5 เด็กทุกคนย่อมต้องตอบในครั้งแรกว่าให้คะแนน 5 จากนั้นปล่อยไว้ 1 สัปดาห์ คราวนี้ให้ลองถามใหม่ว่าชอบตุ๊กตามากน้อยเพียงใด เทคนิคข้างต้นเป็นความพยายามบอกเด็กทางอ้อม และไม่เป็นการปฏิเสธพวกเขาโดยตรงจนเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน แต่ความพยายามของผู้ใหญ่จะช่วยพัฒนาความสามารถให้พวกเขาใช้วิจารณญาณหรือคิด ใคร่ครวญถึงคุณค่าหรือมูลค่าของสิ่งที่เขาซื้อมาว่าคุ้มค่าหรือไม่ </span></p>
<p align="justify"><span style="font-size: x-small"></p>
<p>ตอนนี้มาถึงกฎข้อสุดท้าย &#8220;จงทำตัวเป็นต้นแบบสม่ำเสมอและอย่าปากว่าตาขยิบ&#8221; หมายถึงเมื่อผู้ใหญ่เริ่มต้นให้เงินประจำแก่เด็ก ๆ ต้องให้ตรงเวลา และให้เต็มจำนวนตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ ไม่ควรให้บุตรหลานพูดกับผู้ปกครองของพวกเขาว่า พ่อแม่บอกว่าจะให้เงินจำนวนหนึ่ง แต่พวกเขากลับไม่เคยได้เห็นเงินจำนวนนี้เลย ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เกิดกรณีผู้ใหญ่วัย 20 ปีไม่คิดว่าพวกเขาต้องจ่ายหนี้บัตรเครดิต อธิบายให้ชัดเจนมากกว่านี้ คือหากผู้ใหญ่ยืนกรานให้เด็กออมเงินประจำที่ได้บางส่วนไว้ หรือให้แบ่งปันเงินบางส่วนของเงินประจำที่ได้รับให้กับการกุศล เด็ก ๆ เหล่านี้ควรจะได้เห็นผู้ใหญ่ออมเงินหรือแบ่งปันเงินออมบางส่วนไปให้กับการ กุศลด้วยเช่นกัน</p>
<p>คราวหน้าถ้าเด็ก ๆ ดื้อรั้น งอแงจะเอานั่นเอานี่ให้ได้ พอไม่ได้ก็จะตะโกนว่า เป็นพ่อแม่แบบไหนไม่ยอมซื้อของให้พวกเขา ขอให้บรรดาผู้ใหญ่ทั้งหลายสูดหายใจลึกๆ พร้อมตอบกลับอย่างหนักแน่นไปได้เลยว่า เป็นพ่อแม่ประเภทที่เชื่อว่าพวกเขามีของที่ต้องการเวลานั้นมากพออยู่แล้ว แต่ถ้าเด็ก ๆ ต้องการได้เพิ่มอีก จงปล่อยให้พวกเขาเก็บเงินซื้อเอง โดยผู้ใหญ่จะรู้สึกดีใจและยินดีขับรถพาไปซื้ออย่างแน่นอน สรุปแล้วกฎข้อนี้อยากให้ผู้ใหญ่ในปัจจุบัน พยายามทำตัวเองให้เป็นแบบอย่างและมีความหนักแน่น ในการใช้เหตุและผลเพียงพอ ที่จะอธิบายเพื่อโน้มน้าวใจเด็กๆ ให้ซึมซับยอมรับฟังข้อมูล และพร้อมจะทำตามอย่างเต็มใจในที่สุด </span>
<div class="fblike_button" style=""><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fblog.asiawebpro.com%2F7%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%258e-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a4%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a1-%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2595%2F&amp;layout=&amp;show_faces=false&amp;width=&amp;action=&amp;colorscheme=" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:px"></iframe></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.asiawebpro.com/7%e0%b8%81%e0%b8%8e-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อายุ 20 จัดสรรเงินอย่างไร</title>
		<link>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-20-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-20-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2009 16:50:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>AsiaWebpro</dc:creator>
				<category><![CDATA[การออม]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.moneyican.com/?p=56</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;อะไรที่เราไม่ รู้ก็จะไม่ทำให้เราเจ็บ&#8221; อาจเป็นประโยคที่ใช้ได้ กับหลายเรื่องหลายคน แต่สำหรับ &#8220;การวางแผนเพื่อการเกษียณอายุแล้ว หากเราไม่รู้ ก็จะยิ่งทำให้เราเจ็บ&#8221; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเดือนกันยายน ที่จะมีคนเกษียณอายุกันแล้ว ยิ่งพบว่า หลายคนเริ่มรู้สึกเจ็บปวด และเป็นกังวลแล้วว่า แล้วจะอยู่อย่างมั่นคง และเป็นสุขหรือไม่ อย่างไร เพราะยังต้องใช้เงินไปอีกนาน โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล ที่เราจำเป็นต้องใช้เพิ่ม แต่ไม่มีโอกาสหาเงิน หรืออาจหาเงินได้ไม่เท่าเดิมอีกแล้ว ดังนั้น เราควรทำความเข้าใจ และรู้จักวางแผนการเงิน เพื่อการเกษียณไว้แต่เนิ่นๆ อย่าคิดว่าอีกนาน เพราะเริ่มต้นได้ &#8220;ยิ่งเร็ว ยิ่งดี&#8221; สมมติว่า ตอนนี้อายุ 20 ปี เริ่มมีรายได้เป็นของตนเอง และเริ่มออมเงินได้ เราก็ควรกำหนดเป้าหมาย ในการออมเงินไว้เลยว่า เพื่อไว้ซื้อสินทรัพย์ต่างๆ เช่น รถยนต์ บ้าน หรือ เก็บเงินเพื่อการศึกษาต่อในขั้นสูงขึ้น หรือเพื่อเป็นทุนในการทำอาชีพส่วนตัว หรือเพื่อการลงทุนให้เงินงอกเงย เพื่อให้ชีวิตหลังเกษียณอยู่อย่างสบายๆ จะเห็นได้ว่า เป้าหมายของแต่ละคนต่างกันไป แล้วทำอย่างไรถึงจะไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งไว้&#8230;. ในวัยเริ่มต้นทำงานนี้ เป็นวัยที่ไม่มีภาระมากนัก มีเวลาในการเก็บออม และหารายได้อีกนานในอนาคต หากเราเริ่มต้นออมอย่างจริงจังในวัยนี้ [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size: x-small"><span style="color: #0066cc;font-size: x-small">&#8220;อะไรที่เราไม่ รู้ก็จะไม่ทำให้เราเจ็บ&#8221; อาจเป็นประโยคที่ใช้ได้ กับหลายเรื่องหลายคน แต่สำหรับ &#8220;การวางแผนเพื่อการเกษียณอายุแล้ว หากเราไม่รู้ ก็จะยิ่งทำให้เราเจ็บ&#8221; </span> </span></strong></p>
<p><span style="font-size: x-small">โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเดือนกันยายน ที่จะมีคนเกษียณอายุกันแล้ว ยิ่งพบว่า หลายคนเริ่มรู้สึกเจ็บปวด และเป็นกังวลแล้วว่า แล้วจะอยู่อย่างมั่นคง และเป็นสุขหรือไม่ อย่างไร เพราะยังต้องใช้เงินไปอีกนาน โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล ที่เราจำเป็นต้องใช้เพิ่ม แต่ไม่มีโอกาสหาเงิน หรืออาจหาเงินได้ไม่เท่าเดิมอีกแล้ว ดังนั้น เราควรทำความเข้าใจ และรู้จักวางแผนการเงิน เพื่อการเกษียณไว้แต่เนิ่นๆ อย่าคิดว่าอีกนาน เพราะเริ่มต้นได้ &#8220;ยิ่งเร็ว ยิ่งดี&#8221;</span></p>
<p><span style="font-size: x-small"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: x-small">สมมติว่า ตอนนี้อายุ 20 ปี เริ่มมีรายได้เป็นของตนเอง และเริ่มออมเงินได้ เราก็ควรกำหนดเป้าหมาย ในการออมเงินไว้เลยว่า เพื่อไว้ซื้อสินทรัพย์ต่างๆ เช่น รถยนต์ บ้าน หรือ เก็บเงินเพื่อการศึกษาต่อในขั้นสูงขึ้น หรือเพื่อเป็นทุนในการทำอาชีพส่วนตัว หรือเพื่อการลงทุนให้เงินงอกเงย เพื่อให้ชีวิตหลังเกษียณอยู่อย่างสบายๆ จะเห็นได้ว่า เป้าหมายของแต่ละคนต่างกันไป แล้วทำอย่างไรถึงจะไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งไว้&#8230;.</span></p>
<p><span style="font-size: x-small"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: x-small">ในวัยเริ่มต้นทำงานนี้ เป็นวัยที่ไม่มีภาระมากนัก มีเวลาในการเก็บออม และหารายได้อีกนานในอนาคต หากเราเริ่มต้นออมอย่างจริงจังในวัยนี้ โดยออมเงินเพียง 10% ของรายได้ทั้งหมดไปเรื่อยๆ และเมื่อออมเงินได้จำนวนหนึ่ง ก็อาจแบ่งเงินจำนวนนี้ไปลงทุน เพื่อให้เกิดดอกผลที่สูงกว่าการฝากธนาคาร และด้วยการที่อยู่ในวัยเริ่มต้นของการทำงานนี้เอง จึงสามารถรับความเสี่ยงการลงทุนได้สูงกว่าคนในวัยอื่นๆ เพราะการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงนั้น มีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทน ที่สูงเช่นกัน ดังนั้น คนวัยนี้ก็อาจจะนำ 90% ของเงินออมที่มีอยู่ไปลงทุนในหุ้นได้ แต่ไม่ใช่ว่าซื้อหุ้นแบบเก็งกำไร แต่เป็นการลงทุนในหุ้นระยะยาว เพราะมีการศึกษามาแล้วว่า ในระยะยาวการลงทุนในหุ้นสามัญ จะให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-size: x-small"><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: x-small">ส่วนอีก 10% ที่เหลือก็ลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า และได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน เช่น พันธบัตร หรือหุ้นกู้ของบริษัทมั่นคง มีความปลอดภัยของเงินต้นหรืออาจอยู่ใน รูปของการฝากเงินกับธนาคารก็ได้ การจัดสรรเงินออมแบบนี้ นอกจากจะช่วยให้เรามีโอกาสได้รับ ผลตอบแทนที่สูงขึ้นแล้ว ยังเป็นการกระจายความเสี่ยง ในการลงทุนด้วย เงินของเรา ชีวิตของเรา ต้องฉลาดใช้ ฉลาดออม และฉลาดลงทุน เพื่อตัวของเราเอง เพราะเป็นธรรมดาว่า ชีวิตใคร ใครก็ต้องกำหนดเอาเอง </span>
<div class="fblike_button" style=""><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fblog.asiawebpro.com%2F%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b8-20-%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a3%2F&amp;layout=&amp;show_faces=false&amp;width=&amp;action=&amp;colorscheme=" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:px"></iframe></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.asiawebpro.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-20-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
