Archive for the 'VISA' Category
Verified by VISA และ MasterCard SecureCode : ความปลอดภัยอย่างไร้กังวลกับการช้อปออนไลน์
Verified by VISA และ MasterCard SecureCode เป็นบริการที่ธนาคาร ร่วมกับ บริษัท VISA International / บริษัท MasterCard International พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรเครดิต ท่านสามารถซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ด้วยความมั่นใจพร้อมกับความเป็นส่วนตัวโดยใช้ password ของ Verified by VISA และ ข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal Assurance Message: PAM) / password ของ MasterCard SecureCode และ ข้อความยืนยันรหัสส่วนตัว (Personal Greeting) เพื่อให้ท่านมั่นใจว่ากำลังทำรายการผ่านร้านค้า e-Commerce ที่ลงทะเบียนกับ VISA / MasterCard อย่างถูกต้อง ทันทีที่ท่านลงทะเบียนกับ Verified by VISA / MasterCard SecureCode จะไม่มีใครสามารถใช้หมายเลขบัตรของท่านเพื่อการใช้จ่ายออนไลน์ได้ หากไม่มี password ของ Verified by VISA / MasterCard SecureCode
สิทธิประโยชน์ของบริการ Verified by VISA / MasterCard SecureCode
- เพิ่มความปลอดภัย ด้วยระบบการตรวจสอบ password ของ Verified by VISA / MasterCard SecureCode ซึ่งท่านเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง เพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นลักลอบใช้หมายเลขบัตรของท่านในการทำรายการทางอินเทอร์เน็ต
- เสริมความมั่นใจ ด้วยการใช้ข้อความยืนยันส่วนตัว (PAM) / ข้อความยืนยันรหัสส่วนตัว (Personal Greeting) ที่จะปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ในขณะที่ทำรายการ เพื่อให้ท่านมั่นใจว่ากำลังทำรายการผ่านร้านค้า e-Commerce ที่ลงทะเบียนกับ VISA / MasterCard อย่างถูกต้อง

จนกระทั่งวันนี้ทาง VISA International Inc. (http://www.visa.com) บริษัทผู้ออกบัตรเครดิตในนาม “วีซ่า” ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการเกี่ยวกับบริการ Verified by VISA กับธนาคารต่างๆ ทั่วโลกมากกว่า 50 ธนาคาร โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2546 (http://www.visa-asia.com/newsroom/thailand_250303.shtml) ที่ผ่านมาทางวีซ่าได้ประกาศความร่วมมือกับธนาคารในบ้านเราถึงสี่ธนาคารพร้อมกันคือ
- ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (http://www.bangkokbank.com)
- ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) (http://www.uob.co.th)
- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (http://www.ktb.co.th)
- ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (http://www.scb.co.th)
ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าที่ถือบัตรเครดิตวีซ่าที่ออกโดยธนาคารดังกล่าว สามารถใช้บัตรเครดิตเลือกซื้อสินค้าหรือบริการบนเน็ตได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ส่วนรายละเอียดมีอะไรบ้างนั้น ติดตามได้เลยครับ
แนะนำเบื้องต้น
วีซ่าเปิดเผยข้อมูลเมื่อต้นปีว่ามูลค่าการซื้อขายสินค้าและบริการบนเน็ตในปี 2002 ที่ผ่านมาเฉพาะในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก มีการเติบโตมากกว่า 80% เมื่อเทียบกับข้อมูลในปี 2001 (เฉพาะในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตในปี 2002 สูงกว่าปี 2001 ถึง 60%) และคาดว่าการเติบโตในลักษณะดังกล่าวจะเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 50% ติดต่อกัน 3 ปี จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าคนในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกนั้นมีความตื่นตัวต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อยู่เสมอ เช่น อินเทอร์เน็ต และมีความกล้าที่จะใช้บัตรเครดิตในการซื้อสินค้าหรือบริการบนเน็ตมากกว่าคนในทวีปอื่นๆ เช่น อเมริกา แต่สิ่งที่ยังคงเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเช่น ในฝั่งผู้ถือบัตรเครดิตส่วนใหญ่จะเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ ซึ่งเกิดขึ้นได้ในหลายๆ ประเด็น เช่น
- ร้านค้าออนไลน์นั้นน่าเชื่อถือหรือเปล่า
- ร้านค้าจะแอบนำข้อมูลบัตรเครดิตไปใช้หรือเปล่า
- จะมีใครแอบขโมยข้อมูลต่างๆ ในขณะที่ติดต่อกับร้านค้าออนไลน์หรือเปล่า
ส่วนฝั่งร้านค้าเองก็มีความกังวลใจ ในหลายๆ ประเด็น เช่น
- ผู้ซื้อเป็นเจ้าของบัตรเครดิตจริงๆ หรือเปล่า
- ผู้ซื้อจะปฏิเสธการจ่ายเงินในภายหลังหรือเปล่า
- บัตรเครดิตนั้นเป็นบัตรที่ถูกขโมยมาหรือเปล่า ตัวอย่างคำถามต่างๆ เหล่านี้จะหมดไป เพราะบริการ Verified by VISA ถูกออกแบบมาให้จัดการปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะครับ

บริการ Verified by VISA เป็นนวัตกรรมใหม่ที่บัตรเครดิต ภายในประเทศ และ วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกันพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรเครดิตทางอินเทอร์เน็ต ด้วยระบบการสอบถามรหัสผ่านส่วนตัว (Password) และระบบการแสดงข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal Message) ในทุกครั้งที่มีการทำรายการชำระเงินทางอินเตอร์เน็ต
สิทธิประโยชน์จาก Verified by VISA
- เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบการเรียกถามรหัสผ่านส่วนตัว (Password) ซึ่งผู้ถือบัตรเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง เพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นลักลอบใช้หมายเลขบัตรเครดิตของท่านในการทำรายการทางอินเตอร์เน็ต
- เสริมความมั่นใจ ด้วยการใช้ข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal Message) ที่จะปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ในขณะที่ทำรายการ เพื่อให้ท่านแน่ใจว่ากำลังทำรายการผ่านเว็บไซต์ที่ได้รับการรับรองจากวีซ่า
- สามารถสมัครใช้บริการนี้ได้สะดวกและรวดเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
คุณสมบัติของผู้สมัครใช้บริการ Verified by VISA
เป็นผู้ถือบัตรเครดิต วีซ่าทุกประเภท ขั้นตอนในการขอใช้บริการ Verified by VISA
เพียงสี่ขั้นตอนง่าย ๆ
- ติดต่อธนาคารที่ท่านถือบัตรเครดิตอยู่เพื่อทำความเข้าใจและยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้บริการ Verified by VISA ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ก่อนเริ่มทำการลงทะเบียน
- กรอกหมายเลขบัตร
- ระบุรายละเอียดข้อมูลบัตร
- กำหนดรหัสผ่านส่วนตัว (Password) และ ข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal Message) ตามที่ท่านต้องการ
วิธีใช้บริการ Verified by VISA ชำระค่าสินค้า/บริการ บนเว็บไซต์ต่างๆ
ท่านสามารถใช้ บริการ Verified by VISA ในการชำระค่าสินค้า/บริการ บนเว็บไซต์ที่มีโลโก้ Verified by VISA ได้ทั่วโลก เพียงใส่หมายเลขบัตรเครดิต ของท่านลงในช่องใส่หมายเลขบัตรเครดิต ควบคู่ไปกับรหัสผ่านส่วนตัว
(Verified by VISA Password) ของท่าน
ทางร้านค้า e-Commerce จะต้องส่งข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal Message) ที่ถูกต้องมาให้ท่านผ่านหน้าเว็บไซต์ หากข้อความส่วนตัวที่ทางร้านค้าส่งมานั้นไม่ถูกต้องหรือไม่มีการส่งข้อความมา แสดงว่าเป็นร้านค้าที่ไม่ได้ลงทะเบียนถูกต้องกับทาง วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ท่านจึงควรยกเลิกการสั่งซื้อในทันที
หลักการทำงาน
กล่าวโดยสรุปแล้วบริการ Verified by VISA นั้นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมของการทำธุรกรรมบนเน็ตให้มีความปลอดภัยที่สูงขึ้นและสามารถป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งในฝั่งเจ้าของร้านค้าออนไลน์กับเจ้าของผู้ถือบัตรเครดิต ดังนั้นเพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพ หลักการทำงานอย่างง่ายๆ ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
- ผู้ถือบัตรเครดิตวีซ่าของธนาคารที่กล่าวไว้ข้างต้นทุกประเภท สามารถเข้าไปสมัครเพื่อขอใช้บริการผ่านเวบไซต์ ของธนาคาร แล้วเลือกไปที่หัวข้อ “Verified by VISA”
- จะมีการถามข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิต เช่น หมายเลขบัตร (ตัวเลข 16 หลัก) หมายเลขพิเศษประจำบัตร (ตัวเลข 3 หลักซึ่งอยู่ด้านหลังบัตรด้านขวามือ ใต้แถบแม่เหล็ก) ชื่อบนหน้าบัตร วันหมดอายุ หมายเลขบัตรประชาชน และวันเดือนปีเกิด
- หลังจากนั้นระบบจะประมวลผลข้อมูลต่างๆ หากตรวจสอบแล้วว่าข้อมูลดังกล่าวถูกต้อง ก็จะให้กำหนดรหัสผ่านเพื่อทำธุรกรรมบนเน็ต (Password) ตัวช่วยจำรหัสผ่านเพื่อทำธุรกรรมบนเน็ต (Password Hint) ข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal Assurance Message หรือ PAM) และอีเมล เพื่อใช้แจ้งสิทธิประโยชน์และข่าวสารต่างๆ
- เวลาที่ท่านไปซื้อสินค้าหรือบริการบนเน็ต โปรดสังเกตว่ามีโลโก้ Verified by VISA แสดงบนหน้าร้านค้าหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าร้านค้านั้นสนับสนุนบริการนี้ ท การเลือกซื้อสินค้าหรือบริการก็ยังคงเป็นแบบปกติ (Shopping Cart) จนกระทั่งมาถึงขั้นตอนการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต โดยหลังจากที่ลูกค้าใส่หมายเลขบัตรเครดิตเรียบร้อยแล้ว ระบบจะส่งข้อมูลกลับไปยังธนาคารเอเชีย ในฐานะผู้ออกบัตรเครดิต เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
- หลังจากนั้นจะมีหน้าต่างใหม่ปรากฏขึ้น เพื่อยืนยันข้อมูลต่างๆ อีกครั้ง เช่น ชื่อร้านค้า จำนวนเงินที่สั่งซื้อ หมายเลขบัตรเครดิต (4 หลักสุดท้าย) ข้อความยืนยันส่วนตัว และจะมีช่องให้เจ้าของบัตรเครดิตใส่รหัสผ่านบัตร เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของที่แท้จริง (ข้อสังเกตคือ หากข้อความยืนยันส่วนตัวที่แสดงไม่ตรงกับข้อความที่ท่านเคยกำหนดไว้ ควรยกเลิกการทำรายการโดยทันที)
- หากข้อมูลทุกอย่างถูกต้อง จะปรากฏข้อความยืนยันการซื้อขายสินค้าหรือบริการบนหน้าจอ อนาคต
เท่าที่ได้ทดสอบและใช้บริการ “Verified by VISA” ดูแล้วผมค่อนข้างมั่นใจว่าบริการนี้จะช่วยให้ปริมาณการทำธุรกรรมด้าน B2C (Business to Consumer) เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปค้นหาได้ที่
- http://www.visa-asia.com/ap/sea/cardholders/security/activate.jsp
- ดูตัวอย่างการซื้อบริการออนไลน์ด้วยบัตรเครดิต

เมื่อธุรกิจ eCommerce เติบโตอย่างต่อเนื่องจากแรงผลักดันของผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์เปลี่ยนแปลงไป ตรงกันข้ามมีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการซื้อสินค้าทางออนไลน์ แต่ยังไม่วางใจเรื่องความปลอดภัย
ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ ปี2546 The Secret Service และ FBI ของสหรัฐอเมริกาตรวจพบว่า มีบัตรเครดิตถูกแฮกเกอร์เข้าสู่ระบบความปลอดภัย หลังจากผู้ถือบัตรนำไปซื้อสินค้า และกระบวนการดังกล่าวถูกโจมตีหลังการทำธุรกรรมผ่านร้านค้า
ด้านมาสเตอร์การ์ดออกมาเปิดเผยว่า ถูกแฮกเกอร์เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลจำนวน 8 ล้านบัญชี รวมถึงบัตรเครดิตที่ใช้ระบบชำระเงินผ่านมาสเตอร์การ์ดอีก 2.2 ล้านใบถูกโจมตี ขณะที่วีซ่าได้รับผลเช่นเดียวกันถึง 3.4 ล้านใบ
เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่บัตรพลาสติกได้รับความเสียหายที่เกิดจากบรรดาแฮกเกอร์ อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการระบบชำระเงินทั้งมาสเตอร์การ์ด และวีซ่าพยายามหาวิธีป้องกันเพื่อลดความเสียหายให้กับผู้บริโภค
Verified by Visa เป็นระบบเพิ่มความปลอดภัยในการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ต เพื่อลดโอกาสการลอบนำหมายเลขบัตรเครดิตและวันหมดอายุไปใช้ ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี และการทำธุรกรรมทางการเงิน
โดยออกแบบขึ้นมาเพื่อเพิ่มความมั่นใจ สะดวก ปลอดภัยให้กับผู้บริโภคในการนำบัตรวีซ่าไปใช้ สำหรับการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ตเช่นเดียวกับการใช้บัตรวีซ่าซื้อสินค้าตามร้านค้าปกติ
“เมื่อนำบริการ Verified by Visa มาใช้ในตลาดอย่างเต็มที่แล้ว คาดว่าจะสามารถช่วยลดปัญหาการลักลอบใช้หมายเลขบัตรลงได้มากกว่า 50%” ไมเคิล เคียนีย์ หัวหน้าธุรกิจ eCommerce วีซ่า เอเชีย แปซิฟิกบอก “เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับร้านค้าผู้รับบัตรในเรื่องการได้รับเงินค่าสินค้าจากธนาคาร”
นอกจากระบบดังกล่าวจะช่วยลดการลักลอบนำบัตรไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว ยังลดการถกเถียงจากเจ้าของบัตรกรณีที่เจ้าของบัตรไม่ได้เป็นผู้นำบัตรนั้นไปใช้ โดยให้เจ้าของบัตรวีซ่าใส่รหัสส่วนตัวเพื่อแสดงตนว่าเป็นเจ้าของบัตรจริงในขณะทำการซื้อสินค้าทางออนไลน์
“บัตรวีซ่าหรือข้อมูลบัตรที่ถูกขโมยมาไม่สามารถนำมาใช้ได้ในร้านค้าที่ร่วมให้บริการ Verified by Visa” เขากล่าว
สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งจากผลการศึกษาวิจัยของ Asia Market Intelligence เมื่อเร็วๆ นี้เกี่ยวกับทัศนคติ ความสนใจในการซื้อสินค้า และความปลอดภัยในการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
พบว่ามากกว่า 3 ใน 4 ของผู้แสดงความคิดเห็นทั้งหมด 1,000 คน กังวลถึงการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยในการให้หมายเลขบัตรเครดิตและข้อมูลส่วนตัว และ 66% ต้องการซื้อสินค้าจากร้านค้าทางอินเทอร์เน็ตที่ให้บริการ Verified by Visa
รายงานของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) พบว่าความไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยสำหรับการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต เป็น 1 ใน 3 ปัจจัยหลัก ทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะไม่ซื้อสินค้าบนช่องทางดังกล่าว
“ระบบนี้ช่วยเปิดตลาดสู่กลุ่มลูกค้า ที่ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของการซื้อสินค้าทางออนไลน์ พวกเขาต้องการความรวดเร็ว ง่าย และปลอดภัย” คมกริช ศิริรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป Thaiticketmaster.com ผู้ให้บริการจองและซื้อตั๋วเข้าชมการแสดงคอนเสิร์ตผ่านอินเทอร์เน็ตเล่า
ด้านไรอัน เชียว ผู้อำนวยการ FarEastFlora.com ร้านจำหน่ายดอกไม้ออนไลน์ชั้นนำในสิงคโปร์ กล่าวว่า “พวกเราเชื่อว่าการตอบสนองความต้องการของลูกค้าสำคัญ คือ การทำให้ลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัยเมื่อซื้อสินค้ากับเรา เมื่อพวกเขามั่นใจมากเท่าไรเราสามารถขายสินค้าเพิ่มได้มากขึ้นเท่านั้น”
นอกเหนือไปจากประโยชน์ที่ผู้ถือบัตรวีซ่าจะได้รับแล้ว Verified by Visa ยังมีส่วนทำให้ธุรกิจ eCommerce เติบโตได้ในอนาคต เนื่องเพราะความไม่มั่นใจของผู้บริโภคถูกขจัดไป สังเกตได้จากปริมาณการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีอัตราเติบโตเฉลี่ยกว่า 80% ในไตรมาสสุดท้ายของปี2545เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี2544
สำหรับปริมาณการซื้อสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าวในประเทศไทย ขยายตัวกว่า 60% ในไตรมาส 4 ปี2545 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยจากการสำรวจของ AC Nielsen ปี2546 พบว่าคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป 1.2 ล้านคน และมี 20% ที่มีประสบการณ์ซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้
“ธุรกิจ eCommerce ในไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องประมาณ 50% ต่อปีใน 3 ปีข้างหน้า โดยมีแรงสนับสนุนจากผู้คนที่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น และจำนวนประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น” สมบูรณ์ ครบธีรวงศ์ ผู้จัดการวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทยและอินโดจีนชี้ “การเพิ่มความปลอดภัยเป็นปัจจัยช่วยให้ธุรกิจนี้เติบโตยิ่งขึ้น”
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ธนาคาร กรุงเทพ, เอเชีย, ไทยพาณิชย์ และบัตรกรุงไทย นำระบบ Verified by Visa ไปให้บริการแก่ลูกค้า “จากที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่ของไทยเข้ามาร่วมใช้บริการ แสดงถึงความมุ่งมั่นของธุรกิจ eCommerce ในไทยที่จะเติบใหญ่อย่างมั่นคง” เคียนีย์บอก
หากพิจารณาธุรกิจ eCommerce ในประเทศไทย ทุกวันนี้ธนาคารพาณิชย์ดูเหมือนจะมีบทบาทและเป็นองค์กรสำคัญต่อการเติบโตอย่างมาก เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำเสนอต่อลูกค้าผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“การนำเสนอบริการ Verified by Visa แก่ร้านค้าที่ทำธุรกิจออนไลน์จะช่วยให้สามารถตรวจสอบได้ว่า ผู้ทำรายการซื้อสินค้าเป็นเจ้าของบัตรที่แท้จริง เช่นเดียว กันพวกเรามองโอกาสในการทำธุรกิจ eCommerce ที่เพิ่มขึ้นโดยมีระบบความปลอดภัยนี้รองรับ” โชค ณ ระนอง ผู้จัดการสายบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ อธิบาย
สำหรับลูกค้าที่ถือบัตรเครดิตไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มหลังจากเข้าสู่ระบบ Verified by Visa เพราะหากธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บเพิ่ม นั่นหมายถึง การเสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความล้มเหลวของธุรกิจ eCommerce
“ระบบของวีซ่าช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าทำธุรกรรมผ่านออนไลน์เพิ่มมากขึ้น” จันทิมา จตุรภัทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์บอก “การลักลอบนำข้อมูลบัตรเครดิตไปใช้ซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตส่งผลให้ธุรกิจ eCommerce ไม่เติบโตเท่าที่ควร”
การมอบความคุ้มครองใหม่ล่าสุดของวีซ่าครั้งนี้ พวกเขาเชื่อมั่นว่าจะไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเหมือนเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาอีก เพราะหากเกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นมา ย่อมเป็นสิ่งขัดขวางการเติบโตและเป้าหมายในการทำงาน ที่ต้องการให้ผู้บริโภคหันมาใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าแทนเงินสดให้ได้มากที่สุด
Source : http://www.bangkokbiznews.com/scitech/2003/0605/index.php?news=p17.html
http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=6220








