Archive for the 'Tips' Category



Google’s SEO Starter Guide

Thursday 20 November 2008 @ 1:30 pm

Webmasters often ask us at conferences or in the Webmaster Help Group, “What are some simple ways that I can improve my website’s performance in Google?” There are lots of possible answers to this question, and a wealth of search engine optimization information on the web, so much that it can be intimidating for newer webmasters or those unfamiliar with the topic. We thought it’d be useful to create a compact guide that lists some best practices that teams within Google and external webmasters alike can follow that could improve their sites’ crawlability and indexing.

Our Search Engine Optimization Starter Guide covers around a dozen common areas that webmasters might consider optimizing. We felt that these areas (like improving title and description meta tags, URL structure, site navigation, content creation, anchor text, and more) would apply to webmasters of all experience levels and sites of all sizes and types. Throughout the guide, we also worked in many illustrations, pitfalls to avoid, and links to other resources that help expand our explanation of the topics. We plan on updating the guide at regular intervals with new optimization suggestions and to keep the technical advice current.

So, the next time we get the question, “I’m new to SEO, how do I improve my site?”, we can say, “Well, here’s a list of best practices that we use inside Google that you might want to check out.”

Share



ยืดอายุแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กให้อยู่กับคุณนานๆ

Sunday 16 November 2008 @ 10:51 pm

ก่อนอื่นต้องชี้แจงก่อนว่า อายุแบตเตอรี่ในที่นี้หมายถึง อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่พวกมันเสื่อมสภาพ (โดยไม่ได้ลุกไหม้
ไปเสียก่อน) สำหรับวินทิปในตอนนี้ขอแนะนำวิธีเก็บรักษา และใช้งานแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานพวกมันได้นานเท่าที่ควร แบตเตอรี่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของโน้ตบุ๊ก เพราะถ้าขาดมัน หรือใช้แบตฯที่เสื่อมสภาพ (ชาร์จนานแต่หมดไว) คงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อที่สุด ซึ่งความ
จริงของชีวิตที่คุณปฏิเสธไม่ได้ เหมือนกันก็คือ โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่รวมถึงอุปกรณ์พกพาอิเล็กทรอนิกส์ต่างก็ใช้แบตเตอรี่ที่เป็น ลิเธียมอิออน (Li-ion) กันแทบทั้งนั้น โดยแบตฯ พวกนี้จะเริ่มเสื่อมสภาพตามกาลเวลาตั้งแต่วันผลิต และจะเสื่อมลงไปอย่างต่อเนื่องตามจำนวนครั้งของการชาร์จ

ประเด็นก็ คือ ราคาของแบตเตอรี่พวกนี้ค่อนข้างสูงพอสมควรซึ่งหากเปรียบเทียบการเปลี่ยน แบตเตอรี่กับการหาวิธียืดอายให้พวกมันใช้งานได้นานที่สุด
เท่าที่จะทำได้ ดูเหมือนอย่างหลังจะน่าสนใจกว่ามาก ข้อเท็จจริงต่อไปนี้จะช่วยให้ทุกท่านมีวิธีที่จะดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้อยู่ กับคุณได้นานขึ้นค่ะ

สำหรับศัตรูตัวแรกของแบตเตอรี่ Li-Ion ก็คือ “ความร้อน” ยกตัวอย่างผลการทดสอบที่ออกมาพบว่า แบตเตอรี่ Li-ion ที่ได้รับการชาร์จไฟปกติ และถูกใช้งานที่ระดับอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียสจะมีความสามารถเก็บประจุได้ลดลงแค่ 2% เท่านั้น เมื่อใช้งานไป 1 ปี และความสามารถในการ
เก็บประจุจะลดลงเป็น 6% ในปีที่ 2 แต่นั่นคงเฉพาะผู้ใช้โน้ตบุ๊กแถวบริเวณขั้วโลกเหนือ (หรือใต้) เท่านั้น เพราะหากพิจารณาที่อุณหภูมิห้อง 25 องศาเซลเซียส (ติดแอร์) แค่ปีแรก ความสามารถในการเก็บประจุของแบตเตอรี่ก็จะตกลงไปถึง 4% และจะลดฮวบลงไปถึง 20% ในปีที่สอง การดิสชาร์จประจุไฟฟ้าในแบตเตอรี่จนแทบไม่เหลือ (ใช้แบตฯจนหยดสุดท้าย) ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อายุใช้งานของพวกมันสั้นลง โดยการชาร์จ และดิสชาร์จจนหมดประมาณ 100 ครั้ง จะลดความสามารถในการเก็บประจุของแบตเตอรี่ลงไปได้มากถึง 75% เลยทีเดียว

กล่าว โดยสรุป สำหรับวิธีที่ดีทีสุดที่จะช่วยคุณยืดอายุใช้งานแบตเตอรี่ให้ได้ยาวนาน 3 – 5 ปี ก็คือ ข้อแรก พยายามให้แบตเตอรี่ได้อยู่ในที่เย็น อย่าเก็บโน้ตบุ๊กไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแจ้ง ข้อต่อมา พยายามรักษาระดับการชาร์จประจุไว้ที่ 40% – 50% อย่าให้เหลือน้อยกว่านี้แล้วจึงชาร์จ

ในกรณีที่คุณมีแบต 2 ก้อนสลับกันใช้ สำหรับก้อนที่ยังไม่ได้ใช้งานอาจเก็บไว้ในตู้เย็น แต่ไม่ถึงกับต้องไว้ในช่องแช่แข็งนะคะโดยห่อหุ้มด้วยวัสดุ
ป้องกันความ ชื้น ซึ่งหลังจากนำออกมาตู้เย็น ให้รอจนมันมีอุณหภูมิเท่ากับห้องก่อนใช้งาน แบตเตอรี่ของคุณจะแข็งแรงมีอายุใช้งานนานขึ้น (หมายถึง เสื่อมช้าลงนั่นเอง) อ้อ…และถ้าคุณมีความจำเป็นต้องซื้อแบตเตอรี่ใหม่ อย่าลืมตรวจสอบวันผลิตด้วยที่สำคัญหลีกเลี่ยงการซื้อแบตเตอรี่ที่ตกค้าง
ในสต๊อก และอย่าลืมตรวจสอบหมายเลขซีเรียลของแบตฯด้วยว่า ไม่ตรงกับชุดแบตเตอรี่ที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ด้วยนะคะ

ที่มา : นิตสาร Winmag

Share



เรื่องคนนอนดึก

Sunday 16 November 2008 @ 8:49 pm

ปกติเราควรพักผ่อนเข้านอนเวลา 3 ทุ่ม เนื่องจากร่างกายเราต้องการเวลาในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ขับของเสียตามอวัยวะต่างๆ ย่อยอาหารให้หมด ถ้ากินมื้อหนักตอนกลางคืน แถมนอนดึกอีก รับรองว่าอ้วนพุงพุ้ย แน่นอน ไขมันเผาผลาญไม่หมดมันเลยสะสมอ่ะ

เรื่องคนนอนดึก

แต่ถ้านอนดึกเลี่ยงไม่ได้ เพราะขนงานและการบ้านมาทำ หรือติดงานอะไรก็ตามควรปฏิบัติดังนี้

1. งดเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ เพราะย่อยยาก ลำไส้ต้องทำงานหนัก
2. หากเราอยากกินเนื้อสัตว์ ก็ควรช่วยลำไส้ด้วยการเคี้ยวให้ละเอียด ยิ่งเคี้ยวละเอียดยิ่งดี จะได้แบ่งเบาภาระลำไส้
3. ดื่มน้ำขิง ผสม น้ำผึ้ง อุ่น ๆ หรือน้ำอุ่นธรรมดา + น้ำผึ้ง หรือถ้าไม่มีอะไรเลย น้ำอุ่นธรรมดาสัก 1 แก้วก็ได้
4. เวลานอน ควรทำให้ช่วงท้อง / ฝ่าเท้าอุ่น โดยการห่มผ้า
5. ที่จริงมื้อดึก ควรเป็นมื้อเบา ๆ อย่างเช่น ผัก ผลไม้ นม ไข่ เนื้อปลา จะดีกว่า
6. ควรเลี่ยงน้ำเย็น น้ำอัดลม เพราะเพิ่มภาระให้ระบบภายในร่างกาย ร่างกายเราต้องความร้อน เพราะช่วยในการย่อยอาหาร หากดื่มแต่น้ำเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมื้ออาหาร จะทำให้ร่างกายเราต้องพยายามปรับอุณหภูมิ ให้อุ่นเหมาะสมก่อน แล้วจึงนำไปใช้ การดื่มน้ำอัดลมก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพิ่มกรดให้ร่างกาย แถมมีน้ำตาลที่สะสมตามร่างกายอีก

* ถ้าอยากกินเนื้อสัตว์ควรกินเวลา 7.00 น – 9.00 น. เนื่องจากกระเพาะเรามีสภาพเป็นกรดสูงมากที่สุด ดังนั้นมื้อเช้าจะจำเป็นมาก ๆ ถ้าอดมื้อเช้าไปนาน ๆ ขั้วกระเพาะเราจะเป็นปุ่มปม และนานเข้า ๆ ก็กลายเป็นมะเร็งในกระเพาะ อย่าลืมดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้วนะ น้ำสะอาดจะช่วยล้างของเสียออกจากร่างกาย อย่าขี้เกียจลุกไปห้องน้ำเด็ดขาด

* ห้ามอดหลับอดนอนตั้งแต่ตีหนึ่งเด็ดขาด เนื่องจากถุงน้ำดีกำลังย่อยไขมัน ถ้าอดนอนเวลานี้บ่อย ๆ จะเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

* ห้ามกินนมตอนเช้าแทนข้าวเช้า เนื่องจาก ตอนเช้ากระเพาะเป็นกรดสูงมาก นึกสภาพดูหากเราบีบน้ำมะนาวลงในนม จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี กลายเป็นคอลลอยด์ มันไม่ย่อยนะจ๊ะ ถ้าดื่มนมตอนท้องว่างแบบนี้ติดต่อกันเป็นประจำแทนข้าวเช้า ระวังมะเร็งในไขกระดูกนะจ๊ะ แต่ถ้าเป็นช่วงหลังอาหารเช้า หรือตอนบ่ายไปแล้ว หรือตอนเย็นดื่มได้ตามปกติจ้า มื้อเย็นอาจเป็นมื้อง่ายๆ อย่างนม กับไข่ก็ไม่ว่ากัน

ถั่วต่าง ๆ รวมทั้งธัญพืชสารพัดอย่าง เช่น ลูกเดือย ข้าวฟ่าง ฯลฯ มีประโยชน์ต่อลำไส้ คือ ช่วยกวาดเชื้อโรค + แบตทีเรียชนิดไม่ดีออกจากลำไส้เรา ควรกินอาทิตย์ละครั้ง อย่างน้อย พืชผักสีเขียว มีคลอโรฟิว ช่วยทำให้เม็ดเลือดลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดี เซลแต่ละเซลล์จะแข็งแรงเมื่อมีออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง ก่อนเอาผักมากินเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสารพิษ อย่าลืมแช่น้ำส้มสายชู 45 นาทีนะจ๊ะ

ขอให้ถนอมสุขภาพร่างกายของเราให้ดีกันทุกคนนะจ๊ะ ด้วยความปรารถนาดี ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสร็จจ้า

Credit: http://campus.sanook.com/u_life/knowledge_04871.php

Share



บูทเข้า Windows XP ไม่ได้ Restart ตลอดเลย

Sunday 9 November 2008 @ 2:18 am

อาการก็คือ พอเปิดเครื่องแล้ว ก่อนที่มันจะเข้าวินโดว์ มันมีเมนูให้เลือก มีข้อความประมาณ Safe Mode, Last Known Good, Start Windows Normally (ประมาณนี้ แต่พอดูจริงๆ จะมีให้เลือกมากกว่านี้) เลือกเกือบทุกเมนูที่มี แต่ก็ไม่สามารถที่จะเข้าสู่วินโดว์ได้เลย มันรีสตาร์ทตลอด

ส่วน เหตุการณ์ก่อนจะเกิดอาการ คือเห็นปลั๊กที่ UPS มันหลวมๆ ก็เลยไปขยับให้เข้าที่ แต่บังเอิญทำให้เครื่องดับ พอเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ มันก็เป็นอย่างนี้เลย


อย่างแรกก็ต้องมาวิเคราะห์อาการก่อน เพื่อจะได้แก้ปัญหาอย่างถูกจุด

  • ไวรัส รึเปล่า? แต่ก็น่าจะไม่ เพราะอาการเกิดหลังเครื่องดับโดยการขยับปลั๊กที่ UPS และที่เคยเจอไวรัสที่ทำให้รีสตาร์ท มันจะบูทเข้าวินโดว์ได้ แต่ก็จะีแสดงนาฬิกานับถอยหลังเพื่อรีสตาร์ท และจะทำตัวอย่างนี้ทุกครั้งที่เข้าวินโดว์ได้
  • แล้วเกิดจากอะไรหนอ???

เดาเอาว่า ฮาร์ดดิสน่าจะมีปัญหาซะแล้ว (จากประสบการณ์นะครับ หากเหตุการณ์ประมาณนี้ น่าจะเป็นที่ฮาร์ดดิสก่อนเพื่อนเลย)

ก็ เลยจัดการถอดฮาร์ดดิสออกมาต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง (อย่าลืมเซ็ต jumper ให้เป็น slave ก่อนนะครับ) ลองตรวจสอบดูด้วย Windows Explorer นี่แหละครับ เปิดดูด้วยตาเปล่าก่อน ผลที่ได้คือ มี partition (drive) หนึ่งของฮาร์ดดิสที่ไม่สามารถคลิกเข้าดูข้อมูลได้ครับ (ปกติ มันมี 2 partition: Windows(C:) และ Data(D:)) เป็น partition ที่ติดตั้งวินโดว์ลงไปซะด้วยสิ (C:) นี่เองเป็นสาเหตุที่ทำให้เข้าวินโดว์ไม่ได้ซะที รีสตาร์ทตลอด

เอาแล้วทำไงดี

วิธีแก้ก็ง่ายๆครับ

  • ไปที่เมนู Start > Run
  • พิมพ์ cmd แล้วกด OK จะปรากฏหน้าต่าง DOS Command ขึ้นมา (คนรุ่นใหม่ไม่รู้จะรู้จักรึเปล่า? แต่คนรุ่นเก่าที่ไม่รู้จักก็คงจะมีอีกเยอะ เอาเป็นว่า มันมีไว้สำหรับพิมพ์คำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานครับ)
  • พิมพ์ chkdsk e: /R/F (ตรง “e:” ให้เปลี่ยนเป็นชื่อไดรฟ์ที่มีปัญหา เอาตามที่ขึ้นในโปรแกรม Windows Explorer นะครับ)
  • เคาะปุ่ม Enter ให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามคำสั่ง แล้วก็รอครับ…
  • ถ้ามีคำถามให้ตอบ Yes ครับ
  • เสร็จแล้วก็ถอดฮาร์ดดิสที่มีปัญหาตะกี๊ออกไปต่อกับคอมพิวเตอร์เครื่องเดิม
  • ทดลองเปิดเครื่อง.. ใช้ได้แล้ว ^_^

หรืออีกวิธีนึง แบบไม่ต้องถอด Harddisk ออก คือไปที่ dos

แล้วพิมพ์ว่า chkdsk /p /r

สำหรับเคสนี้ มีวิธีป้องกันดังนี้ครับ
หาก เห็นสายไฟคอมพิวเตอร์หลวม (ไม่ว่าจะเป็นที่ UPS หรือจุดอื่นๆ) ในขณะที่ท่านยังเปิดใช้งานเครื่องอยู่ ขอให้ Shut down เครื่องให้เสร็จก่อน แล้วจึงไปจัดการสายไฟที่หลวมนั้นให้แน่นครับ มิเช่นนั้น ก็จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ครับ

ที่มา: http://share.psu.ac.th/blog/scifile-it/8261

Share



Ipod Disk Mode Ok to Disconnect

Sunday 9 November 2008 @ 12:02 am

The iPod message “Disk Mode Ok to Disconnect” appeared suddenly on my iPod Nano without me knowingly turning this mode on. I tried to use the buttons or the wheel to turn it off but nothing seemed to work. I was getting desperate and decided to Google for a solution. Many people are using the iPod and it was highly unlikely that I was the only one experiencing this strange disk mode.

I learned that the only way to get out disk mode would be an reset of the iPod. Did I say that I hate it that the iPod can´t be turned off completely, there is no off switch. Well, to reset an newer iPod model I had to follow these steps:

iPod disk mode

To turn iPod Disk mode off:

  1. Toggle the hold switch on and off
  2. Press and Hold the Select and the Menu button for more than ten seconds
  3. The normal selection screen should appear, your iPod is out of Disk mode.

To turn iPod Disk mode on:

  1. Toggle the hold switch on and off
  2. Press and Hold the Select and the Menu button for six+ seconds
  3. Release both buttons when the Apple logo appears
  4. Press and Hold the Select and Play button until the Disk Mode text appears
Share



รวมคำสั่งกด Reset, Disk Mode และ Diagnostic ของ iPod (Clickwheel) ทุกรุ่น

Saturday 8 November 2008 @ 11:55 pm

การกด Reset


การกด Disk Mode


การกด Diagnostic

ข้อมูลจาก : command-tab.com

Share



วิธีการทวงเงินจากเพื่อนชอบเบี้ยว

Friday 7 November 2008 @ 12:19 am

ถ้าคุณให้เพื่อนยืมเงินแล้วเพื่อนคนนั้นทำเป็นทองไม่รู้ร้อน นี่คือวิธีที่จะทำให้ได้เงินของคุณกลับคืนมาแบบที่คุณเองไม่ต้องวีนแตก

  • อย่ารีรอที่จะเอ่ยปากทวง เมื่อ ถึงกำหนดที่เพื่อนคนนั้นต้องใช้หนี้คุณแล้ว อย่าปลอ่ยเวลาให้ผ่านไปจนเนิ่นนาน เพราะเมื่อถึงเวลานั้นจะยิ่งทำให้คุณกระอักกระอ่วนใจในการเอ่ยปากทวงเงินมาก ขึ้น
  • ไม่ต้องขอโทษ ทวงเงินอย่างตรงไปตรงมาและอย่าแสดงให้เห็นว่าคุณเสียใจกับการกระทำแบบนั้น แต่ถ้าคุณมีมุกตลกในการทวงเงิน ก็จะช่วยทำให้บรรยกาศดีขึ้นได้
  • ส่งอีเมล การ ทวงเงินซึ่งๆ หน้า หรือทางโทรศัพท์ อาจทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกอึดอัดได้ฉะนั้นก็ส่งอีเมลสั้นๆ ไปเตือนความทรงจำเพื่อนคนนั้น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเป็นหลักฐานยืนยันให้คุณได้ด้วย เวลาที่มีปัญหาขึ้นมาภายหลัง
  • เสนอทางเลือก ถ้า เพื่อนของคุณยังไม่สามารถใช้เงินให้ครบตามจำนวนได้ ก็บอกให้เขาแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ หรือขอให้เพื่อนของคุณเป็นคนจ่ายค่าอาหาร เวลาที่ไปกินข้าวครั้งต่อไป

Source: http://campus.sanook.com/teen_zone/senior_02538.php

Share



รวมร้านเด็ด 17 ร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา

Thursday 6 November 2008 @ 6:57 pm
Share



Fast rounded corners in Photoshop

Wednesday 5 November 2008 @ 12:16 am

I have worked in Photoshop for years, and creating “rounded corners” is one task that I’ve always found myself “struggling to remember,” when the time comes to actually apply the effect.

There is no “built–in” filter or option that will automatically do this. You have to manually apply the effect. Fortunately, with a few basic instructions, creating rounded corners will no longer take all afternoon.

The process I am going to show you is just one that I discovered recently. By no means is this the only way to accomplish the effect.

Note: The screenshots and process were accomplished with Photoshop CS. I am not sure if the same options are available with earlier versions of Photoshop.

Sample image

Let’s take a look at the sample image below, of Cameron and Kaiser:

Cameron and Kaiser, with boxed corners

This is a nice photo, sure. It looks good. But immediately noticed are those sharp, boxy corners. The image appears raw and untouched. With powerful tools such as Photoshop, there is no reason this image can’t be enhanced.

By simply adding curved corners, this image will immediately become more warm and appealing.

The process

Within Photoshop, take a look at the Layers palette. The photo should be on it’s own layer, and we’re going to create another layer right on top of that.

Create another layer on top of the photo layer

On this layer, we are going to draw a rectangle, with the rounded rectangle tool.

The rounded rectangle tool

Draw the rectangle on the new layer you created.

Draw the rectangle

It doesn’t matter what the fill color is right now. Just try to center the rounded rectangle as best you can. Essentially, whatever falls inside this rectangle will be included in the picture.

Now, go back to the Layers palette, and select the layer that you just drew the rounded rectangle on. Double click on that layer.

The Layer Style palette should open up.

The Layer Style palette

In the Advanced Blending area, slide the Fill Opacity percentage down to 0%.

Slide the Fill Opacity percentage down to 0

Back in the Layers palette, click on the Paths tab.

In the Layers palette, select the Paths tab

With the current Path selected, click on the little arrow button, in the upper right corner of the Layers palette, and select “Make Selection…” from the select list.

Make Selection...

In the “Make Selection” option box, make sure Feather Radius is set to 0 pixels, and Anti–aliased IS checked.

Make Selection option box

Hit OK. You should get a nice, smooth selection of the rounded rectangle that you created.

Almost done

Now, with the selection still pending action, go to Edit, Copy Merged. Create a new document, and leave the dimensions alone (they should reflect the copy you just made). In the new document, go to Edit, Paste. There you go!

Finished!

The image should now have nice, smooth corners, instead of the sharp, boxy ones it had before.

Source: http://matthom.com/archive/2004/09/10/fast-rounded-corners-in-photoshop

Share



FUBAR คือ …

Tuesday 28 October 2008 @ 6:16 pm

ใครที่เคยดู Saving Private Ryan คงรู้จักคำนี้ดี ซึ่งดูจนจบเรื่องแล้วก็ไม่มีใครออกมาเฉลยว่าตกลง FUBAR มันคืออะไร

FUBAR มีที่มาจากหลายๆกระแส บ้างว่ามีมาแต่ครั้งก่อนสงครามโลกครั้งที่สองโน่น

FUBAR เขียนด้วยตัวอักษรตัวใหญ่ทั้งหมด เป็นคำย่อ(acronym ฝรั่งย่อคำไม่เหมือนคนไทยเสียทีเดียว คนไทยใช้ ตัวอักษรตัวต้นของคำมาเรียงๆกัน แต่บางครั้งฝรั่งเขียนรวบๆเอาก็มี) มาจากคำว่า Fucked Up Beyond Any Recognition” แปลว่า “ชิหายวายป่วงจนดูแม่มไม่ออกแล้ว” ซึ่งน่าจะเริ่มใช้ในกองทัพบกอเมริกันเป็นที่แรก และกระจายออกไปในหลายเหล่า

แต่ก็มีรื่องเล่าในหมู่วิศวกรไฟฟ้าว่า FUBAR(ฟูบาร์) เริ่มใช้พร้อมๆกับคำว่า SNAFU(สนาฟู) ในครั้งที่เริ่มมีโทรศัพ์ในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องด้วยเมื่อต้องส่งเจ้าหน้าที่ออกไปซ่อมโทรศัพท์ สัญญาณมักไม่สู้จะดีนัก เสียงอาจฟังขาดๆหายๆไม่ได้ศัพท์ เหล่าช่างจึงสร้างคำที่สามารถเข้าใจกันได้โดยง่ายขึ้น เป็นคำสั้นๆ มีเสียงเฉพาะตัว จับใจความพอได้ก็เอาว่ารู้กัน โดยคำว่า SNAFU นั้นมาจากคำว่า”Situation Normal: All Fucked Up” แปลง่ายๆว่า “เอ้อ! พังหมดแล้วหล่ะ”

หรือก็มีข้อสังเกตุว่า FUBAR อาจกลายมาจากคำว่า Furchtbar ในภาษาเยอรมันซึ่งแปลว่า terrible หรือ น่ากลัวมากๆ โดยทหารอเมริกันได้ยินคำว่า furchtbar จากทหารเยอรมันที่กำลังหนีตายก็จำเอามาพูด แต่ คำนี้(ออกเสียง ฟูชทฺบารฺ) เสียง cht (ชทฺ) ออกเบามาก คนอเมริกัน(ยิ่งเป็นทหารเกณฑ์ด้วยแล้ว)เลยเหมาว่า FUBAR ไปเสีย

Credit : http://www.thaiblades.com/forums/archive/index.php/t-10896.html
http://en.wikipedia.org/wiki/FUBAR

Share



«« Previous Posts