|
โดย นางสาววราภรณ์ เนาว์โนนทอง กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง
หากกล่าวถึง “การซื้อขายหรือการเก็งกำไรจากการขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่าง ประเทศ (Forex) ” หลายคนอาจจะสงสัยว่าแท้จริงคือธุรกิจรูปแบบใด และการลงทุนในธุรกรรมดังกล่าวสามารถกระทำได้หรือไม่ นั้น
ตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 การทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ ต้องทำกับผู้ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เช่น ธนาคารพาณิชย์ เท่านั้น และปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังไม่เคยอนุญาตบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงินซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเงินทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งสามารถสรุปประเด็นในการทำธุรกรรมซื้อขายหรือเก็งกำไรฯ ดังกล่าวได้เป็น 2 กรณี ดังนี้
1. กรณีผู้ให้บริการอยู่ในประเทศไทย การทำธุรกรรมดังกล่าวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีความผิดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน 2. กรณีผู้ให้บริการดังกล่าวอยู่ต่างประเทศ เมื่อบุคคลในประเทศต้องโอนเงินออกไปเพื่อชำระหนี้ตามธุรกรรมซื้อขายแลก เปลี่ยนเงิน จะไม่ได้รับอนุญาตให้โอนเงินออก และมีความผิดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย http://www.bot.or.th/bothomepage/index/index.asp
เนื่องจากกระทรวงการคลังได้ตระหนักในปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง และได้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 รวม 2 ฉบับ เพื่อให้กฎหมายครอบคลุมการกระทำความผิดและมีความชัดเจนมากขึ้น โดยฉบับที่สอง พ.ศ. 2545 นั้น เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันได้มีการหลอกลวงประชาชนให้นำเงินเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจ ซื้อขายเงินตราต่างประเทศหรือเก็งกำไร (Forex) ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนที่ถูกหลอกลวงแล้วยังเกิดความ เสียหายต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่บทบัญญัติของพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ในปัจจุบันไม่อาจใช้บังคับครอบคลุมแก่การกระทำดังกล่าวได้ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง ประชาชน และกำหนดให้การโฆษณาหรือประกาศ หรือการกระทำใด ๆ ให้ประชาชนนำเงินเข้ามาร่วมลงทุนลักษณะดังกล่าว เป็นความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนด้วย ประกอบกับสมควรเพิ่มเติมบทบัญญัติในเรื่องการคำนวณผลประโยชน์ตอบแทนความรับ ผิดของพนักงานหรือลูกจ้างของนิติบุคคลผู้กระทำความผิด ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษหนักขึ้นเมื่อมีการกระทำความผิดซ้ำและการเนรเทศ ผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นคนต่างด้าว รวมทั้งให้มีการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลเพื่อให้การปราบปรามผู้กระทำความ ผิดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ผลจากการปรับปรุงแก้ไขพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 นี้ ทำให้บริษัทที่ทำธุรกิจ FOREX ลดความรุนแรงลงได้บ้าง แต่เนื่องจากปัจจุบันประเทศของเรากำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ รายได้ของประชาชนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ในขณะที่รายจ่าย ค่าครองชีพต่างๆ กลับสวนทางกัน โดยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นในการอุปโภคบริโภคหลักๆ อาทิ น้ำมัน ข้าวสาร เป็นต้น และด้วยเหตุผลเหล่านี้เองทำให้ปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ๆเกิด ขึ้น โดยหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ รูปแบบของธุรกิจที่เรียกว่า การซื้อขายหรือการเก็งกำไรจากการขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex)
บริษัทค้าเงินเถื่อนโดยทั่วไปจะลงทุนจัดตั้งบริษัทให้ดูน่าเชื่อถือ เพื่อลวงลูกค้าให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นบริษัทซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่ได้ รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยการแสดงใบอนุญาตอื่นๆที่ทางราชการออกให้ อาทิ แสดงใบอนุญาตจดทะเบียนบริษัทจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งโดยแท้จริงบริษัทเหล่านี้ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าว จากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย และวิธีการที่พบในปัจจุบันคือเว็บไซต์ที่เปิดขึ้นมาเพื่อทำการชักชวนให้ร่วม ลงทุนซื้อขายเงินดอลลาร์หรือมันนี่เกมส์ โดยให้สมัครสมาชิกลงทุนกับบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งทางอินเตอร์เน็ตซึ่งกล่าว อ้างว่านำเงินไปลงทุนในธุรกิจคาสิโน ตลาดเงินตลาดทุน อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไอทีขั้นสูงในต่างประเทศ และจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในอัตราที่สูง ประมาณ 2.5-3.0 % ต่อวัน ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินการลงทุน โดยต้องลงทุนขั้นต่ำเป็นเงิน 100 เหรียญสหรัฐ หรือ 3,800 บาท และจะได้รับอีก 10-15% ของเงินลงทุนหากสามารถชักชวนผู้อื่นให้มาเป็นสมาชิกและลงทุนกับบริษัทดัง กล่าว และจะโอนเงินเข้าบัญชีผู้ลงทุนวัน วันละ 85 บาท เป็นเวลา 100 วัน คิดเป็นเงิน 8,500 บาท ซึ่งในเวลาต่อมาผลตอบแทนก็จะลดลงเรื่อยๆจนกระทั่งไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนได้ ในที่สุด และบางครั้งอาจปิดเว็บไซต์หนีไป โดยที่ไม่สามารถเอาผิดกับใครได้ ซึ่งการลงทุนในรูปแบบดังกล่าวนอกจากจะมีความเสี่ยงสูงแล้ว ยังเป็นการลงทุนที่ในประเทศไทยไม่มีกฎหมายรองรับอีกด้วย
และหากท่านใดมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือหากได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนมาได้ที่ กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ถนนพระราม 6 แขวง สามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร 02-2739021 ต่อ 2627-35 หรือศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ 1359 หรือส่งจดหมายมาได้ที่ ตู้ ปณ.1359 ปณจ. บางรัก กรุงเทพฯ 10500 หรือทางเวบไซต์ http://www.mof.go.th/fincrime2004/
|