Archive for the 'Internet' Category
กูเกิล (Google) เปิดตัวระบบชุมชนออนไลน์ใหม่หวังมัดใจนักพัฒนาโปรแกรมทั่วโลก มาพร้อมคุณสมบัติที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะเป็นจุดดึงนักพัฒนาให้ออกห่างจากชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่อย่างเฟสบุ๊ก (Facebook) คุณสมบัติดังกล่าวคือระบบเปิดที่สมาชิกจะสามารถสร้างแอปพลิเคชันได้บนเว็บไซต์ และเปิดกว้างให้สามารถรองรับเว็บไซต์ชุมชนอื่นๆได้มากกว่าเฟสบุ๊ก
ชุมชนออนไลน์สำหรับนักพัฒนาของกูเกิลนั้นมีชื่อว่าโอเพ่นโซเชียล (OpenSocial) รายงานจากรอยเตอร์ระบุว่าระบบภายในโอเพ่นโซเชียลจะมีเครื่องมือพื้นฐานที่นักพัฒนาจะสามารถใช้สร้างสรรค์แอปพลิเคชัน และฝังแอปพลิเคชันที่พัฒนาได้ลงในเว็บไซต์อื่นๆ ทั้งหมดนี้ไม่เพียงตรงกับความต้องการของนักพัฒนารายย่อยมือใหม่ แต่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเจ้าของเว็บไซต์ที่ต้องการนำโปรแกรมไปติดบนเว็บไซต์ของตัวเอง
“แนวคิดคือการทำให้เว็บไซต์มีความเป็นสังคมมากขึ้นอีก” โจ ครอส ประธานฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของกูเกิลกล่าวถึงโอเพ่นโซเชียล ซึ่งถูกมองว่าจะเป็นแหล่งดึงดูดนักพัฒนาให้ออกห่างจากชุมชนออนไลน์เจ้าตลาดในขณะนี้ เนื่องจากจะเป็นศูนย์รวมการพัฒนาโปรแกรมครบวงจร
งานนี้กูเกิลเผยว่ามีการเซ็นสัญญากับพันธมิตรนับสิบราย ทั้ง Oracle, salesforce.com, LinkedIn และเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์อย่าง Orkut และ Friendster
บัลลังก์เฟสบุ๊กสะเทือน
ระบบของโอเพ่นโซเชียลถูกมองว่าจะทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างโปรแกรมได้ง่ายกว่าการใช้ระบบของเฟสบุ๊ก นอกจากนี้ยังสามารถรองรับกับเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์อื่นๆได้ จุดนี้อาจทำให้นักพัฒนาตีตนออกห่างจากแพลตฟอร์มการทำงานของเฟสบุ๊ก
รายงานของซีดีเน็ทดอทคอมวิเคราะห์ว่า เฟสบุ๊กนั้นมีสาวกกว่า 50 ล้านรายเพราะยูสเซอร์เหล่านี้ชื่นชอบบริการและแอปพลิเคชันบนเฟสบุ๊ก แต่ทั้งหมดย่อมสั่นคลอนหากบริการของค่ายอื่นสามารถทำได้ดีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้เฟสบุ๊กตัดสินใจหันมารองรับแพลตฟอร์มของโอเพ่นโซเชียล และเปิดกว้างให้ระบบของตัวเองกว้างขึ้น ซึ่งเชื่อว่าเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์หลายๆแห่งจะพากันปรับตัวเพื่อรับมือกับการลงสนามของโอเพ่นโซเชียลในเร็ววันนี้
ที่มา :http://manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9500000129420
Verified by VISA และ MasterCard SecureCode : ความปลอดภัยอย่างไร้กังวลกับการช้อปออนไลน์
Verified by VISA และ MasterCard SecureCode เป็นบริการที่ธนาคาร ร่วมกับ บริษัท VISA International / บริษัท MasterCard International พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรเครดิต ท่านสามารถซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ด้วยความมั่นใจพร้อมกับความเป็นส่วนตัวโดยใช้ password ของ Verified by VISA และ ข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal Assurance Message: PAM) / password ของ MasterCard SecureCode และ ข้อความยืนยันรหัสส่วนตัว (Personal Greeting) เพื่อให้ท่านมั่นใจว่ากำลังทำรายการผ่านร้านค้า e-Commerce ที่ลงทะเบียนกับ VISA / MasterCard อย่างถูกต้อง ทันทีที่ท่านลงทะเบียนกับ Verified by VISA / MasterCard SecureCode จะไม่มีใครสามารถใช้หมายเลขบัตรของท่านเพื่อการใช้จ่ายออนไลน์ได้ หากไม่มี password ของ Verified by VISA / MasterCard SecureCode
สิทธิประโยชน์ของบริการ Verified by VISA / MasterCard SecureCode
- เพิ่มความปลอดภัย ด้วยระบบการตรวจสอบ password ของ Verified by VISA / MasterCard SecureCode ซึ่งท่านเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง เพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นลักลอบใช้หมายเลขบัตรของท่านในการทำรายการทางอินเทอร์เน็ต
- เสริมความมั่นใจ ด้วยการใช้ข้อความยืนยันส่วนตัว (PAM) / ข้อความยืนยันรหัสส่วนตัว (Personal Greeting) ที่จะปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ในขณะที่ทำรายการ เพื่อให้ท่านมั่นใจว่ากำลังทำรายการผ่านร้านค้า e-Commerce ที่ลงทะเบียนกับ VISA / MasterCard อย่างถูกต้อง

จนกระทั่งวันนี้ทาง VISA International Inc. (http://www.visa.com) บริษัทผู้ออกบัตรเครดิตในนาม “วีซ่า” ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการเกี่ยวกับบริการ Verified by VISA กับธนาคารต่างๆ ทั่วโลกมากกว่า 50 ธนาคาร โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2546 (http://www.visa-asia.com/newsroom/thailand_250303.shtml) ที่ผ่านมาทางวีซ่าได้ประกาศความร่วมมือกับธนาคารในบ้านเราถึงสี่ธนาคารพร้อมกันคือ
- ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (http://www.bangkokbank.com)
- ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) (http://www.uob.co.th)
- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (http://www.ktb.co.th)
- ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (http://www.scb.co.th)
ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าที่ถือบัตรเครดิตวีซ่าที่ออกโดยธนาคารดังกล่าว สามารถใช้บัตรเครดิตเลือกซื้อสินค้าหรือบริการบนเน็ตได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ส่วนรายละเอียดมีอะไรบ้างนั้น ติดตามได้เลยครับ
แนะนำเบื้องต้น
วีซ่าเปิดเผยข้อมูลเมื่อต้นปีว่ามูลค่าการซื้อขายสินค้าและบริการบนเน็ตในปี 2002 ที่ผ่านมาเฉพาะในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก มีการเติบโตมากกว่า 80% เมื่อเทียบกับข้อมูลในปี 2001 (เฉพาะในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตในปี 2002 สูงกว่าปี 2001 ถึง 60%) และคาดว่าการเติบโตในลักษณะดังกล่าวจะเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 50% ติดต่อกัน 3 ปี จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าคนในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกนั้นมีความตื่นตัวต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อยู่เสมอ เช่น อินเทอร์เน็ต และมีความกล้าที่จะใช้บัตรเครดิตในการซื้อสินค้าหรือบริการบนเน็ตมากกว่าคนในทวีปอื่นๆ เช่น อเมริกา แต่สิ่งที่ยังคงเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเช่น ในฝั่งผู้ถือบัตรเครดิตส่วนใหญ่จะเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ ซึ่งเกิดขึ้นได้ในหลายๆ ประเด็น เช่น
- ร้านค้าออนไลน์นั้นน่าเชื่อถือหรือเปล่า
- ร้านค้าจะแอบนำข้อมูลบัตรเครดิตไปใช้หรือเปล่า
- จะมีใครแอบขโมยข้อมูลต่างๆ ในขณะที่ติดต่อกับร้านค้าออนไลน์หรือเปล่า
ส่วนฝั่งร้านค้าเองก็มีความกังวลใจ ในหลายๆ ประเด็น เช่น
- ผู้ซื้อเป็นเจ้าของบัตรเครดิตจริงๆ หรือเปล่า
- ผู้ซื้อจะปฏิเสธการจ่ายเงินในภายหลังหรือเปล่า
- บัตรเครดิตนั้นเป็นบัตรที่ถูกขโมยมาหรือเปล่า ตัวอย่างคำถามต่างๆ เหล่านี้จะหมดไป เพราะบริการ Verified by VISA ถูกออกแบบมาให้จัดการปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะครับ

บริการ Verified by VISA เป็นนวัตกรรมใหม่ที่บัตรเครดิต ภายในประเทศ และ วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกันพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรเครดิตทางอินเทอร์เน็ต ด้วยระบบการสอบถามรหัสผ่านส่วนตัว (Password) และระบบการแสดงข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal Message) ในทุกครั้งที่มีการทำรายการชำระเงินทางอินเตอร์เน็ต
สิทธิประโยชน์จาก Verified by VISA
- เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบการเรียกถามรหัสผ่านส่วนตัว (Password) ซึ่งผู้ถือบัตรเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง เพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นลักลอบใช้หมายเลขบัตรเครดิตของท่านในการทำรายการทางอินเตอร์เน็ต
- เสริมความมั่นใจ ด้วยการใช้ข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal Message) ที่จะปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ในขณะที่ทำรายการ เพื่อให้ท่านแน่ใจว่ากำลังทำรายการผ่านเว็บไซต์ที่ได้รับการรับรองจากวีซ่า
- สามารถสมัครใช้บริการนี้ได้สะดวกและรวดเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
คุณสมบัติของผู้สมัครใช้บริการ Verified by VISA
เป็นผู้ถือบัตรเครดิต วีซ่าทุกประเภท ขั้นตอนในการขอใช้บริการ Verified by VISA
เพียงสี่ขั้นตอนง่าย ๆ
- ติดต่อธนาคารที่ท่านถือบัตรเครดิตอยู่เพื่อทำความเข้าใจและยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้บริการ Verified by VISA ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ก่อนเริ่มทำการลงทะเบียน
- กรอกหมายเลขบัตร
- ระบุรายละเอียดข้อมูลบัตร
- กำหนดรหัสผ่านส่วนตัว (Password) และ ข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal Message) ตามที่ท่านต้องการ
วิธีใช้บริการ Verified by VISA ชำระค่าสินค้า/บริการ บนเว็บไซต์ต่างๆ
ท่านสามารถใช้ บริการ Verified by VISA ในการชำระค่าสินค้า/บริการ บนเว็บไซต์ที่มีโลโก้ Verified by VISA ได้ทั่วโลก เพียงใส่หมายเลขบัตรเครดิต ของท่านลงในช่องใส่หมายเลขบัตรเครดิต ควบคู่ไปกับรหัสผ่านส่วนตัว
(Verified by VISA Password) ของท่าน
ทางร้านค้า e-Commerce จะต้องส่งข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal Message) ที่ถูกต้องมาให้ท่านผ่านหน้าเว็บไซต์ หากข้อความส่วนตัวที่ทางร้านค้าส่งมานั้นไม่ถูกต้องหรือไม่มีการส่งข้อความมา แสดงว่าเป็นร้านค้าที่ไม่ได้ลงทะเบียนถูกต้องกับทาง วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ท่านจึงควรยกเลิกการสั่งซื้อในทันที
หลักการทำงาน
กล่าวโดยสรุปแล้วบริการ Verified by VISA นั้นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมของการทำธุรกรรมบนเน็ตให้มีความปลอดภัยที่สูงขึ้นและสามารถป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งในฝั่งเจ้าของร้านค้าออนไลน์กับเจ้าของผู้ถือบัตรเครดิต ดังนั้นเพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพ หลักการทำงานอย่างง่ายๆ ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
- ผู้ถือบัตรเครดิตวีซ่าของธนาคารที่กล่าวไว้ข้างต้นทุกประเภท สามารถเข้าไปสมัครเพื่อขอใช้บริการผ่านเวบไซต์ ของธนาคาร แล้วเลือกไปที่หัวข้อ “Verified by VISA”
- จะมีการถามข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิต เช่น หมายเลขบัตร (ตัวเลข 16 หลัก) หมายเลขพิเศษประจำบัตร (ตัวเลข 3 หลักซึ่งอยู่ด้านหลังบัตรด้านขวามือ ใต้แถบแม่เหล็ก) ชื่อบนหน้าบัตร วันหมดอายุ หมายเลขบัตรประชาชน และวันเดือนปีเกิด
- หลังจากนั้นระบบจะประมวลผลข้อมูลต่างๆ หากตรวจสอบแล้วว่าข้อมูลดังกล่าวถูกต้อง ก็จะให้กำหนดรหัสผ่านเพื่อทำธุรกรรมบนเน็ต (Password) ตัวช่วยจำรหัสผ่านเพื่อทำธุรกรรมบนเน็ต (Password Hint) ข้อความยืนยันส่วนตัว (Personal Assurance Message หรือ PAM) และอีเมล เพื่อใช้แจ้งสิทธิประโยชน์และข่าวสารต่างๆ
- เวลาที่ท่านไปซื้อสินค้าหรือบริการบนเน็ต โปรดสังเกตว่ามีโลโก้ Verified by VISA แสดงบนหน้าร้านค้าหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าร้านค้านั้นสนับสนุนบริการนี้ ท การเลือกซื้อสินค้าหรือบริการก็ยังคงเป็นแบบปกติ (Shopping Cart) จนกระทั่งมาถึงขั้นตอนการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต โดยหลังจากที่ลูกค้าใส่หมายเลขบัตรเครดิตเรียบร้อยแล้ว ระบบจะส่งข้อมูลกลับไปยังธนาคารเอเชีย ในฐานะผู้ออกบัตรเครดิต เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
- หลังจากนั้นจะมีหน้าต่างใหม่ปรากฏขึ้น เพื่อยืนยันข้อมูลต่างๆ อีกครั้ง เช่น ชื่อร้านค้า จำนวนเงินที่สั่งซื้อ หมายเลขบัตรเครดิต (4 หลักสุดท้าย) ข้อความยืนยันส่วนตัว และจะมีช่องให้เจ้าของบัตรเครดิตใส่รหัสผ่านบัตร เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของที่แท้จริง (ข้อสังเกตคือ หากข้อความยืนยันส่วนตัวที่แสดงไม่ตรงกับข้อความที่ท่านเคยกำหนดไว้ ควรยกเลิกการทำรายการโดยทันที)
- หากข้อมูลทุกอย่างถูกต้อง จะปรากฏข้อความยืนยันการซื้อขายสินค้าหรือบริการบนหน้าจอ อนาคต
เท่าที่ได้ทดสอบและใช้บริการ “Verified by VISA” ดูแล้วผมค่อนข้างมั่นใจว่าบริการนี้จะช่วยให้ปริมาณการทำธุรกรรมด้าน B2C (Business to Consumer) เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปค้นหาได้ที่
- http://www.visa-asia.com/ap/sea/cardholders/security/activate.jsp
- ดูตัวอย่างการซื้อบริการออนไลน์ด้วยบัตรเครดิต

เมื่อธุรกิจ eCommerce เติบโตอย่างต่อเนื่องจากแรงผลักดันของผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์เปลี่ยนแปลงไป ตรงกันข้ามมีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการซื้อสินค้าทางออนไลน์ แต่ยังไม่วางใจเรื่องความปลอดภัย
ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ ปี2546 The Secret Service และ FBI ของสหรัฐอเมริกาตรวจพบว่า มีบัตรเครดิตถูกแฮกเกอร์เข้าสู่ระบบความปลอดภัย หลังจากผู้ถือบัตรนำไปซื้อสินค้า และกระบวนการดังกล่าวถูกโจมตีหลังการทำธุรกรรมผ่านร้านค้า
ด้านมาสเตอร์การ์ดออกมาเปิดเผยว่า ถูกแฮกเกอร์เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลจำนวน 8 ล้านบัญชี รวมถึงบัตรเครดิตที่ใช้ระบบชำระเงินผ่านมาสเตอร์การ์ดอีก 2.2 ล้านใบถูกโจมตี ขณะที่วีซ่าได้รับผลเช่นเดียวกันถึง 3.4 ล้านใบ
เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่บัตรพลาสติกได้รับความเสียหายที่เกิดจากบรรดาแฮกเกอร์ อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการระบบชำระเงินทั้งมาสเตอร์การ์ด และวีซ่าพยายามหาวิธีป้องกันเพื่อลดความเสียหายให้กับผู้บริโภค
Verified by Visa เป็นระบบเพิ่มความปลอดภัยในการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ต เพื่อลดโอกาสการลอบนำหมายเลขบัตรเครดิตและวันหมดอายุไปใช้ ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี และการทำธุรกรรมทางการเงิน
โดยออกแบบขึ้นมาเพื่อเพิ่มความมั่นใจ สะดวก ปลอดภัยให้กับผู้บริโภคในการนำบัตรวีซ่าไปใช้ สำหรับการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ตเช่นเดียวกับการใช้บัตรวีซ่าซื้อสินค้าตามร้านค้าปกติ
“เมื่อนำบริการ Verified by Visa มาใช้ในตลาดอย่างเต็มที่แล้ว คาดว่าจะสามารถช่วยลดปัญหาการลักลอบใช้หมายเลขบัตรลงได้มากกว่า 50%” ไมเคิล เคียนีย์ หัวหน้าธุรกิจ eCommerce วีซ่า เอเชีย แปซิฟิกบอก “เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับร้านค้าผู้รับบัตรในเรื่องการได้รับเงินค่าสินค้าจากธนาคาร”
นอกจากระบบดังกล่าวจะช่วยลดการลักลอบนำบัตรไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว ยังลดการถกเถียงจากเจ้าของบัตรกรณีที่เจ้าของบัตรไม่ได้เป็นผู้นำบัตรนั้นไปใช้ โดยให้เจ้าของบัตรวีซ่าใส่รหัสส่วนตัวเพื่อแสดงตนว่าเป็นเจ้าของบัตรจริงในขณะทำการซื้อสินค้าทางออนไลน์
“บัตรวีซ่าหรือข้อมูลบัตรที่ถูกขโมยมาไม่สามารถนำมาใช้ได้ในร้านค้าที่ร่วมให้บริการ Verified by Visa” เขากล่าว
สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งจากผลการศึกษาวิจัยของ Asia Market Intelligence เมื่อเร็วๆ นี้เกี่ยวกับทัศนคติ ความสนใจในการซื้อสินค้า และความปลอดภัยในการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
พบว่ามากกว่า 3 ใน 4 ของผู้แสดงความคิดเห็นทั้งหมด 1,000 คน กังวลถึงการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยในการให้หมายเลขบัตรเครดิตและข้อมูลส่วนตัว และ 66% ต้องการซื้อสินค้าจากร้านค้าทางอินเทอร์เน็ตที่ให้บริการ Verified by Visa
รายงานของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) พบว่าความไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยสำหรับการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต เป็น 1 ใน 3 ปัจจัยหลัก ทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะไม่ซื้อสินค้าบนช่องทางดังกล่าว
“ระบบนี้ช่วยเปิดตลาดสู่กลุ่มลูกค้า ที่ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของการซื้อสินค้าทางออนไลน์ พวกเขาต้องการความรวดเร็ว ง่าย และปลอดภัย” คมกริช ศิริรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป Thaiticketmaster.com ผู้ให้บริการจองและซื้อตั๋วเข้าชมการแสดงคอนเสิร์ตผ่านอินเทอร์เน็ตเล่า
ด้านไรอัน เชียว ผู้อำนวยการ FarEastFlora.com ร้านจำหน่ายดอกไม้ออนไลน์ชั้นนำในสิงคโปร์ กล่าวว่า “พวกเราเชื่อว่าการตอบสนองความต้องการของลูกค้าสำคัญ คือ การทำให้ลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัยเมื่อซื้อสินค้ากับเรา เมื่อพวกเขามั่นใจมากเท่าไรเราสามารถขายสินค้าเพิ่มได้มากขึ้นเท่านั้น”
นอกเหนือไปจากประโยชน์ที่ผู้ถือบัตรวีซ่าจะได้รับแล้ว Verified by Visa ยังมีส่วนทำให้ธุรกิจ eCommerce เติบโตได้ในอนาคต เนื่องเพราะความไม่มั่นใจของผู้บริโภคถูกขจัดไป สังเกตได้จากปริมาณการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีอัตราเติบโตเฉลี่ยกว่า 80% ในไตรมาสสุดท้ายของปี2545เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี2544
สำหรับปริมาณการซื้อสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าวในประเทศไทย ขยายตัวกว่า 60% ในไตรมาส 4 ปี2545 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยจากการสำรวจของ AC Nielsen ปี2546 พบว่าคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป 1.2 ล้านคน และมี 20% ที่มีประสบการณ์ซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้
“ธุรกิจ eCommerce ในไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องประมาณ 50% ต่อปีใน 3 ปีข้างหน้า โดยมีแรงสนับสนุนจากผู้คนที่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น และจำนวนประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น” สมบูรณ์ ครบธีรวงศ์ ผู้จัดการวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทยและอินโดจีนชี้ “การเพิ่มความปลอดภัยเป็นปัจจัยช่วยให้ธุรกิจนี้เติบโตยิ่งขึ้น”
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ธนาคาร กรุงเทพ, เอเชีย, ไทยพาณิชย์ และบัตรกรุงไทย นำระบบ Verified by Visa ไปให้บริการแก่ลูกค้า “จากที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่ของไทยเข้ามาร่วมใช้บริการ แสดงถึงความมุ่งมั่นของธุรกิจ eCommerce ในไทยที่จะเติบใหญ่อย่างมั่นคง” เคียนีย์บอก
หากพิจารณาธุรกิจ eCommerce ในประเทศไทย ทุกวันนี้ธนาคารพาณิชย์ดูเหมือนจะมีบทบาทและเป็นองค์กรสำคัญต่อการเติบโตอย่างมาก เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำเสนอต่อลูกค้าผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“การนำเสนอบริการ Verified by Visa แก่ร้านค้าที่ทำธุรกิจออนไลน์จะช่วยให้สามารถตรวจสอบได้ว่า ผู้ทำรายการซื้อสินค้าเป็นเจ้าของบัตรที่แท้จริง เช่นเดียว กันพวกเรามองโอกาสในการทำธุรกิจ eCommerce ที่เพิ่มขึ้นโดยมีระบบความปลอดภัยนี้รองรับ” โชค ณ ระนอง ผู้จัดการสายบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ อธิบาย
สำหรับลูกค้าที่ถือบัตรเครดิตไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มหลังจากเข้าสู่ระบบ Verified by Visa เพราะหากธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บเพิ่ม นั่นหมายถึง การเสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความล้มเหลวของธุรกิจ eCommerce
“ระบบของวีซ่าช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าทำธุรกรรมผ่านออนไลน์เพิ่มมากขึ้น” จันทิมา จตุรภัทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์บอก “การลักลอบนำข้อมูลบัตรเครดิตไปใช้ซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตส่งผลให้ธุรกิจ eCommerce ไม่เติบโตเท่าที่ควร”
การมอบความคุ้มครองใหม่ล่าสุดของวีซ่าครั้งนี้ พวกเขาเชื่อมั่นว่าจะไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเหมือนเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาอีก เพราะหากเกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นมา ย่อมเป็นสิ่งขัดขวางการเติบโตและเป้าหมายในการทำงาน ที่ต้องการให้ผู้บริโภคหันมาใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าแทนเงินสดให้ได้มากที่สุด
Source : http://www.bangkokbiznews.com/scitech/2003/0605/index.php?news=p17.html
http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=6220
นายเบร็ต ฟิงเคลสไตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ไฮไฟว์ดอทคอม กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างไฮไฟว์และท็อปสเปซในครั้งนี้ ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ความเชี่ยวชาญในตลาดในประเทศ ขยายขอบข่ายของชุมชนออนไลน์ระดับโลก ด้วยประสบการณ์ในการบริหารสื่อโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต และช่องทางที่ท็อปสเปซมีอยู่ ไฮไฟว์เชื่อมั่นว่าท็อปสเปซจะช่วยให้ลูกค้าของไฮไฟว์กว่า 65 ล้านคนทั่วโลก เข้าถึงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยได้ไม่น้อยกว่า 60% ของทั้งหมด 13 ล้านคน (ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตปี 2550 โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค)
ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ไฮไฟว์ดอทคอม กล่าวต่อว่า ท็อปสเปซมีผลงานที่โดดเด่นและเป็นตัวแทนขายโฆษณาออนไลน์ให้กับเว็บไซต์ดังๆ หลายเว็บ เรามั่นใจว่าการร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันการเติบโตของไฮไฟว์ทั้งในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียได้อย่างแน่นอน การที่ได้ร่วมงานกับท็อปสเปซถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้พัฒนาฐานธุรกิจโฆษณาออนไลน์ในประเทศไทย ทั้งยังสามารถนำเสนอบริการที่มีประสิทธิภาพและตรงกลุ่มเป้าหมายแก่ลูกค้าในตลาดที่กำลังเติบโตเช่นนี้มากขึ้น
นายเบร็ต กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ไฮไฟว์มีสมาชิกที่แอ็คทีฟในระบบอยู่ประมาณ 800,000 คน และมีคนที่ลงทะเบียนสมัครใหม่เดือนละ 8,000 คน ทำให้โลก Solcial Network มีการเติบโตสูงมากถึง 500% มีจำนวนเพจวิวโตเป็น 2 เท่า โดยการที่สังคมออนไลน์เติบโตทำให้คนไทย แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ อีกทั้งยังมีโอกาสหาเพื่อใหม่ๆ ได้จากทั่วโลก สำหรับไฮไฟว์ได้มีการทำตลาดแล้วหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก แคนนาดา กลุ่มลาตินอเมริกา ยูเครน โปรตุเกส และไทย โดยในประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้งานในอันดับที่ 12 มากที่สุดในภูมิภาคเอเซีย จากที่เมื่อต้นปี 2550 มีผู้ใช้อยู่แค่กว่า 1 แสนคนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เร็วๆ นี้เว็บไซต์ไฮไฟว์กำลังจะมีบริการภาษาไทยเพื่อคนไทยแน่นอน
ด้าน นายกษมาช นีรปัทมะ รองประธานบริหารสื่อออนไลน์ ท็อปสเปซ ในเครือของ บริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด กล่าวว่า เริ่มแรกท็อปสเปซ ก่อตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่บริหารสื่อโฆษณาออนไลน์ ให้กับ www.Sanook.com และเว็บไซต์ในเครืออย่าง Sanook! QQ ต่อมาได้ขยายขอบข่ายธุรกิจโดยรับบริหารสื่อโฆษณาออนไลน์ให้กับ เว็บไซต์สำหรับคนกลางคืน www.HipKingdom.com ที่รวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร ผับ บาร์ ต่างๆมากมาย รวมถึงเว็บไซต์ชั้นนำอื่นๆ ด้วย ขณะนี้ ตลาดโฆษณาออนไลน์มีการเติบโตขึ้นมาก ด้วยจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและเว็บชุมชนออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น อันเป็นแหล่งรายได้สำคัญของสนุก!
รองประธานบริหารสื่อออนไลน์ ท็อปสเปซ กล่าวต่อว่า ความสำเร็จที่ผ่านมาของท็อปสเปซมาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ 1.บริษัทฯ มีจำนวนเพจวิวที่สูงที่สุด หรือคิดเป็น 60% ของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ที่เปรียบเสมือนมีเนื้อที่โฆษณาที่มหาศาลเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า 2.บริษัทฯ มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อใช้ในการบริหารแคมเปญโฆษณาออนไลน์ที่วัดผลได้ และมีเครื่องมือช่วยเหลือให้ลูกค้าที่โฆษณากับบริษัทฯ วางแผนแคมเปญโฆษณาได้อย่างง่ายดาย และมีประสิทธิภาพ และ 3.มีทีมงานดูแลลูกค้าที่ได้รับการฝึกอบรม เพื่อให้นำเสนอแผนการตลาดออนไลน์ที่สร้างสรรค์ รวมทั้งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของลูกค้า
“นับเป็นก้าวสำคัญที่สนุกจะได้พัฒนาไปอีกขั้นพร้อมๆ กับเว็บชุมชนออนไลน์ระดับโลกที่ทรงอิทธิพลอย่างไฮไฟว์ และเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้า ที่กำลังมองหาเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยปีนี้น่าจะมีโลกค้าที่สนใจลงโฆษณา ผ่านช่องทางออนไลน์ประมาณ 3,000 รายทั้งที่ผ่านเอเยนซี่โฆษณา และติดต่อเองโดยตรงในสัดส่วน 30% และ 70% ตามลำดับ ทั้งนี้เมื่อเทียบจากเม็ดเงินธุรกิจโฆษณาทุกแบบทั้งปี 2550 ประมาณ 90,000 ล้านบาท กลุ่มออนไลน์น่าจะมีส่วนแบ่งประมาณ 0.5-1%” นายกษมาช กล่าว
Google Maps increased the number of countries that have street maps and satellite imagery with 54. “We’ve more than doubled our coverage of Latin America and are now mapping three times as many countries in Asia as before. (…) We have better detail for some countries than others, but this is just the beginning,” boasts Google LatLong Blog. While this a good news, some people complain that “the data is inaccurate and outdated” or only available “at the highway or major-road level”.
Here’s a list of the new countries, powered by Google Spreadsheets (the area is automatically generated using the GoogleLookup function and can be inaccurate). The largest country is Kazakhstan and the smallest territories are Bermuda and Aruba. Argentina, the eighth largest country in the world, is still a blank area on the map.
Google Maps Update
| Country | Area | Link to Google Maps | Level of detail | ||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
[1] https://www.cia.gov/cia/publications/factbook/print/af.html |
_uacct = “UA-18065-4″; urchinTracker();
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยในเอเชีย Top100 เดือนกรกฎาคม 2550
Webometrics ซึ่งเป็นสถาบันวัดความสามารถในการผลิตผลงานทางวิชาการที่เผยแพร่
บนอินเตอร์เน็ตและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยทั่วโลก
สำหรับมหาวิทยาลัยในไทย
1. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (36)
2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (37)
3. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (50)
4. สถาบัน เอไอที (67)
5. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (72)
6. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (78)
7. มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (83)
8. มหาวิทยาลัยขอนแก่น (85)
9. มหาวิทยาลัยมหิดล (89)
| Top Asia | ||
Source : Webometrics
|
นิตยสาร TIME ได้ทำการจัดอันดับ สุดยอด 50 Website แห่งปี 2007
โดยแบ่งเป็น 5 หมวดหมู่ คือ Arts & Leisure, Audio & Video,
News & Information, Social Networks, และ Web Services
โดยแต่ละหมวดหมู่มีเว็บไซต์ที่ติดอันดับ ดังนี้
Arts & Leisure
wotartist.com
donorschoose.org
yapta.com
chow.com
glimpse.com
cellswapper.com
etsy.com
mpire.com
idealbite.com
photonhead.com
redfin.com
papertoys.com
Audio & Video
last.fm
lala.com
blinkx.com
drivertv.com
funnyordie.com
joost.com
miistation.com
whitecitystories.org
starwars.com
youtube.com (You Choose ’08)
veoh.com
odeo.com
expertvillage.com
News & Information
prosper.com
imtooyoungforthis.com
ingdirect.com
opensecrets.org
simpleweather.com
pollingreport.com
nowpublic.com
newsvine.com
stockpickr.com
ecofoot.org
fafsa4caster.ed.gov
Social Networks
stumbleupon.com
fatsecret.com
linkedin.com
bix.yahoo.com
hitchsters.com
Web Services
mozy.com
weebly.com
netvibes.com
ohdontforget.com
wetpaint.com
zoho.com
thinkfree.com
grandcentral.com
tumblr.com
twitter.com
ที่มา: นิตยสาร TIME
http://www.time.com/time/
![]()
1 ![]()
2 ![]()
3 ![]()
4 ![]()
5 ![]()
6 ![]()
7
8
9
10
11
12
13
14
![]()
1 ![]()
2 ![]()
3 ![]()
4 ![]()
5 ![]()
6 ![]()
7 ![]()
8 ![]()
9 ![]()
10 ![]()
11 ![]()
12 ![]()
13 ![]()
14
15
16
17
18
19
20
21
![]()
1 ![]()
2 ![]()
3 ![]()
4 ![]()
5 ![]()
6 ![]()
7 ![]()
8 ![]()
9 ![]()
10 ![]()
11 ![]()
12 ![]()
13 ![]()
14 ![]()
15 ![]()
16 ![]()
17 ![]()
18 ![]()
19 ![]()
20 ![]()
21
22
23
24
25
อ่านเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่ :
http://money.cnn.com/galleries/2007/biz2/0702/gallery.nextnet.biz2/index.html
บ่อยครั้งไหมที่คุณเปิดเว็บไซต์ต่างๆ แล้วเกิดความสนใจในสินค้าที่เว็บต่างนำมาเสนอขาย แบบว่า อยากได้ๆ แต่อารมณ์นั้นต้องสะดุดเมื่อต้องลงท้ายด้วยคำถามที่ว่า แล้วเราจะเชื่อใจ และเชื่อมั่นได้อย่างไรว่า คนขายเขาจะส่งของที่มีคุณภาพตามแบบที่เราต้องการมาให้ หรือบางครั้งเห็นของที่เขานำมาขายแล้วเกิดไอเดียอยากจะผันตัวเองจากผู้ซื้อมาเป็นผู้ขายบ้าง แต่ก็ต้องสะดุดด้วยปัญหาว่า ตัวเราไม่มีความรู้เรื่องไอทีเลย แล้วไหนจะเรื่องการตลาดอีก ดูเหมือนว่าสิ่งที่คิดจะไม่สดใสเอาซะเลย แต่วันนี้ปัญหาเหล่านั้นอาจไม่เกิดขึ้น
เมื่อกองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เล็งเห็นความสำคัญของการค้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยได้จัดงานปฐมนิเทศ e-Commerce Online และเสวนาปัญหา e-Commerce : เรื่องจริงจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ขึ้นหลังจากเปิดตัวโครงการอีคอมเมิร์ซออนไลน์ ซึ่งเป็นการเรียนการสอนเกี่ยวกับการทำการค้าออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ www.dbdAcademy.com ให้ผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจเข้าเรียนกัน
ส่วนหลักสูตรที่เปิดสอน มีด้วยกัน 4 หลักสูตร คือ 1) ความรู้เบื้องต้นทางด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 2) เป็นการตลาดด้านการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 3) หลักสูตรพัฒนาขีดความสามารถ หลักสูตร 4) หลักสูตรธรรมาภิบาลธุรกิจ สำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้ได้
หัวข้อในการเสวนาปัญหา e-Commerce : เรื่องจริงจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เป็นการพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ อาทิเช่น ทำอย่างไรให้สินค้าที่ขายได้รับความนิยม หรือมีจุดเด่นที่แตกต่างกว่าคู่แข่งคนอื่นๆ ในตลาดออนไลน์ด้วยกัน การทำหน้าเว็บไซต์ให้น่าสนใจ ปัญหาในเรื่องของข้อกฎหมายที่ผู้ประกอบการยังไม่ทราบรวมถึงเรื่องของการจดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญา และเรื่องที่อินเทรนสุดๆในขณะนี้ คือเรื่องของปัญหาค่าเงินบาทกับการส่งออกของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ
มาเริ่มกันที่เรื่องของการสร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่นาสนใจ สามารถดึงดูดลูกค้า เพื่อเพิ่มยอดขาย “จตุพล ทานฤทัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลเบลท จำกัด ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ www.globlet.com บอกว่า การจะให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จัก โจทย์ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะขายอะไร แต่มันอยู่ที่จะขายอย่างไร การวางแผนธุรกิจแรกคือทำอย่างไรให้คนอื่นๆ รู้จักเว็บไซต์ของเราให้มากโดยอาจโปรโมทเว็บไซต์ผ่านสื่อดั้งเดิม เช่นหนังสือพิมพ์ วิทยุ เพราะสื่อดั้งเดิมยังมีอิทธิพลกับผู้บริโภคอยู่ หรือที่สำคัญในเรื่องของเสิร์จเอ็นจิ้น คือพยายามคิดคำสำคัญๆที่คิดว่าคนเข้าเว็บไซต์เปิดมาต้องเจอเราให้ได้
“การทำเว็บไซต์ให้ดูดีและเป็นที่รู้จัก ต้องทำควบคู่กันไป คือจัดองค์ประกอบในเว็บไซต์ให้เหมาะสม ยึดหลักผู้ใช้ต้องมาก่อน การจะเชิญชวนให้คนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราต้องเน้นง่ายๆ เร็ว ดูดี และหน้าเชื่อถือ เพราะคนส่วนใหญ่ในวินาทีสุดท้ายที่ตัดสินใจไม่ซื้อของแบบออนไลน์เป็นเพราะกลัวถูกหลอก ดังนั้นเว็บไซต์ต้องดูน่าเชื่อถือ ยิ่งถ้ามี ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ของผู้ประกอบการ จะดีมาก การพยายามเขียนเนื้อหา และอัพเดทเนื้อหาให้ทันเหตุการณ์ก็สำคัญ” ทรงยศ คันธมานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแกรนด์แพลนเน็ท เอ็นเตอร์ไพรส์จำกัด ผู้ก่อตั้งและพัฒนา www.ReadyPlanet.com กล่าวเสริม
แต่เรื่องที่สำคัญที่ลืมไม่ได้เลยคือ เรื่องของกฎหมายการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ “ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ์” ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย/ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยบอกว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาว่าทำไมธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยถึงไม่เติบโต คำตอบคือ เวลาทำธุรกิจออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ ในแง่การแข่งขันกันเรื่องไอเดีย และคุณภาพสินค้า เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้เหมือนกัน แต่ทำอย่างไรที่จะผูกขาด หรือตัดคู่แข่งออกไปได้ จะเห็นว่าเว็บต่างๆที่ประสบความสำเร็จสิ่งที่เขาใช้ในการเริ่มต้นคือ การใช้กฎหมายให้เป็นประโยชน์ คือเมื่อเราคิดอะไรขึ้นมาแล้วไปยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้าไว้เพื่อตัดคู่แข่งทางธุรกิจออกไป
“นอกจากนี้ คนที่มีธุรกิจอีคอมเมิร์ซเราต้องเข้าใจไว้อย่างหนึ่งว่าเราไม่ได้ขายของให้เฉพาะคนในประเทศไทย เรากำลังขายของให้คนทั่วโลก ไม่เช่นนั้น ปัญหาที่มีจะเป็นกรณีพิพาทกันเรื่องสินค้า ลักษณะส่วนใหญ่ที่เว็บไซต์ที่ดีต้องมีคือส่วนของการกำหนดเงื่อนไขในการทำธุรกรรมจะต้องมีข้อที่สำคัญคือต้องกำหนดไว้ด้วยว่า กฎหมายที่บังคับใช้จะต้องเป็นกฎหมายไทย ฉะนั้นเวลาเขาเข้ามาทำธุรกรรมแล้วมีข้อพิพาทต้องใช้ตามกฎหมายไทย”
ส่วนหลักเกณฑ์ในการตั้งสิ้นค้าขายคนไทยกับคนต่างประเทศนั้น “อิฏฐชัย จักรพิทักษ์” เจ้าของเว็บไซต์ www.ThaiTradePoint.com บอกไว้ว่าผู้ประกอบการต้องแบ่งตลาดทั้งสองออกจากกัน เพราะพฤติกรรมการบริโภค และการสืบค้น ของลูกค้าไม่เหมือนกัน นอกจากนี้คนต่างชาติเค้ามีกำลังซื้อที่มากกว่าเราถึง 40เท่า เพราะฉะนั้นกำลังซื้อต่าง รสนิยมก็ต่าง การตั้งราคาควรจะต่างกันไปเลย จริงๆแล้วการขาย ต้องรู้เขารู้เรา แต่ตอนนี้เรารู้เราแต่เราไม่รู้เขาเท่านั้นเอง
“สำหรับปัญหาเรื่องของค่าเงินบาท หรืออัตราแลกเปลี่ยนมีผลกระทบหรือไม่ จริงๆแล้วอัตราแลกเปลี่ยนเป็นแค่แต้มต่อที่ช่วยเราให้เราได้เปรียบคู่แข่ง แต่เมื่อมีปัญหา เราไม่สามารถควบควบคุมปัจจัยต่างๆ ภายนอกได้จริงอยู่ แต่เราควรหันกลับมาควบคุมปัจจัยภายในของเราเองดีกว่า คือถ้าพยายามแก้ค่าเงินบาทไม่ได้จริง ๆ ลองคิดนอกกรอบ หันไปดูค่าเงินสกุลอื่น ที่มีอัตราแลกเปลี่ยนเท่าเดิม แล้วก็ยึดหลักว่าลูกค้ามาจากประเทศไหนค้าขายกับเขาในอัตราแลกเปลี่ยนนั้น น่าจะดีกว่าที่ผูกไว้กับเงินสกุลดอลล่าร์อย่างเดียว” เจ้าของเว็บไซต์ Thaitradepoint แนะ
จะเห็นแนวโน้มได้ว่าผู้ประกอบการไทยเริ่มตื่นตัวให้ความสนใจและเห็นความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีในการทำการค้าเพิ่มมากขึ้น เพราะลงทุนที่ต่ำกว่าการทุ่มงบมหาศาลไปกับค่าโฆษณา และไม่ต้องเก็บสินค้าไว้ขายเป็นจำนวนมากๆให้เสื่อมคุณภาพอีกต่อไป แต่ปัญหาเดิมๆ ที่ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งแก้ไข คือเรื่องของความน่าเชื่อถือและความซื่อสัตย์ ในการขายและจัดส่งสินค้าให้กับผู้บริโภค
นอกจากนี้ ที่สำคัญคือทำในสิ่งที่เรารัก การลอกเลียนในสิ่งที่เห็นว่าคนอื่นทำแล้วประสบความสำเร็จวันหนึ่งหากเกิดปัญหาคุณอาจจะทิ้งมันได้ง่ายมาก แต่หากทำในสิ่งที่รักแล้วเราจะสามารถอยู่กับสิ่งนั้นได้นานและภูมิใจกับมันแม้จะต้องเจอกับอุปสรรค์มากมายก็ตาม…
ที่มา : http://www.thairath.com

















