Archive for the 'Health' Category



เลิกผลิตสินค้าที่มีสารที่เป็นอัตรายต่อสุขภาพในพลาสติก!! – สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพลาสติก

Sunday 27 July 2008 @ 9:12 pm
บริษัท ยักษ์ใหญ่ในตลาดของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นขวดนม หรือแก้วใส่น้ำ ยุติการผลิตขวดนมสำหรับเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับพลาสติกสำหรับเด็ก ร้านขายปลีกตื่นตัวดึงผลิตภัณฑ์ของ “Nalgene” ออกจากชั้นวางสินค้า



เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากที่รัฐให้รายงานในอาทิตย์นี้ว่า ผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยพลาสติกหลายๆอย่างมีส่วนผสมของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพ โดยเฉพาะกับเด็กและเด็กเล็ก ผู้ปกครองเกิดความสงสัยว่าสารเคมี “Bisphenol A” จะเป็นอันตรายมากน้อยเท่าไร
สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการ ความปลอดภัยไว้ก่อน เสริมสร้างความรู้ของตนเองเกี่ยวกับสินค้าชนิดใดที่มีสารเคมีดังกล่าวและใช้ สินค้าที่ไม่มีสารเคมีนั้นๆหรือหาสิ่งอื่นทดแทน นางเอลเลน โรเบิท ผู้ที่อาศัยอยู่ที่มิสซูรี่ซิตี้ กล่าวว่า “เธอรู้สึกสับสนมากกับรายงานที่ได้รับ เพราะตนเองคิดว่าใช้สินค้าที่ปลอดภัยอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่คิด”

บางบริษัท ที่ผลิตภาชนะสำหรับเด็กถึงกับหยุดผลิตสินค้าเหล่านั้นเลย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อุปโภค ในวันศุกร์ที่ผ่านมา บริษัท “Nalge Nunc International” ประกาศว่าทางบริษัททำการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ขวดที่ชื่อว่า “Nalgene” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีได้รับความนิยมมากสำหรับแคมป์เปอร์ และนักเรียนมหาวิทยาลัยเพราะเป็นภาชนะที่มีความทนทานและไม่แตกง่าย ทางบริษัทเปลี่ยนการผลิตภาชนะชนิดนี้กับภาชนะที่มีความคล้ายคลึงกันแต่ไม่มี สารเคมี “BPA” เจือปน นายสติเวน ซิลเวอร์แมน ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Nalgene กล่าวว่า “เรายังคงมั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์ขวดที่ชื่อว่า “Nalgene” ซึ่งมีสาร “BPA” เจือปนมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคถ้าถูกใช้อย่างถูกสุขลักษณะ แต่ลูกค้าที่ใช้สินค้าของเรา แจ้งประสงค์ที่ต้องการจะใช้สินค้าที่ไม่มีสารเคมีดังกล่าวเจือปน”

ใน เวลาเดียวกับบริษัท “Energizer Holdings” ผู้ผลิคสุขภัณฑ์ที่มีจำหน่ายทั่วโลกประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า บริษัท “Playtex Infant Care” ซึ่งเป็นบริษัทในเคลือจะหยุดการผลิตสินค้าที่เป็นขวดและแก้วน้ำพลาสติกที่มี สารเคมี “BPA” เจอปนในปลายปีนี้ และบริษัท “Wal-Mart” ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ภายภายในหนึ่งปี ทางบริษัทจะขายเฉพาะขวดนมสำหรับเด็กที่ไม่มีสารเคมี “BPA” เจอปนเท่านั้น

ไม่ใช่ว่าทุกบริษัทและนักวิชาการจะเชื่อว่าตอนนี้เป็นเวลาที่จะเปลี่ยนแนวทางใน การผลิตสินค้าชนิดนี้ เพราะว่าผลของการค้นคว้าและทดลองเกี่ยวกับสารเคมีชนิดนี้ยังเป็นการทดลองกับ หนู ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีผลเช่นเดียวกันกับมนุษย์ ผลของการค้าคว้าพบว่า สารเคมีชนิดนี้เป็นผลให้เเกิดโรค มะเล็งเต้านม, มะเล็งที่อัญทะ, การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม และการเจริญเติมโตของร่างกายอย่างผิดปรกติ

แต่ผลของการ ทดลองมีน้ำหนักมากพอที่ทำให้ National Toxicology Program ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรมสาธารณสุขของอเมริกา ยอมรับถึงผลที่ได้จากการทดลองจากหนูอาจจะเป็นผลที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้ และต้องการให้มีการค้นคว้าเพิ่มเติมอย่างละเอียด

นักวิชาการบางกลุ่มให้ความคิดเห็นว่า สารเคมี “BPA” เป็นสารเคมีที่มีอันตรายมากสำหรับเด็กและเด็กเล็กเพราะเป็นสารเคมีที่จะขัด ขวางการพัฒนาและการเจริญเติบโตของเด็ก ที่จริงแล้วผู้เชี่ยวชาญทางสถาพแวดล้อมได้ให้คำเตือนต่อสาธารณะชนมานานแล้ว เกี่ยวกับอันตรายจากสารเคมีชนิดนี้ แต่ไม่เป็นเรื่องที่ง่ายที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีชนิดนี้ เจือปน สารเคมีชนิดนี้สามารถพบได้ในแผ่นซีดี, แว่นสายตา, ผลิตภัณฑ์เป็นส่วนผสมของพลาสติกที่ใช้ในช่องปาก, และผลิตภัณฑ์พลาสติกที่เป็นเครื่องบริโภคเช่นแก้วน้ำ, จานอาหาร, ภาชนะเก็บอาหาร, และขวดนมของเด็กเป็นต้น

พลาสติกแรปที่ ใช้สำหรับปิดอาหารบางชนิดมีส่วนผสมของ “BPA” ด้วยเช่นกัน ซึ่งสารเคมีในเครื่องอุปโภคชนิดนี้จะเจือปนไปกับอาหารได้ง่ายที่สุดเมื่อนำ อาหารที่ปิดด้วยพลาสติกชนิดนี้ไปอุ่นให้ร้อน โดยไมโครเวฟ หรือเตาหุงต้ม

ศาสตราจารย์เฟ็ตเดอริก วอม ซัล อาจารย์สอนวิชาชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยมิสซูรี่ ผู้ต่อต้านการใช้สาร “BPA” และตำหนิบริษัทผู้ผลิตที่ใช้สารเคมีชนิดนี้ หลีกเลี่ยงทุกวิธีทางในการใช้ภาชนะที่เป็นพลาสติกโดยไม่ดื่มน้ำจากแก้ม พลาสติก ไม่ใช้ช้อนและซ้อมที่เป็นพลาสติกและไม่เก็บอาหารที่เหลือในภาชนะพลาสติก หลังจากศาสดาจารย์เฟ็ตเดอริก วอม ซัล ทุ่มเทเวลามากกว่าสิบปีในการค้นคว้าศึกษาเกี่ยวกับสาร “BPA”

ศาสตราจารย์เฟ็ตเดอริก วอม ซัล กล่าวว่า Bisphenol A เป็นสารเคมีที่พบได้บ่อยครั้งในพลาสติกแข็งมีสีใสและมีเครื่องหมาย “7 recycling sign” ภาชนะชนิดนี้เมื่อใช้ไปนานๆและพื้นผิวเป็นสีขุ่น สารเคมีชนิดนี้สามารถซึมออกมาปะปนกับอาหารและเครื่องดื่มได้ง่ายขึ้น

แต่ในเวลาเดียวกันตัวแทนของกลุ่มผู้ผลิตพลาสติกออกมาโต้แย้งต่อคำกล่าวของศาสดา จารย์เฟ็ตเดอริก วอม ซัล ว่าเครื่องหมาย “7 recycling sign” ไม่ใช่เครื่องบ่งบอกที่ดีเกี่ยวกับการใช้สารเคมี “BPA” ในการผลิตพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์และภาชนะต่างๆ เพราะพลาสติกจากหลายๆบริษัทที่มีสารชนิดนี้ไม่มีเครื่องหมายดังกล่าว

กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการเปลี่ยนภาชนะเครื่องใช้สำหรับเด็กและนักวิชาการ ออกมาให้การโต้แย้งว่า ในเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ผู้ปกครองจะเปลี่ยนภาชนะเครื่องใช้พลาสติกสำหรับเด็ก โดยทันที หรือมีอัคคติต่อผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพลาสติก สิ่งที่สำคัญคือต้องรอผลของการทดลองค้นคว้าอย่างละเอียดก่อน

ไม่ใช้ไมโครเวฟในการอุ่นอาหารหรือเครื่องดื่มโดยใช้ภาชนะพลาสติก
สิ่งหนึ่งที่กุมารเวชศาสตร์เห็นพ้องกันคือ ผู้ปกครองต้องมีความระมัดระวังในการอุ่นนมและอาหารสำหรับเด็กด้วยไมโครเวฟ กับภาชนะที่เป็นพลาสติก เพราะความร้อนจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้สารเคมี “BPA” ซึมเข้าปะปนกับนมและอาหารของเด็กได้ ผู้เชี่ยวชาญบางคนแนะนำว่าผู้ปกครองอาจจะใช้น้ำร้อนในการอุ่นนมในขวดพลาสติก สำหรับเด็กทารก แต่แพทย์หญิงซาทยานาลายานาให้ข้อโต้แย้งว่า ผู้ปกครองควรจะอุ่นนมสำหรับเด็กด้วยภาชนะที่ไม่ใช่พลาสติกแล้วถึงใส่ขวดนม

เจ้า หน้าที่ของกระทรวงสาธรณะสุขของประเทศแคนาดาประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ทางกระทรวงกำลังพิจรณาที่จะห้ามการใช้สารเคมี “BPA” ในการผลิตขวดนมสำหรับเด็ก และในวันเดียวกันนั้นกระทรวงสาธรณะสุขของประเทศแคนาดาเป็นแห่งแรกของโลกที่ ยืนยันว่าสารเคมีชนิดนี้ “เป็นอันตราย”

แต่ในประมวลทั้งหมด ผู้ปกครองหลายๆคนเล่งเห็นว่า ภาชนะพลาสติกสำหรับเด็กที่ไม่มีสาร BPA เจือปนมีราคาที่แพงเกินไป และถ้าจะใช้ขวดนมที่เป็นแก้วที่สามารถแตกได้ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสม นางเองเจิลล่า บาร์เบ้อ ให้ข้อคิดเห็นว่า ข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ ไม่สามารถบ่งชี้ชัดได้ว่าเธอควรที่จะเปลี่ยนขวดนมที่ใช้ป้อนลูกชายอายุ 6 เดือนของเธอ “ภาชนะพลาสติกในขนาดบรรจุแกลอนที่เป็นขวดน้ำและนมก็เป็นพลาสติกที่มีสาร BPA เจือปนเช่นกัน ผู้คนมากมายโตมากับภาชนะพวกนี้และก็ไม่เห็นว่าผู้คนเหล่านี้จะได้รับอันตราย ที่เป็นผลมาจากสารเคมีนี้เลย ฉะนั้นเธอจึงไม่รู้สึกกังวลใดๆ”

แหล่งข่าว ฮิวสตั้นคลอนิเคิล

Share