Archive for the 'Business' Category



เปิดใจ 2 นักร้องสาวสุดเซ็กซี่ ที่ก้าวมาทำอี-คอมเมิร์ซ

Monday 22 September 2008 @ 9:53 pm


หากพูดถึงศิลปินนักร้องกลุ่มที่มีความสวย ใส และเซ็กซี่มากที่สุด เห็นทีจะหนีไม่พ้น 4 นักร้องสาว เกิร์ลรี่เบอรี่ ที่ประกอบด้วย กิ๊ฟซี่ กิ๊ฟซ่า แนนนี่ และ เบลล์ ด้วยอายุที่มากขึ้น ความร้อนแรงก็ต้องทวีขึ้นไปตามลับดับ แต่ก็แน่นอนว่าภาพลักษณ์ที่เสนอความเซ็กซี่ ร้อนแรงแบบนี้ย่อมที่จะตกเป็นข่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่นักวิชาการ หรือ กลุ่มสิทธิสตรีมองว่า ผลงานเพลงส่งความหมายสองแง่สามง่าม หรือ การแต่งตัวไม่เหมาะสม หรือ ตัวศิลปินเองที่ตกเป็นเหยื่อ ของภาพแอบถ่ายอิริยาบทต่างๆ และภาพทีเผลอของเหล่าปาปาราสซี เรื่องแบบนี้ คือสิ่งที่เชื่อว่าคนส่วนมากรู้จัก และพบเห็นพวกเธอในลักษณะนี้อยู่เสมอ


เพื่อ ลดความร้อน ความเครียดจากบรรยากาศของบ้านเมือง และสภาพเศรษฐกิจของไทยที่แสนวุ่นวาย IT Digest จึงขอพาไปรู้จักกับ 2 สาวสวยที่ก้าวเข้ามาทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นกิจการ แต่ก็เป็นสิ่งที่ผลักดันให้ชีวิตของ 2 สาวนี้ที่แทบไม่รู้เรื่องไอที ต้องมาขวนขวายหาความรู้ไอทีใส่ตัว อาจจะงงกันว่า เกิร์ลลี่เบอรี่ เกี่ยวอะไรกับอี-คอมเมิร์ซ


ใช่แล้วเรากำลังพูดถึง 2 สมาชิกของวง คือ แนนนี่-ภัทรนันท์ ดีรัศมี เจ้าของเว็บไซต์ www.sweetmeetpunx.com และ เบลล์-มนัญญา ลิ่มเสถียร หรือ เบลล์ เจ้าของเว็บไซต์ www.beblink.com มาตามดูว่าอะไรทำให้ต้องมาทำอี-คอมเมิร์ซ และพวกเธอมองวัยรุ่นไทยกับอินเทอร์เน็ตอย่างไร อย่ารอช้า เข้าไปติดตามรายละเอียดได้แล้ว ณ บัดนี้…


+++++++++

IT Digest: ที่มาที่ไปของการก้าวมาทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ มาได้อย่างไร

แนนนี่: เพราะ ส่วนตัวรู้สึกสนใจ รู้สึกว่าโลกของเราทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกลมาก ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ ที่คนส่วนมากสนใจกัน โดยเฉพาะการขายของออนไลน์ เพราะส่วนตัวไม่มีเวลาจะหยิบจับทำธุรกิจที่เป็นหน้าร้านจริงๆ เพราะธุรกิจแบบนี้มีความเสี่ยงสูงมาก เราต้องลงทุนทำร้าน เช่าที่ก็ไม่คุ้มแล้ว แต่ธุรกิจหน้าร้านออนไลน์เราคุ้มกว่ามีเวลาบริหารมากกว่า

ก่อน หน้านี้เคยไล่เปิดอินเทอร์เน็ตดูร้านขายของออนไลน์ดูเช่นกัน ไม่ได้ปรึกษาใครเป็นพิเศษแค่คุยในหมู่เพื่อนๆ พี่ว่าเราอยากจะทำ พอมาลองทำจริงๆ รู้สึกว่าไม่ยากมากเท่าใด ก็เลยมาลองศึกษาด้วยตัวเอง อะไรที่ไม่เข้าใจก็ปรึกษากับพี่ที่นับถือกัน จนกลายมาเป็นเว็บไซต์ www.sweetmeetpunx.com ทั้งนี้ ชื่อเว็บไซต์นี้เมื่อก่อนเป็นชื่อของร้านแนนนี่เอง แต่ด้วยความที่ไม่มีเวลาไปดู และทำเลหน้าร้านไม่ดี เลยต้องถอนตัวออกมา แต่ด้วยแนวคิดร้านกับชื่อเป็นของเราเองก็เลยเอามาทำเว็บไซต์ดีกว่า ก็ไปซื้อเว็บไซต์สำเร็จรูปมาใช้งานง่าย ไม่แพงจ่ายเป็นรายปี เมื่อก่อนเคยคิดเขียนเว็บเอง แต่ยากมากวุ่นวายกว่า และเว็บเหล่านี้ยังทำสุ่มเพื่อโปรโมทอีกด้วย

เบลล์: จุด แรกเริ่มที่มาทำเว็บไซต์ คือ ตัวเองเป็นคนที่ชอบเครื่องสำอางมากที่สุด และรู้สึกว่าเครื่องสำอางมีหลายแบบหลายชนิดให้เลือกใช้มากมาย แต่บางคนเองก็ยังไม่รู้ว่าใช้อะไร และธุรกิจของเบล์ก็ไปจับกับเครื่องสำอางญี่ปุ่นที่ใช้ได้จริง และที่หันมาเปิดร้านออนไลน์ เพราะมีเพื่อนที่ทำอยู่แล้วแนะนำมา ก็เข้าไปลองสำรวจดูก็รู้สึกว่า น่าสนใจดี เพราะใช้เวลาดูแลไม่มากในการดูแล และจัดการร้าน เพราะขณะนี้มีเว็บไซต์สำเร็จรูปจำหน่ายมากมาย และรองรับกับรูปแบบการทำงานของเราที่เป็นแบบนี้

เบลล์ ไม่ได้เริ่มจากการมีหน้าร้านมาก่อน เพราะรู้สึกว่าการเปิดร้านยากมาก ต้องหาสถานที่ และต้องเข้ากับรูปแบบการทำงานของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดของร้าน และงบที่ต้องลงทุนแต่งร้านจัดร้าน และยังต้องหาคนที่ไว้ใจได้มาดูแลอีก คิดไปคิดมาแล้วไม่คุ้มกับการลงทุน จึงมาเปิดเว็บไซต์ที่ชื่อว่า www.beblink.com เป็นเว็บไวต์สำเร็จรูปเหมือนกัน เป็นดีเอ็นเอเดียวกับเว็บไซต์ของแนนนี่

IT Digest: รูปแบบของสินค้า และบริการที่ทำบนเว็บไซต์

แนนนี่: ที่ เว็บไซต์จะขายเสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับแนวพังค์สไตล์ญี่ปุ่น ฮาราจูกุ รวมถึงของเล่นนำเข้า เช่น โมเดลจากภาพยนตร์ การ์ตูน หรือตุ๊กตาน่ารักๆ มาจากหลายที่ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือฮ่องกง โดยสินค้าทั้งหมดนี้ไปเดินทางไปหามาใส่ร้านด้วยตัวเอง เพราะเวลาเดินทางไปแต่ละครั้งก็กวาดสินค้าเหล่านี้กลับมาเยอะเหมือนกัน หรือถ้าของบางชิ้นถ้ามีเพื่อเป็นแอร์โฮสเตสบินไปอยู่แล้ว ก็สามารถฝากให้เขาซื้อกลับมาให้เราได้ รวมไปถึงแฟชั่นแนวหวานๆ ก็พอมีแต่ไม่มากเท่าใด แต่อนาคตก็จะปรับให้สินค้าที่จำหน่ายมีสัดส่วนเท่าๆ กัน โดยขณะนี้เปิดมาได้กว่า 3 เดือนแล้ว ก็มีคำสั่งซื้อสินค้ามาทุกสัปดาห์

เบลล์: เว็บไซต์ ของเบลล์จะขายเครื่องสำอางทุกชนิด ครีมบำรุงผิว ทรีตเมนท์ ที่เกี่ยวกับการดูแลผม ใบหน้า ร่างกาย จากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ส่วนหนึ่งจะเป็นสินค้าที่เดินทางไปหาซื้อมาเอง อีกส่วนหนึ่งก็ฝากเพื่อที่เป็นแอร์หามาให้ แล้วให้เพื่อนๆ ที่เป็นแอร์เหล่านี้นำเสนอสินค้าในร้านให้ เพราะด้วยการที่คนอาชีพนี้เดินทางไปทั่วโลก จึงย่อมพบเจอกับเครื่องสำอางมากมาย เขาก็จะมีข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าอยู่ระดับหนึ่ง ก็ให้เขาเลือกแล้วก็เอามาให้เรา โดยระยะเวลาประมาณ 4 เดือนที่เปิดหน้าร้านมา การตอบรับดี ลูกค้าก็ดี

IT Digest: กลยุทธ์ และเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจจากนี้ไปจะเป็นอย่างไรบ้าง

แนนนี่: อันดับแรกที่เราเห็นช่องทางนี้ก็มาจากเว็บไซต์ไฮไฟว์ดอทคอม (www.hi5.com) เพราะ มีเพื่อเข้ามาดูมาแอดเป็นเพื่อนมากมาย ก็เลยรู้สึกว่าตรงนี้น่าจะเป็นช่องทางโปรโมทที่ดี ก็เลยคิดว่าจะทำแบนเนอร์ของเว็บไซต์มาติดที่ไฮไฟว์ แล้วทำลิงค์เชื่อมต่อไปที่เว็บไซต์ นอกจากนี้ยังจะนำแบนเนอร์นี้ไปติดกับไฮไฟว์ของเพื่อนๆ ศิลปินคนอื่นๆ ด้วย เช่น ไฮไฟว์ของบีม หรือ ลิเดีย เป็นต้น ส่วนเป้าหมายจากนี้ พอมีแบนเนอร์ และโลโก้แล้วก็อยากให้ชื่อ Sweetneedpunx ติด ตลาด เวลานี้เราไปรับเสื้อผ้าเขามาขายต่อ ในอนาคตก็อาจจะทำเป็นเสื้อผ้าแบรนด์ตัวเองก็ได้ หรือ เอาโลโก้มาแปะบนสินค้าต่างๆ ธุรกิจนี้ลงทุนไปไม่มาก และเวลาไม่นานก็คืนทุนหมดแล้ว

เบลล์: ขณะ นี้ กำลังพยายามสร้างแบรนด์อยู่ เพราะเครื่องสำอางในปัจจุบันมีมากมาย เราจำเป็นที่จะต้องสร้างแบรนด์ให้แตกต่างออกไปจากที่มีในท้องตลาด เพื่อทำให้คนรู้ว่าเราจำหน่ายอะไรบ้าง รู้ว่าเราอยู่จุดไหน บอกให้เขารับรู้ว่า “Beblink” ก็ ขายเครื่องสำอางมากขึ้น หากเราเป็นที่รู้จักในตลาด แล้วผู้บริโภคยอมรับคิดถึงเราเป็นคนแรก เมื่อต้องการซื้อเครื่องสำอาง ก็น่าจะถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ตอนนี้ก็ต้องสร้างความตื่นตัวให้กับคนทั่วไปก่อน โดยเป้าหมายก็อยากเป็นเว็บไซต์ที่ 1 ด้านความสวยความงาม คือ ไม่ว่าคนจะต้องการเครื่องสำอาง หรือมีปัญหากับสุขภาพผิวหน้า ก็คิดถึงเรา หรือก้าวไปถึงระดับให้บริการโซลูชั่นความงาม ที่มีคำตอบให้ได้ทุกเรื่อง แล้วช่วยทุกคนได้ เพราะเรื่องความสวยความงามคู่กับผู้หญิงทุกคน ทุกวัย เป็นเรื่องพื้นฐานของผู้หญิง


IT Digest: ที่ผ่านมาคนขายของออนไลน์มีปัญหา เรือง ลิขสิทธิ์การจัดจำหน่าย สินค้าแบรนด์เนม แล้วที่ทำอยู่เป็นสินค้าที่มีแบรนด์ หรือมีลิขสิทธิ์หรือไม่

แนนนี่: เสื้อ ผ้าของร้านที่นำมาขายไม่มีแบรนด์ เพราะไปรับมาจากฮ่องกง เคยเห็นมีคนเอามาขายที่สยามสแควร์แต่น้อยมาก ก็เลยไปสั่งเข้ามาไม่ใช่ของเลียนแบบ หรือก๊อปปี้มา ทางโรงงานเขาตัดเอง ส่วนสินค้าโมเดลของเล่นร้านอื่นๆ ก็ขายอยู่จึงไม่น่าจะมีลิขสิทธิ์

เบลล์: เครื่อง สำอางไม่มีอยู่แล้ว เพราะเป็นของที่วางขายตามร้านขายยาในญี่ปุ่น แต่ไม่มีเคาท์เตอร์ขายในเมืองไทยแน่นอน และเป็นสินค้าที่มีความหลากหลาย เวลานี้ในเมืองไทยก็มีเอาสินค้าเหล่านี้ มาขายแบบแพร่หลายแล้วเช่นกัน

IT Digest: ที่ผ่านมาได้ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 รวมทั้งกฎหมายลิขสิทธิ์หรือไม่

แนนนี่: เรื่อง ของลิขสิทธิ์ทางเราก็ไม่ได้รู้อะไรมากนัก แต่ทางเลี่ยงที่ดีที่สุดตอนนี้ คือ ไม่เอาของแบรนด์เนมเข้ามาเพราะมีความเสี่ยงน้อยที่สุด

IT Digest: ส่วนตัวมองธุรกิจอี-คอมเมิร์ซอย่างไรบ้าง

แนนนี่: เป็น ธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเกิดได้ไม่นานไม่กี่ปี แต่มีการเติบโตรวดเร็ว จากที่เคยเปิดหนังสือดูสถิติการเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ มีการเติบโตก้าวกระโดด มีคนเข้ามาเปิดธุรกิจนี้ทุกปี โดยหลายคนที่เป็นคนรุ่นใหม่ก็ใช้ชีวิตหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อเล่นอินเทอร์เน็ต ดังนั้นส่วนหนึ่งอาจจะไม่สะดวกที่ต้อออกไปซื้อสินค้าข้างนอก ตรงนี้ก็จะมาช่วยตอบสนองได้ เนื่องจากธุรกิจนี้ไม่ต้องมีค่าเช่าร้าน หรือค่าใช้จ่ายมากมาย ก็เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจไปต่อได้

เบลล์: ส่วน ตัวมองว่าเรื่องนี้ยังใหม่มากสำหรับคนไทย เพราะคนไทยส่วนหนึ่งยังไม่รู้จักธุรกิจอีคอมเมิร์ซมากนัก รู้แค่ว่ามีของขายบนเว็บไซต์ แต่ถ้าถามว่ากล้าซื้อของออนลน์หรือไม่ คนที่สนใจซื้อสินค้าออนไลน์เวลานี้มีเพียง 30% อีก 70% จะลังเลไม่กล้าซื้อขอไปเห็นของจริงก่อน แล้วค่อยตัดสินใจซื้อ คงต้องให้เวลากับการเรียนรู้แก่ผู้บริโภค เรื่องนี้ยังใหม่มากสำหรับพวกเขา แต่ธุรกิจนี้เติบโตค่อนข้างเร็ว เพราะขณะนี้คนเรามีเวลาน้อยในการเลือกซื้อสินค้าเพื่อบริโภค อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในอนาคตคนไทยจะหันมาสนใจกับตรงนี้มากขึ้น

IT Digest: ทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซแล้ว มั่นใจกับบริการชำระเงินออนไลน์ด้วยหรือไม่

แนนนี่: คน ที่สั่งซื้อสินค้าบนเว็บไซต์เวลานี้ยังคงให้ชำระเงินผ่านธนาคารอยู่ เพราะการตัดผ่านบัตรเครดิตซับซ้อนเกินไป เราก็ได้แค่แปะหมายเลขบัญชีพร้อมขั้นตอนการสั่งซื้อจนถึงโอนเงิน แล้วอีเมล์มากบอก หากเราตรวจสอบว่าเงินได้เข้าบัญชีแล้ว ก็จะดำเนินการจัดส่งสินค้าไปให้ แต่ก็มีลูกค้าบางรายไม่มั่นใจเว็บไซต์เรา หรือเชื่อว่าเว็บไซต์นี้มีของขายจริง เรื่องนี้ไม่เข้าใครออกใคร

เวลา นี้ก็ได้ไปสมัครแจ้งเตือนการโอนเงินเข้าบัฯญชีผ่านมือถือ ก็ทำให้สะดวกมากขึ้น เพราะหลายๆ ครั้งมีลูกค้าใช้แค่ชื่อเล่น สั่งของจาก 2 ที่ โดยเป็นสินค้าที่เหมือนกันทั้ง 2 ครั้ง แบบนี้ก็แกล้งเราน่ากลัวมาก ก็เรื่องบัตรเครดิตไม่ค่อยมั่นใจเท่าใด แต่เรื่องโอนเงินผ่านธนาคารมั่นใจมากขึ้น ส่วนบัตรเครดิตไม่ว่าตอนนี้หรืออนาคตไม่เสี่ยงดีกว่า หลายๆ เว็บไซต์ก็ใช้วิธีโอนเงินเงินมากกว่า เพราะมิจฉาชีพมากมาย

เบลล์: ความ จริง คือ ลูกค้ากลัวเราเราเองก็กลัวลูกค้า เพราะเคยเจอกรณี สั่งซื้อสินค้าจำนวนหนึ่งแล้วเราให้โอนเงินเข้าบัญชี เราก็ไปตรวจสอบดูเงินก็ไม่เข้า โทรไปสอบถามให้เขาส่งหลักฐานมากให้แต่ก็เงียบหายไป ลูกค้าแบบนี้ก็น่ากลัวมาก ลูกค้าบางรายก็แอบเนียนส่งเลขสลิปการโอนเงินมา แต่ก็ไม่มีเงินโอนเข้ามา เจอกับตัวเองอีกรายที่สั่งของจำนวนมาก และมีรายการที่ซ้ำๆ กันจนเราก็กลัว เลยตรวจสอบโทรกลับไปก็เป็นเบอร์มือถือปลอม เป็นต้น สุดท้ายก็ติดต่อไม่ได้ ดังนั้นเรื่องนี้เราไม่ควรประมาท ทุกรายการสั่งซื้อควรมีเอกสารยืนยันการจ่ายเงิน ส่วนบัตรเครดิตรูดจ่ายเงินออนไลน์นี่ไม่เสี่ยงดีกว่า

IT Digest: มองการใช้อินเทอร์เน็ตของวัยรุ่นไทย ขณะนี้ เป็นอย่างไรบ้าง

แนนนี่: เวลา นี้อินเทอร์เน็ตมาความรู้มากมาย ถ้าเอาไปใช้ในทางที่ดี หาความรู้ ทำรายงานก็แล้วไป เพราะถ้าใช้ถูกที่ถูกคนก็เป็นเรื่องดี แต่บางคนนำเอาอินเทอร์เน็ตกลับมาเป็นช่องทางทำผิด เพื่อละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น หรือเข้าไปดูเนื้อหาไม่เหมาะสม เช่น ภาพลามก อนาจาร แต่คนใช้ในทางที่ผิดมีน้อย แต่ที่ดูว่ามีคนใช้ด้านนี้มาก เพราะชอบฟอร์เวิร์ดไปหาคนอื่นๆ เลยกระจายไปทั่ว

เบลล์: หาก เขาเอาไปใช้เพื่อความบันเทิง เล่นเกม หรือ อ่านข่าวก็ยังดี แต่บางคนเอาไปใช้ในทางไม่ดี ถือว่าเป็นเรื่องที่แย่มาก จริงๆ แล้ว คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษามาก ต่อมาก็ความบันเทิง จะมีส่วนน้อยที่เอาไปหาดาวน์โหลดภาพโป๊ คลิปลามก

IT Digest: ฝากถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์

แนนนี่: อยาก ฝากธุรกิจอีคอมเมิร์ซและเว็บไซต์ของพวกเราทั้ง 2 ไว้ด้วยอย่างที่เบลล์ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ ว่าอีคอมเมิร์ซยังไม่เติบโตมากนัก แต่เราเชื่อว่าอีกไม่กี่ปีธุรกิจนี้จะต้องเจริญเติบโตมากกว่านี้แน่นอน การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ไม่ใช่จะเชื่อถือไม่ได้ไปหมด แต่ผู้บริโภคก็ต้องศึกษาให้ดี รู้จักเว็บไซต์นั้นให้ลึกพอ อย่ากลัวกับการซื้อของ ลองเข้าไปดูบ่อยๆ แล้วก็จะรู้เองว่าการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ให้ความสะดวกสบายมากกว่าออกไปซื้อสินค้านอกบ้าน

เบลล์: ส่วน น้องๆ ที่สนใจธุรกิจแบบนี้ เราต้องรู้จักตัวเองก่อนว่าเราอยากขายอะไร ศึกษาดูว่าตลาดที่เราจะเข้าไปนั้นเปิดกว้างหรือไม่ เพราะอีคอมเมิร์ซเปิดต้อนรับทุกคน ขอเพียงแค่รู้ว่าเราต้องการที่จะทำอะไร แล้วตัวเราก็จะทำธุรกิจนี้ได้อย่างมีความสุข ต้องชอบต้องรักมิฉะนั้นเราจะอยู่กับธุรกิจนี้ได้ไม่นาน ไม่ใช่เราทำกัน 1-2 เดือนแล้วเลิก ธุรกิจนี้จะอยู่กับตัวเราไปนานมาก หากไม่สนุกแล้วตัวเราจะไม่จริงจัง สุดท้ายสิ่งเหล่านี้ก็จะออกไปจากชีวิตเราเอง

ที่มา : ไทยรัฐ

Share