Archive for October, 2008
ทราบหรือไม่ว่าสัปดาห์ หนึ่งๆ HR ในบริษัทชั้นนำได้รับจดหมายสมัครงานเป็นร้อยๆ ฉบับ ถ้าต้องนั่งอ่านทั้งหมดคงไม่ได้ทำงานอย่างอื่นกันพอดี พวกเขาทำได้เพียงกวาดสายตาอย่างรวดเร็วเพื่อค้นหา Resume ที่สะดุดตาเพียงไม่กี่ฉบับ แน่ละ…คุณเองก็อยากเป็นหนึ่งในนั้นใช่ไหมคะ การ จะฝ่าด่าน Resume กองโตได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นกัน มาดูกันว่า ในเวลาอันสั้นนั้น HR มีหลักในการพิจารณา Resume อย่างไร และคุณต้องเขียน Resume อย่างไรจึงจะเข้าตากรรมการ ฝ่าด่านอรหันต์ขั้นแรกนี้ไปได้อย่างสวยงาม
-
จุดมุ่งหมายชัดเจน
-
ประสบการณ์สอดคล้อง
-
หน้าที่ความรับผิดชอบในตำแหน่งงานที่ผ่านมา
-
ผลงานความสำเร็จในการทำงาน
-
เน้นหนักที่ข้อมูลปัจจุบัน
ใน Resume (หรือเริ่มตั้งแต่ในหัวข้ออีเมลของคุณ) ต้องระบุจุดมุ่งหมายให้ชัดเจน ว่าจะสมัครงานในตำแหน่งอะไร เมื่อ HR ต้องการหาผู้สมัครในตำแหน่งใดก็ตาม เขาก็จะมองหาจากจุดมุ่งหมายก่อน ถ้าคุณระบุไว้อย่างชัดเจนว่าต้องการสมัครงานในตำแหน่งนั้น คุณก็จะถูกคัดเลือกออกมาได้ง่าย อย่างที่บอกไปแล้วว่า HR ไม่มีเวลามากพอที่จะอ่าน Resume ทั้งฉบับเพื่อหาว่าคุณต้องการสมัครตำแหน่งอะไร เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนก็อาจจะพลาดโอกาสไปอย่างน่า เสียดาย
นอก จากนี้การระบุจุดมุ่งหมาย จะช่วยให้คุณมีกรอบในการเขียน Resume ให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายและความต้องการของนายจ้าง ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ การศึกษา และทักษะความสามารถต่างๆ ของคุณ
มีอยู่ 2 ประเด็นที่คุณต้องพูดถึงในส่วนของประสบการณ์การทำงาน ได้แก่
นาย จ้างต้องการทราบว่าคุณเคยทำอะไรมาบ้าง สอดคล้องกับความต้องการของเขาหรือไม่ ดังนั้นคุณจึงต้องระบุหน้าที่ความรับผิดชอบให้สอดคล้องกับความต้องการของนาย จ้าง เริ่มต้นด้วยการเล่าถึงความรับผิดชอบหลักที่สำคัญของงานในตำแหน่งนั้นอย่าง ย่อๆ ประมาณ 2-3 บรรทัดเพื่อเป็นไฮไลท์ ไม่จำเป็นต้องใส่รายละเอียดให้มากมายเยิ่นเย้อ เพราะ HR โดยทั่วไปจะทราบอยู่แล้วว่าขอบเขตของงานในแต่ละตำแหน่งเป็นอย่างไร จากนั้นคุณค่อยพูดถึงจำนวนผลงานที่คุณทำไว้ขณะที่ทำงานในตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งจะทำให้คุณดูโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งคนอื่นๆ ที่ทำงานในตำแหน่งเดียวกัน หรือคล้ายคลึงกับคุณ เช่นระบุว่า คุณสามารถเพิ่มรายได้ในส่วน x 5% ลดค่าใช้จ่ายในส่วน y 10% ปรับปรุง z ให้มีกำไรเพิ่มขึ้น 20% เป็นต้น
จะ เห็นได้ว่า การพูดถึงผลงานความสำเร็จมีเทคนิคอยู่ที่การบอกเป็นตัวเลข ซึ่งจะสามารถเร้าความสนใจได้มากกว่าการใช้ภาษาแบบเขียนบรรยายซึ่งไม่น่าสนใจ
HR จะสนใจดูประวัติการทำงานย้อนหลังไม่เกิน 5 ปีเท่านั้น หากคุณมีประสบการณ์ยาวนานกว่านั้น ให้ความสำคัญมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ ตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบ และผลงานความสำเร็จล่าสุดถอยหลังไป 5 ปี ที่เหลือระบุแค่ชื่อตำแหน่งกับหนึ่งผลงานสำคัญเท่านั้นพอ นอกจากนี้คุณไม่จำเป็นต้องย้อนไปถึงหน้าที่การทำงานสมัยเป็นนักศึกษาจบใหม่ ก็ได้
จด จำทั้ง 3 ข้อข้างต้นไว้ให้มั่น เพียงคุณรู้จักการให้น้ำหนักกับสิ่งที่สำคัญเพื่อดึงให้ส่วนนั้นโดดเด่นขึ้น มา เท่านี้คุณก็สามารถทำ Resume ของคุณให้เตะตากรรมการได้ในเวลาอันสั้น ผ่านเข้ารอบไปได้อย่างสบายๆ แล้วค่ะ
ที่มา : http://th.jobsdb.com/TH/TH/V6HTML/Jobseeker/article/Oct08_01.htm
การใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในทุกวันนี้อาจทำให้ชีวิตคุณสะดวกสบายมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี มีข้อควรคำนึงเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในที่ทำงาน ซึ่งคุณควรใช้แต่พอดี ใช้อย่างมีมารยาทและเกิดประโยชน์ อย่าให้การใช้เทคโนโลยีของคุณไปรบกวนคนอื่นเขาได้ ถึงคุณจะใช้ชีวิตแบบไฮเทคก็ไม่ควรหลงลืมมารยาทบางอย่างในที่ทำงานนะคะ มาเตือนความจำกันหน่อยดีกว่า
- ปิดเสียง เปิดสั่น
- ไม่คุยโทรศัพท์ในห้องน้ำ
- ถอดหูฟังทุกครั้งเวลาคุยกับใครๆ
- บอกให้เพื่อนร่วมงานรู้ถ้าคุณไม่เข้าออฟฟิศ
- อย่าเม้าท์เพื่อนร่วมงานในบล็อกของคุณ
- บอกให้ทราบก่อนอัพโหลดรูปคนอื่น
- อย่าไว้ใจเทคโนโลยีจนเกินไป
มารยาท การใช้โทรศัพท์มือถือในที่ทำงาน ในขณะทำงานคุณควรปิดเสียงเรียกเข้า และเปิดระบบสั่นแทน เพราะเพลงรักที่คุณเซ็ตไว้เป็นเสียงเรียกเข้าอาจรบกวนการทำงานของคนอื่นได้ ควรเปิดระบบสั่นและใส่ไว้ในกระเป๋า เพราะถึงแม้คุณจะเปิดสั่นแต่วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ เสียงที่เกิดจากโทรศัพท์สั่นครืดๆ บนโต๊ะของคุณก็สามารถรบกวนคนอื่นได้เหมือนกัน
คน ที่คุณคุยด้วยคงไม่อยากฟังเสียงกดชักโครก หรือเสียงสะท้อนภายในห้องน้ำแน่ๆ และคนที่อยู่ในห้องน้ำห้องข้างๆ ก็คงไม่อยากได้ยินบทสนทนาของคุณเท่าไหร่นัก แต่เนื่องจากห้องน้ำเป็นสถานที่ที่เงียบสงัด จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ให้ใครได้ยินบทสนทนาของคุณ ทางที่ดีที่สุดคือ ไม่คุยโทรศัพท์ในห้องน้ำ และอย่าพยายามหาทางส่ง sms หรืออีเมล ผ่านโทรศัพท์อันแสนไฮเทคแทนการคุยโทรศัพท์ เพราะแม้แต่เสียงกดปุ่มก็ยังได้ยินอยู่ดีนั่นแหละ
เมื่อ การทำงานทำให้คุณเกิดความเครียด คุณจึงหาเพลงฟังเพื่อเป็นการผ่อนคลาย และสร้างสมาธิในการทำงานเสียงเพลงจะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอกออก แต่ในขณะเดียวกันการฟังเพลงของคุณก็ไม่ควรรบกวนคนอื่นด้วย ข้อควรระวังในการฟังเพลงก็คือ อย่าเปิดเพลงเสียงดังจนคนอื่นได้ยิน เพราะอาจเป็นการรบกวนคนอื่น และเมื่อมีคนเดินมาที่โต๊ะของคุณเพื่อสอบถามเรื่องงาน คุณควรปิดเสียงเพลง และถอดหูฟังออกทุกครั้ง เพื่อเป็นการให้เกียรติและทำให้เขารู้สึกว่าคุณให้ความสนใจในสิ่งที่เขาพูด
ถ้า คุณต้องออกไปพบลูกค้า หรือได้รับอนุญาตให้ทำงานที่บ้านได้ คุณควรส่งอีเมล หรือโทรบอกให้เพื่อนร่วมงานคุณทราบ พวกเขาจะได้ไม่ตกใจที่อยู่ๆ คุณก็หายตัวไป บอกให้เขารู้ว่า ถ้ามีเรื่องเร่งด่วนเขาสามารถติดต่อคุณได้ทางไหนบ้าง หรือถ้าคุณพักร้อนอยู่เขาจะได้ไม่โทรไปรบกวนคุณ นี่เป็นมารยาทเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้ชีวิตของทุกคนง่ายขึ้น
ถ้า คุณมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือแม้แต่อยากจะเม้าท์ใครสักคนในที่ทำงาน อย่าเอามาเขียนไว้ในบล็อกส่วนตัวเลย แน่นอนที่สุดว่ามันจะต้องเล็ดลอดไปเข้าหูเจ้าตัวได้สักวัน ถึงแม้คุณจะอนุญาตให้คนเพียงไม่กี่คนที่สามารถเข้ามาดูบล็อกของคุณได้ก็ตาม
เดี๋ยว นี้ใครไม่รู้จัก social networking อย่าง hi5, facebook, Multiply, MySpace ถือว่าเชยสุดๆ หากคุณมีรูปเด็ดๆ ของคุณกับเพื่อนที่ทำงานหรือเจ้านาย ที่อยากจะอัพโหลดขึ้นไปบนเว็บ คุณควรบอกกล่าวหรือขออนุญาตเสียก่อน เพราะถ้าคุณลงเป็นภาพหลุดๆ ฮาๆ เกี่ยวกับพวกเขา คุณควรจะแน่ใจก่อนว่าเขาจะฮาไปกับคุณด้วย และยอมให้คุณเผยแพร่ภาพนั้นบนอินเทอร์เน็ต มิฉะนั้นอาจเกิดผิดใจกันภายหลังได้
การ ส่งอีเมล การฝากข้อความเสียง การส่งแฟกซ์ หรือการส่งข้อความ sms เป็นการสื่อสารทางเดียวที่ไม่อาจไว้วางใจได้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะได้รับหรือไม่ หากคุณไม่ได้รับการติดต่อกลับจงอย่าชะล่าใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี เพราะบ่อยครั้งที่เกิดปัญหาจากการไม่ได้รับข้อความที่เป็นการสื่อสารทาง เดียวแบบนี้ เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่คุณใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ อย่าลืมยกหูโทรศัพท์ โทรไปคอนเฟิร์มกับเขาอีกครั้งหนึ่งด้วย
เพียง คุณใส่ใจกับมารยาทเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีเหล่านี้ให้มากขึ้น จะทำให้ชีวิตการทำงานของคุณราบรื่นขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ลองทำดูสิคะ ที่มา : http://th.jobsdb.com/TH/TH/V6HTML/Jobseeker/life@work/Oct08_01.htm
คุณเคยรู้สึกว่าเพื่อนร่วมงานไม่ชอบคุณ หรือเปล่าคุณไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมใครๆ ทำท่าทีเหมือนรังเกียจ ไม่อยากพูดคุยกับคุณ ไม่ใช่เพราะคุณเป็นคนเลวร้ายอะไร แต่การกระทำบางอย่างของคุณอาจทำให้เพื่อนๆ เอือมระอาโดยที่คุณไม่รู้ตัว ลองมาดูกันว่าคุณเคยประพฤติตัวเช่นนี้หรือไม่ คุณอาจจะได้พบกับคำตอบที่คุณมองข้ามไป
- นำโทรศัพท์มือถือเข้าห้องประชุมและไม่ปิดเสียงพอ มีใครโทรเข้ามาก็จะส่งเสียงดังรบกวนและยังคุยโทรศัพท์อย่างไม่แยแสใครๆ แทนที่จะทำแบบนี้ คุณควรที่จะมีส่วนร่วมในการประชุมมากกว่าที่จะคอยกังวลในการรับโทรศัพท์ และแน่นอนทางที่ดีควรจะทิ้งโทรศัพท์ไว้โต๊ะทำงาน จะเป็นการดีที่สุด
- ไม่เตรียมความพร้อมก่อนเข้าประชุมนั้น คือไม่อ่านเอกสารก่อนประชุม ไม่เตรียมข้อมูลไว้สำหรับการตอบคำถาม หรือแม้แต่ไม่เตรียม Presentation ไว้ สิ่งเหล่านี้จะทำให้การประชุมสะดุดและไม่ราบรื่น คุณอาจจะมีเหตุผลมากมายที่จะขอโทษกับทุกคนแต่สิ่งที่ได้กล่าวไปนั้นเพื่อนๆ หรือผู้เข้าร่วมประชุมจะยอมรับได้กับเหตุผลเหล่านั้นหรือไม่ ดังนั้นเพื่อมิให้ตัวคุณเกิดความบกพร่อง คุณควรที่จะเตรียมข้อมูลทุกอย่างให้พร้อมก่อนเข้าร่วมประชุม
- ปกป้องตัวเองมากเกินไปเมื่อ ถึงฤดูกาลประเมินผล อย่าปกป้องตัวเองมากเกินไป วัตถุประสงค์ในการประเมินนั้นไม่ใช่เพื่อหาข้อผิดพลาดที่คุณทำไว้ในปีที่ ผ่านมา แต่เพื่อแนะนำว่าคุณควรปรับปรุงการทำงานอย่างไร เรื่องใด เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวคุณควรที่จะฟังมากกว่าพูด และควรแสดงออกว่าคุณปรารถนาจะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
- คาดหวังสูงและเร็วเกินไปพนักงาน ไม่น้อยเลยที่มีความเชื่ออย่างผิดๆ ว่าเมื่อผลประเมินออกมาดีเยี่ยม จะต้องได้เงินเดือนขึ้น หรือไม่ก็เลื่อนขั้น แต่จริงๆ แล้วคุณเองควรจะถามกลับไปว่ามีอะไรที่คุณยังต้องพัฒนาสำหรับการทำงานหรือไม่ มากกว่าที่จะตีโพยตีพายว่าเจ้านายไม่ยุติธรรมเวลาไม่ได้ตามที่คาดหวังไว้
- ยึดติดกับความคิดตัวเองบ่อย ครั้งที่การทำงานเป็นทีมจะมีคนหนึ่งที่รู้ดีไปเสียทุกอย่าง และไม่ยอมรับฟังข้อเสนอแนะของคนอื่น ทางที่จะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ดังกล่าว คุณควรรอให้คนในทีมเสนอความคิดมาก่อน แล้วคุณค่อยเสนอความคิดของคุณ อย่ายึดติดกับความคิดตัวเอง และอย่าลืมที่จะกล่าวชื่นชมความคิดของคนอื่นด้วย
- ขาดสติเวลา ไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน บางครั้งอาจจะเกิดอาการมึนเมาและขาดสติ แล้วไปวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน หรือเล่าความลับต่างๆ ออกมา หรือทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน จงจำไว้ว่าสิ่งที่คุณทำหรือพูดนอกเวลางาน ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ถูกนำไปเล่าต่อในที่ทำงานของคุณ
- อยู่กับตัวเองมากเกินไปบาง ครั้งเพื่อนร่วมงานชวนกันไปสังสรรค์หลังเลิกงาน แต่คุณปฏิเสธเพราะไม่ชอบเพื่อนร่วมงานบางคน ในเหตุการณ์เช่นนี้ อย่าอยู่กับตัวเองมากเกินไป บางทีคุณอาจต้องทำเป็นยิ้มแย้ม สนุกสนานเฮฮาไปกับเขา ดีกว่าที่จะแสดงท่าทีรังเกียจที่จะใช้เวลาร่วมกับเขา
- ไม่ใส่ใจความรู้สึกคนอื่นหากบริษัท จำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานและคุณเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ไม่ถูกให้ออกจากงาน คุณกระโดดดีใจในขณะที่คนที่ถูกให้ออกจากงานหลายคนกำลังเศร้าเสียใจ คุณอาจถูกมองได้ว่าคุณดีใจที่พวกเขาออกไป หรือไม่ก็เป็นคนที่สนใจแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น
สำรวจ ตัวเองแล้ว พบว่าตัวเองมีพฤติกรรมแบบนี้หรือเปล่าคะ ถ้าพบว่ามีข้อไหนตรงกับคุณ ให้รีบแก้ไขเสียแต่เนิ่นๆ นะคะ เพื่อการทำงานอย่างราบรื่นและเป็นสุขใจค่ะ
ที่มา : http://th.jobsdb.com/TH/TH/V6HTML/Jobseeker/life@work/Oct08_02.htm
เมื่อคุณมีความจำเป็นต้องการใช้ เงิน ซื้อข้าวของที่ราคาค่อนข้างสูง เช่น ที่อยู่อาศัย รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ หรือแม้แต่ เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ไม่มีเงินก้อนมากพอ เหลียวซ้ายแลขวาก็แล้ว ยังไม่รู้จะหาหยิบยืมจากใครที่ไหน คงต้องพึ่งระบบเงินกู้ดูสักครั้ง แต่ก่อนที่จะกู้เงินควรคิดไตร่ตรองให้ดีก่อน โดยต้องมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจต่อไปนี้
- ถาม ตัวเองอีกครั้งว่าจำเป็นต้องกู้เงินจริงๆ หรือ ถ้าไม่ได้ของสิ่งนั้นจะมีผลต่อชีวิตคุณมากแค่ไหน บางทีคุณอาจพบว่า สิ่งนั้นจำเป็น แต่ถ้าไม่ได้ตอนนี้ก็ไม่เป็นไร รอเวลาอีกสักหน่อยคุณอาจจะหาเงินได้โดยไม่ต้องกู้ยืม ซึ่งจะทำให้คุณไม่ต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในวงจรหนี้โดยไม่จำเป็น
- แต่หากคิดถี่ถ้วนแล้วยังไงก็ต้องกู้สถานเดียว ควรเลือกสถาบันการเงินที่ น่าเชื่อถือ เป็นเงินกู้ในระบบที่มีหน่วยงานของรัฐควบคุม ไม่ให้สถาบันเหล่านี้เอาเปรียบผู้บริโภคจนเกินไป ขอเตือนไว้อย่างหนึ่งว่า ไม่ควรเลือกกู้เงินนอกระบบ ถ้าไม่อยากถูกฟันดอกเบี้ย หรือค่าปรับแบบหาได้เท่าไหร่ก็ไม่พอใช้หนี้ หรือถูกทวงหนี้แบบหฤโหดตามที่เป็นข่าวเป็นคราวอยู่บ่อยๆ เพราะเดี๋ยวนี้การอนุมัติเงินกู้ของธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างเมื่อก่อนแล้ว เป็นหนี้ทั้งทีเป็นหนี้ในระบบสบายใจกว่า
- ที นี้ก็ถึงขั้นตอนการเลือกว่าจะกู้ที่ไหนดี ให้ดูเงื่อนไขการผ่อนชำระของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง โดยเปรียบเทียบในระยะเวลาการผ่อนชำระที่เท่ากัน ลองดูว่ามีเงื่อนไขพิเศษ อะไรบ้างที่น่าสนใจ เช่น ปลอดดอกเบี้ย หรือคิดดอกเบี้ยต่ำๆ ในปีแรก (ถ้าดอกเบี้ยมีแนวโน้มกำลังสูงขึ้น แล้วได้อัตราดอกเบี้ยคงที่จะดีกว่า ในทางกลับกันถ้าแนวโน้มดอกเบี้ยลดลง การได้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวจะดีกว่า)
ซึ่ง ปกติแล้วระบบการกู้และการคิดดอกเบี้ยของสิ่งต่างๆ จะไม่เหมือนกัน เงินกู้ซื้อรถ หรือข้าวของเครื่องใช้จะมีวิธีคิดแบบเดียวกัน คือ ดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่อนชำระ แต่ถ้ากู้เงินซื้อบ้านจะคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งครบอายุ หรือ เงินต้นหมด ซึ่งถ้าเรามีเงินก้อนก็สามารถโปะได้ เมื่อเงินต้นลด ดอกเบี้ยก็จะลดตามเงินต้นที่เหลือ ซึ่งจะลดภาระค่าบ้านโดยรวมลงไปด้วย
แต่หากต้อง การกู้แบบสินเชื่อส่วนบุคคล ที่อนุมัติทันใจ ได้เงินไว ต้องดูให้ดี พวกนี้มักคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน กู้นิดเดียวบางทีใช้หนี้กันเป็นปีก็มี
- นอก จากนี้เรื่องดอกเบี้ยแล้ว ต้องไม่ลืมดูเงื่อนไขอื่นๆ ด้วย เช่น ถ้าต้องผิดนัดชำระจะเสียค่าปรับ ค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง เผื่อว่าพลาดพลั้งส่งค่างวดไม่ทัน ดันมาเจอค่าปรับอีกบานตะไท ทำเอาจ่ายไม่หวาดไหว ของที่ซื้อมาจะถูกยึดไปเสียง่ายๆ
- ได้ ข้อมูลพร้อมแล้ว ก็กลับมาประเมินตนเองว่ามีเงินพอที่จะผ่อนชำระแต่ละงวดใช่หรือไม่ ถ้ามีไม่พอก็คงต้องต่อรองเพื่อเพิ่มระยะเวลาการผ่อนชำระให้ยาวขึ้นอีก ให้ตกลงกันจนได้เงื่อนไขที่เรายอมรับได้ และไม่ยากลำบากที่จะผ่อนชำระ เพื่อที่ว่าคุณจะได้ไม่ต้องมีความสุขเพราะได้ในสิ่งที่อยากได้ แต่ต้องเป็นทุกข์เพราะวันๆ เอาแต่หนีเจ้าหนี้อยู่ร่ำไป
แต่ ถ้าจะให้ดี หาหนทางที่ไม่ต้องเป็นหนี้จะดีกว่า ด้วยการวางแผนการเงินเสียตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้มีเงินใช้ในยามฉุกเฉิน ไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสินโดยไม่จำเป็น
ที่มา : http://th.jobsdb.com/TH/TH/V6HTML/Home/banking_editor38.htm
As default Ubuntu has no password set for the root user. To gain root access you have to type in your own user password. This is the password you set for the first user while installing Ubuntu. To manually set a password for the root user, type in the following in the shell: After that you are asked to type in the new root password twice. Finally, your root user has its own password.sudo passwd
บางท่านคงมีคำถามกับหัวข้อนี้ ว่าทำไมต้องสร้างไดรฟ์เสมือน และสร้างขึ้นมาทำไม ผมมีคำตอบให้
ดังนี้ครับ คือว่าการที่เราต้องสร้างไดรฟ์เสมือนนั้นเพื่อให้เราสามารถดูหนังหรือไฟล์ที่เราได้ทำการ
เขียนเอาไว้ในฮาร์ดดิสก์เป็นไฟล์อิมเมจ ซึ่งถ้าเราไม่สร้างไดรฟ์นี้ขึ้นมาเราก็ไม่สามารถดูหนังที่เราได้
เขียนไว้ในฮาร์ดดิสก์ แล้ววิธีการสร้างล่ะเป็นอย่างไร เรามาเริ่มกันเลยครับ
1. เมื่อท่านได้ทำการติดตั้งโปรแกรมที่ใช้ทำการคัดลอกดิสก์ลงในเครื่อง PC ของท่านแล้ว(ในที่นี้จะยกตัวอย่าง
เป็นโปรแกรม Nero Burning Rom) โปรแกรมจะสร้าง Vitual drive เอาไว้ แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้
ท่านต้องไปกำหนดให้ Enable เสียก่อน
2. เปิดการใช้งาน Vitaul drive โดยให้ท่านเข้าไปที่ Start menu > Program > Control Panel
3. ให้ท่านดับเบิ้ลคลิกที่ Nero Image Drive แล้วคลิกถูกที่หน้าข้อความ Enable drive ท่านสามารเลือก
ให้เป็นได้ทั้งไดรฟ์ โดยจะเป็นการเปรียบเทียบกับ ไดรฟ์ CD-Rom ของท่าน ถ้าท่ี่านเลือก Enable drive
ที่ Second drive ก็จะเป็นการกำหนดให้เป็นไดรฟ์ที่ 2 รองจาก CD-Rom ของท่าน
4. ถ้าท่านไม่ต้องการใช้งาน Virtual drive แล้วท่านสามารถทำการยกเลิกได้โดย คลิกยกเลิกเครื่องหมายถูก
ที่ ท่านได้ใส่ไว้เท่านี้ก็เป็นการยกเลิก Virtual drive แล้วล่ะครับ
สวัสดีครับ วันนี้(จริงๆเห็นนานแล้ว)เห็น มีเพื่อนๆบางคนมีปัญหา เวลาเปิดคอมแล้วมันขึ้นว่า
NTLDR is missing
Press Ctrl+Alt+Del to Restart
พอทำการ Restart มันก็ขึ้นแบบนั้น โครตเซ็งเลย งานในเครื่องก็เยอะ ที่สำคัญก็แยะ
เห็นแล้วให้นึกโครตเกลียดบิลเกตเลย บทความต่อไปนี้ ผมลอกเขามาให้ เืผือจะเป็นประโยชน์ แกผู้ที่ีมีปัญหาแบบนี้ ลองทำตามดูนะครับ

การแก้ไขปัญหาของการเกิด NTLDR is Missing สาเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากไฟล์บางไฟล์ที่ไดร์ฟ C: ใน Windows XP (เช่น ไฟล์ AUTOEXEC.BAT, boot.ini, NTDETECT.COM, ntldr) ไฟล์ใดไฟล์หนึ่งเกิดความเสียหายนั่นเอง
ซึ่งอาจจะเกิดจากการทำงานที่ผิดพลาดของตัววินโดวส์เอง หรืออาจจะเกิดจากการก่อกวนของไวรัสก็เป็นไปได้ และปัญหานี้เมื่อผู้ใช้งานทั่วๆไปเจอ ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการลงวินโดวส์ใหม่ แล้วจะแก้ไขได้อย่างไรล่ะ ถ้าไม่ต้องลงวินโดวส์ใหม่น่ะ..
Note. การที่เราจะมองเห็นไฟล์ทั้ง 4 ตัวนี้ได้จากเครื่องปกติหรือเครื่องของเราที่เกิดปัญหาจะต้องเข้าไปเปิดโชว์ไฟล์ระบบใน Folder Options เสียก่อน โดยให้เข้าไปที่ Start > Control Panel > Folder Options แล้วตั้งค่าตามรูป

วิธีแก้ไขที่ 1 ให้ถอดฮาร์ดดิสต์ในเครื่องของเราที่มีอาการ เอาไปต่อพ่วงกับอีกเครื่องที่ใช้งานได้ปกติ เพื่อก็อปปี้ไฟล์ 4 ไฟล์ได้แก่ AUTOEXEC.BAT, boot.ini, NTDETECT.COM, ntldr มาใส่ไว้ในฮาร์ดดิสต์ของเรา เพื่อแทนที่ไฟล์เดิมที่มีปัญหา (วิธีการนี้อาจจะยากลำบากสักหน่อยสำหรับท่านที่ไม่ค่อยมีความชำนาญในการถอดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กับเครื่องตัวเอง แล้วเอาไปต่อพ่วงกับเครื่องอื่น)
+ วิธีการก็ให้เปิด My Computer หรือ Windows Explorer จากเครื่องที่มีปัญหา แล้วก็อปปี้ไฟล์ทั้ง 4 (สมมติว่าไดร์ฟ C, D เป็นฮาร์ดดิสต์ของเครื่องปกติ และไดร์ฟ F, G, H เป็นฮาร์ดดิสต์จากเครื่องของเราที่มีปัญหา) จากไดร์ฟ C ไปวางทับไฟล์เดิมในฮาร์ดดิสต์ของเราที่มีวินโดวส์อยู่ที่ไดร์ฟ F (ก็ คือไดร์ฟ C เมื่อต่อในเครื่องของเรานั่นแหละ)
+ เมื่อก็อปปี้เสร็จแล้วก็ถอดฮาร์ดดิสต์ลูกนี้ไปต่อกลับเข้าที่เดิมในเครื่องของเรา แล้วเปิดเครื่องเข้าวินโดวส์ได้ตามปกติแล้วครับ
วิธีแก้ไขที่ 2 จะต้องพึ่งบทความ >จับ Windows XP (BartPE) มายัดใส่ไว้ใน Toshiba กันนะตัว< เข้าช่วยด้วย ถ้าหากท่านมี USB Drive ไว้ใช้งานอยู่แล้ว ให้ก็อปปี้ไฟล์ทั้ง 4 ไฟล์ คือ AUTOEXEC.BAT, boot.ini, NTDETECT.COM, ntldr มาใส่ไว้ใน USB Drive ซะเลย แล้วสร้างโฟลเดอร์เป็นชื่อตามที่ท่านต้องการหรือจะก็อปปี้ไฟล์ทั้ง 4 ไฟล์นี้ไปเก็บไว้ที่ไดร์ฟ D ในฮาร์ดดิสต์ของท่านก็ได้ เมื่อเกิดปัญหาก็แค่เรียกใช้งาน BartPE ขึ้นมา
Note1. สำหรับวิธีนี้ เมนบอร์ดที่ท่านใช้จะต้องรองรับกับการบูตด้วย USB Drive ด้วยนะครับ ไม่งั้นจะไม่สามารถเรียกใช้งาน BartPE ได้
Note2. หรือถ้าไม่แน่ใจว่าเมนบอร์ดของท่านสามารถบูตจาก USB Drive ได้หรือไม่นั้น เมื่อกดสวิตช์เปิดเครื่องหรือรีสตาร์ทเครื่องใหม่ให้บูตเข้า Boot Menu ซึ่งจะมีวิธีกด 2 แบบ แล้วแต่ยี่ห้อของเมนบอร์ด เช่น
เมนบอร์ด Asus, ECS ให้กด F8 แล้วเลือกไดร์ฟ USB Drive
เมนบอร์ด Asrock ให้กด F11 แล้วเลือกไดร์ฟ USB Drive
เมนบอร์ด Gigabyte ให้กด F12 แล้วเลือกไดร์ฟ USB Drive
+ เมื่อบูตด้วย BartPE แล้ว ให้เข้าไปที่ Go > Programs > A43 File Management Utility
+ ตัวโปรแกรม A43 File Management Utility จะถูกเปิดขึ้นมา ซึ่งในที่นี้ผมแบ็คอัพไฟล์ทั้ง 4 เก็บไว้ที่ไดร์ฟ D เมื่อเจอกับเหตุการณ์อย่างนี้ก็แค่ก็อปปี้ไฟล์ทั้ง 4 ไปวางทับไฟล์เดิมที่ไดร์ฟ C ได้เลย
+ เสร็จแล้วรีสตาร์ทเครื่องใหม่ เข้าวินโดวส์ได้ตามปกติเลยครับ
Note. ก่อนจบ ถ้าหากท่านไม่มี USB Drive สำหรับการทำ Windows XP (BartPE) ไว้เดี๋ยวถ้ามีเวลา ผมจะอัพโหลด Windows XP MiniPE และ MiniXPE LiveCD สำหรับใช้งานกับแผ่นซีดีให้ได้ลองเอาไปใช้แทน BartPE กันครับ สวัสดีคร้าบ
บทความนี้ ผมลอกมาจาก
http://www.varietypc.net/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=50












