“แล้วคิดว่าทำอย่างไรดีครับ” ผมถาม
“ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน และทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย”
“คุณวิชิต นั่นทำให้คุณทำงานได้ดี แต่ไม่ได้ทำให้ก้าวหน้าแบบรวดเร็ว”
“แล้วคุณคิดว่าอย่างไรละ”
“ในหนังสือ สู่ชัยชนะ โดยแจ๊ค เวลซ์ อดีตซีอีโอของจีอี เขียนไว้ในบทที่ 17 บอกไว้
สิ่งที่ควรทำคือ
1.สร้างผลงานน่าประทับใจเกินความคาดหวังมากๆ และขยายขอบข่ายงานของคุณไปให้มากที่สุดในทุกโอกาสที่ทำได้
2.บริหารความสัมพันธ์กับลูกน้องด้วยความระมัดระวังเช่นเดียวกับการบริหารความสัมพันธ์กับหัวหน้า
3.ขึ้นจอเรดาร์ด้วยการกระโดดเข้ารับโครงการสำคัญ หรือโครงการริเริ่มของบริษัทตั้งแต่ต้น
4.ค้นหาและใช้ประโยชน์จาก Mentor
5.มีทัศนคติทางบวก และเผยแพร่ทัศนคตินั้น ไม่เป็นคนขี้แพ้
สิ่งที่ไม่ควรทำคือ
1.ทำให้หัวหน้าต้องใช้ต้นทุนทางการเมืองเพื่อคุณ
2.อย่าถอดใจเมื่อไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง”
“ขอตัวอย่างหน่อยครับ”
“เรื่องของผลงานนั้นแจ๊คเล่าว่า ในปีแรกที่เขาเริ่มงานที่จีอีในฐานะพนักงานระดับปฏิบัติการ รองประธานฯ บริษัทเขาจะแวะมา นายเขาจึงให้เตรียมรายงานความคืบหน้าของโครงการที่เขาและนายทำอยู่ แจ๊คบอกว่าเขาตั้งใจจะสร้างความประทับใจให้นาย และนายของนายคือรองประธานฯ เขาเตรียมงานดึกเป็นอาทิตย์ ไม่เพียงวิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการเท่านั้น เขารายงานการวิเคราะห์ของอุตสาหกรรมทั้งหมดที่เขาทำอยู่ มีรายงานคาดการณ์แนวโน้ม 5 ปีข้างหน้า โดยเปรียบเทียบต้นทุนกับคู่แข่งหลักอย่างละเอียด ตลอดจนร่างแผนงานที่ชัดเจนเพื่อเอาชนะคู่แข่ง ทั้งนายและรองประธานฯ ทึ่งอย่างมากกับรายงานการนำเสนอของเขา
อีกกรณีหนึ่ง มีผู้บริหารชื่อจอห์น ที่จีอีส่งไปบริหารธุรกิจซิลิโคนที่ยุโรป จีอีคาดว่า จอห์นคงทำให้ธุรกิจโตเพียงปีละ 10% ก็พอเพียง แต่จอห์นกับไปทำมากกว่านั้น เขาวิเคราะห์โอกาสดูแล้วเห็นว่าหากจีอีสร้างโรงงานในยุโรปเพื่อผลิตวัตถุดิบ โดยจับมือกับคู่แข่งและคู่ค้าหลายเจ้าน่าจะดี ตอนแรกจีอีไม่อนุมัติเพราะต้องลงทุนกว่า 100 ล้านเหรียญ กว่าหนึ่งปีที่จอห์นพยายามขายไอเดียจนสำเร็จ ในที่สุดจอห์นก็ขยายธุรกิจจากมูลค่า 100 ล้านเหรียญเป็น 700 ล้านในเวลาต่อมา หลังจากนั้นเขาก็ได้เลื่อนเป็นซีอีโอของธุรกิจขนส่งของจีอี
ในกรณีบริหารลูกน้อง แจ๊คแนะนำว่ามีกับดักสองข้อคือ บางคนบริหารนายจนลืมลูกน้อง และบางคนสนิทสนมกับลูกน้องจนกลายเป็นคู่หูไป
กรณีของแจ๊คนั้น ก่อนจะได้รับเลือกเป็นซีอีโอนั้น เขามีคู่แข่งหลายคน และเขาเกือบไม่ได้รับเลือก แจ๊คมารู้ตอนหลังว่า ลูกน้องแจ๊คหลายคนไปพูดสนับสนุนกับประธานฯ ว่า แจ๊คเป็นคนดุก็จริง แต่ยุติธรรม เขาน่าจะผลักดันจีอีได้แรงและเร็วกว่าคนอื่นๆ แจ๊คคิดว่าลูกน้องทำไปไม่ใช่เพราะชอบเขา เพราะเขาเป็นคนห่ามใจร้อนบุ่มบ่าม แต่เขาคิดว่าลูกน้องนับถือ (Respect) แจ๊คเพราะแจ๊คนับถือพวกเขา และได้สร้างสัมพันธ์อันดีแบบมืออาชีพในฐานะนาย-ลูกน้องมาหลายปีก่อนหน้านั้น
กรณีขึ้นจอเรดาร์ แจ๊คแนะนำว่าเป็นวิธีที่ทำให้คนรู้จักเราง่ายที่สุดด้วยการอาสาเป็นผู้นำ โครงการพิเศษนอกเหนืองานปกติ ซึ่งเขายกตัวอย่างว่าผู้บริหารในจีอีที่เติบโตอย่างรวดเร็วจำนวนมากเป็นผู้ นำและมีบทบาทสำคัญในโครงการซิกซ์ซิกม่าของจีอี
นอกจากนี้ แจ๊คให้ความสำคัญกับ Mentor หรือพี่เลี้ยงอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งแจ๊คบอกว่าตลอดชีวิตเขามีคนจำนวนมากเป็น Mentor ทั้งที่มีอายุหรือตำแหน่งสูงและต่ำกว่าเขา ที่สำคัญแจ๊คบอกว่าหนังสือและข่าวสารทางธุรกิจ ก็เป็น Mentor สำคัญสำหรับเขาด้วย เขาได้ไอเดียดีมากมายจากการอ่าน
ตัวอย่างสุดท้ายแจ๊คเล่าว่ามีผู้บริหารของจีอีชื่อมาร์คที่เป็นรอง ประธานฯ ธุรกิจแห่งหนึ่ง เขาถูกดองและมองข้ามในงานหลายครั้ง แต่ว่าแทนที่จะท้อถอยและลาออก มาร์คใช้ความโมโหและน้อยใจมาเป็นแรงบันดาลใจ ฮึดสู้และกระตุ้นทีมให้ทุ่มเทมากกว่าเดิม สองปีต่อมาก็ได้รับการโปรโมตกลับมาที่เดิม”
ที่มา : http://www.rssthai.com/reader.php?t=lifestyle&r=12458
Blogsphere: TechnoratiFeedsterBloglines
Bookmark: Del.icio.usSpurlFurlSimpyBlinkDigg
RSS feed for comments on this post | TrackBack URI for this post








