Archive for February, 2008
“วิธี การที่จะนำธุรกิจขึ้นอินเทอร์เน็ต หรือจะเรียกอีกอย่างว่าการแปลงร่างเป็นธุรกิจดอทคอมให้ได้เรื่อง ได้ราวนั้น จึงต้องรู้จักผสมผสานเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตให้เข้ากันกับกระบวนการทาง ธุรกิจได้อย่างลงตัว” เขาพูดตามสคริปต์นี้เป็นร้อยเป็นพันครั้งได้แล้ว นับตั้งแต่ที่ถูกยกให้เป็นผู้เชี่ยวชาญธุรกิจดอทคอมตัวเขื่องในวงการ “การบูรณาการแก่นธุรกิจและวัฒนธรรมขององค์กรถือเป็นตัวแปรหลักสำคัญในสมการ ธุรกิจอินเทอร์เน็ต ท่านที่คิดจะนำธุรกิจที่มีอยู่ของท่านขึ้นไปโลดแล่น บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และไม่หกล้มหกคะเมนอย่างราย อื่นๆ จะต้องอาศัยวิถีทาง 9 ประการ
รู้เรา คำถามประเภทว่า”ท่านอยู่ในธุรกิจอะไร” แก่นของธุรกิจอยู่ตรงไหน หรือ “ท่านมีจุดอ่อนจุดแข็งอะไรบ้างเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในวงการ” คงไม่ใช่แบบฝึกหัดที่จะมานั่งคิดกันในตอนที่ท่านจะนำธุรกิจขึ้น อินเทอร์เน็ตแน่ๆ แต่มันควรจะทำมาตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจของท่านตั้งแต่ในวันแรกแล้ว การบ้านที่ต้องทำในวันนี้คือ หยิบแบบฝึกหัดนี้ขึ้นมาตรวจสอบว่า ถ้าธุรกิจเดิมของท่านต้องกลายเป็นธุรกิจที่มีดอทคอมพ่วงท้ายแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่า “ท่านอยู่ในธุรกิจอะไร” “แก่นของธุรกิจ อยู่ตรงไหน” หรือ “ท่านมีจุดอ่อนจุดแข็งอะไรบ้างเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในวงการ” จะเปลี่ยนไปหรือไม่ต่างหาก ผู้ที่จะคิดทำธุรกิจอินเทอร์เน็ต จะต้องไม่มองอินเทอร์เน็ตด้วยสายตาของนักเทคนิคในลักษณะที่ว่าอินเทอร์เน็ต นั้น เป็นเรื่องของการติดต่อสื่อสารทั้งข้อมูล ภาพ เสียง เป็นการติดต่อแบบสองทาง อะไรเทือกนั้น แต่ต้องมองในลักษณะที่ว่า อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งการติดต่อสื่อสาร ระหว่างบุคคล ระหว่างธุรกิจ และระหว่างธุรกิจต่อผู้บริโภค และเราจะใช้ประโยชน์จากรูปแบบของพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้ได้อย่างไรต่างหาก
แบบฝึกหัดในขณะนี้ คือต้องประเมินให้ได้ว่าวัตกรรมในการติดต่อสื่อสารของอินเทอร์เน็ตที่ว่านี้ มีผลกระทบอย่างไรต่อธุรกิจของเรา ธุรกิจที่เราอยู่หลังจากแปลงเป็นธุรกิจดอทคอมแล้วเปลี่ยนไปหรือไม่ แก่นธุรกิจยังคงเดิมอยู่หรือไม่ จุดแข็งหรือความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจแตกต่างไปจากเดิมหรือไม่ ถ้าหากคำตอบที่ได้เปลี่ยนไป ผู้บริหารจะต้องปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างทันท่วงที และจะต้องสื่อสารให้กับพนักงานในองค์กรอย่างทั่วถึงกันโดยตลอด ผลพวงจากการรู้ตัวเองในข้อนี้จะทำให้ผู้บริหารสามารถพัฒนากลยุทธ์ให้สอด คล้องกับธุรกิจหลังการเปลี่ยนแปลง จะทำให้สามารถพัฒนาทรัพยากรภายในองค์กรให้สอดรับกับกลยุทธ์ใหม่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และที่สำคัญจะทำให้ผู้บริหารสามารถกำหนดทิศทางที่จะเดินไปข้างหน้าได้อย่าง ชัดเจน “แล้วเป็นไปได้หรือไม่ว่า ในวันนี้เรายังไม่ต้องคิดจะทบทวนแบบฝึกหัดนี้ได้หรือไม่” ผู้บริหารรายหนึ่งถามจอห์น “เพียงเมื่อท่านหยุดก้าว ท่านก็เริ่มถอยหลังแล้ว” จอห์นนี่ วอล์คเกอร์ เอ๊ย จอห์นตอบอย่างห้วนๆ แต่โดน
รู้เขาเช่นเดียวกันกับการ “รู้เรา” คำถามประเภทว่า “ลูกค้าของท่านคือใคร” “ความต้องการของลูกค้าคืออะไร” หรือ “พฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของท่านเป็นอย่างไร” คงไม่ใช่แบบฝึกหัดที่จะมานั่งคิดกันในตอนที่ท่านจะนำธุรกิจขึ้น อินเทอร์เน็ตแน่ๆ แต่ต้องหยิบแบบฝึกหัดนี้ขึ้นมาตรวจสอบว่า ถ้าธุรกิจเดิมของท่านต้องกลายเป็นธุรกิจที่มีดอทคอมพ่วงท้ายแล้ว “ลูกค้าของท่านยังใช่กลุ่มเดิมอยู่หรือไม่” “ความต้องการใหม่ของลูกค้ากลุ่มนี้คืออะไร” หรือ “พฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของท่านเปลี่ยนไปอย่างไร” การนำเอาอินเทอร์เน็ตมาเป็นกุญแจดอกสำคัญของธุรกิจ คือการมองให้ออกอย่างทะลุปรุโปร่งว่าการสื่อสารระหว่างธุรกิจกับทั้งลูกค้า พนักงานในองค์กร คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ต้องเป็นรูปแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ก่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน (Collaboration) การปฏิสัมพันธ์ (Interaction) และธุรกรรม (Transaction) ในแบบที่แตกต่างออกไปได้อย่างไร ผนวกเข้าในกระบวนการธุรกิจเดิมได้อย่างไร และสามารถสร้างคุณค่าของกิจ การให้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างไร “การรู้เขาเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเรา จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการ รู้เราเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเรา”จอห์นรวบประเด็น
สร้างวัฒนเน็ตธรรมข้อจำกัดเดิมในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตลาดการขนส่งสินค้า ระยะทาง ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคสำหรับธุรกิจที่นำเอาอินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ขององค์กร ผู้บริหารต้องทำแบบฝึกหัดที่ว่า การทลายข้อจำกัดเดิมของธุรกิจดังกล่าวให้หมดไป โดยใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นรวมถึงการเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กร กระบวนการทางธุรกิจ และวัฒนธรรมขององค์กรอย่างไร ความสำเร็จของการสร้างวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับธุรกิจแบบอินเทอร์เน็ต หรือ “วัฒนเน็ตธรรม” จะต้องอาศัยคำมั่นหมาย (Commitment) การให้ความสำคัญ (Priority) และแรงขับเคลื่อน (Impetus) จากผู้บริหารระดับสูง สุดขององค์กร และเริ่มต้นจากหน่วยธุรกิจที่มีแนวโน้มในการตอบรับการเปลี่ยนแปลงจากสูงสุด ไล่เรื่อยไปจนครบในทุกหน่วยธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมเป็นงานหินในทุกๆ องค์กรอยู่โดยปกติวิสัย เนื่องจากพนักงานกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะมีผลต่อตำแหน่งงานที่ทำอยู่ ในเชิงลบ ผู้บริหารจำเป็นต้องสร้างตัวอย่างความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้ เห็นอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การยกย่องชมเชย การให้รางวัล การยกระดับหน่วยงานที่ทำสำเร็จ เป็นต้น “ผลพวงของการได้มาซึ่ง “วัฒนเน็ตธรรม” จะทำให้ลูกค้าของธุรกิจได้รับ ซึ่งบริการในทุกระดับประทับใจ” จอห์นสรุป
ใช้โครงสร้างธุรกิจแบบยืดหยุ่นองค์ประกอบที่มากับอินเทอร์เน็ตคือ “เทคโนโลยี” ผลพวงที่เกิดจากอินเทอร์เน็ตคือ “การเปลี่ยนแปลง” สองสิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจจำต้องปรับโครงสร้างของธุรกิจให้มีความ ยืดหยุ่นมากกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว โครงสร้างธุรกิจแบบยืดหยุ่นจะสามารถรับเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ ระบบงานใหม่ๆ และวิธีการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เข้ามาใช้ในกระบวนการทางธุรกิจได้อย่างสะดวก การวางโครงสร้างพื้นฐาน หรือสถาปัตยกรรมธุรกิจแบบเปิดที่สอดคล้องกับมาตรฐานของตลาด (Standards-based Architecture) ประการแรกจะช่วยเพิ่มศักยภาพของธุรกิจในการปรับตัวให้รับกับแนวโน้มของตลาด ได้อย่างทันท่วงที ประการที่สองจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงทุนในระบบงานหรือส่วนงานแบบปิด (Proprietary-based Architecture) ที่ไม่จำเป็นออกไป และประการที่สาม จะช่วยผนวกระบบระหว่างลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นธุรกิจที่มีประสบการณ์ในการจัดส่งสินค้าหรือมีช่องทางในการ จำหน่ายสินค้าในลักษณะที่เป็นจำนวนคราวละมากๆ (Mass) จะต้องเรียนรู้ในการบริหารช่องทางในแบบเฉพาะราย (Individual) “เทคโนโลยีก่อให้เกิดโครงสร้างธุรกิจแบบยืดหยุ่นที่สามารถให้บริการลูกค้า ได้ในระดับหนึ่งต่อหนึ่งโดยแท้” จอห์นจับประเด็น
สร้างมาตรวัดผลหน่วยเน็ตการประเมินว่าธุรกิจหลังจากนำขึ้นสู่อินเทอร์เน็ต จะประสบผลตามเป้าหมายหรือไม่นั้น จำเป็นต้องมีมาตรวัดผลความก้าวหน้าระหว่างสิ่งที่คาดหวังกับสิ่งที่เกิด ขึ้นจริง โครงงานที่นำไปสู่การสร้างธุรกิจอินเทอร์เน็ตจะต้องให้หน่วยวัดในเชิงรูป ธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการคาดการณ์ผลลัพธ์ที่ต้องการได้ล่วงหน้า ตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงงานในลักษณะ “ถ้าได้ตามนี้ เราถึงทำ” ไม่ใช่การดำเนินโครงงานด้วยทัศนคติที่ว่า “ถ้าเราทำ ก็คงได้ตามนั้น” มาตรวัดจะต้องถูกสร้างขึ้นเป็นอันดับแรกหลังจากการตรวจสอบกระบวนการทาง ธุรกิจเดิมเสร็จสิ้นก่อนที่การเลือกทรัพยากรหรือเครื่องไม้ เครื่องมือที่จะใช้ในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจให้เป็นดอทคอม และก่อนที่การเปลี่ยนแปลงจะเริ่มต้นขึ้น มาตรวัดจะถูกใช้ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องทุกระยะ แม้แต่การตรวจสอบตัวมาตรวัดเองว่ามีความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในขณะนั้นๆ ดีอยู่หรือไม่ เพราะปัจจัยตัวแปรต่างๆ ในธุรกิจอาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างรวดเร็วเช่นกัน ตัวอย่างคร่าวๆ ของมาตรวัดธุรกิจที่อาจมีความแตกต่างกัน ได้แก่ การที่องค์กรหนึ่งอาจตั้งมาตรวัดในเชิงของการสร้างขนาดผลกำไรของกิจการ (Profit Model) องค์กรอีกแห่งหนึ่งอาจสร้างมาตรที่เป็นการวัดอัตราผลตอบแทนการลงทุน (Return-on-Investment Model) หรืออีกองค์กรหนึ่งอาจต้องการมาตรวัดในเชิงของความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก (Customer Satisfaction Base Model) ในขณะที่อีกองค์กรหนึ่งต้องการสร้างฐานลูกค้าให้เป็นสินทรัพย์ของธุรกิจ (Asset Customer Base Model) เป็นต้น “การเลือกใช้กลยุทธ์และเทคโนโลยีในธุรกิจอินเทอร์เน็ตให้ดีที่สุด จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีมาตรวัดผลหน่วยเน็ตแล้วเท่านั้น” จอห์นย้ำถึงลำดับของกระบวนการ
ขยับอย่างคล่องแคล่ว “พร้อม เล็ง ยิง” ยังใช้ได้ในกระบวนการสร้างธุรกิจอินเทอร์เน็ต แต่ระยะเวลาของอาการ “พร้อม” และ “เล็ง” นั้นจะต้องเร็ว และคล่องตัว ธุรกิจไม่สามารถใช้เวลาเตรียมความพร้อมโดยใช้หน่วยปี ธุรกิจไม่สามารถใช้เวลาเล็งเป้าเป็นโดยใช้หน่วยเดือน อาการ “พร้อมเสมอ พร้อมทุกเมื่อ” หรืออาการ “เล็งผิด เล็งใหม่” จึงเกิดขึ้นอยู่เสมอและเป็นเรื่องปกติสำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตจะดูแปลกก็ เฉพาะแต่ผู้เล่นที่ยังไม่คุ้นเคยเท่านั้น จุดแวะตรวจสอบสมรรถนะสำหรับพาหนะดอทคอมนั้นจะอยู่ที่ทุกๆ 90 วัน เป็นอย่างช้า ในขณะที่บางองค์กรใช้เวลาที่ทุก 30 วันด้วยซ้ำไป เทคนิคในการขยับตัวอย่างคล่องแคล่วและได้เรื่องได้ราวนั้น คือการเลือกเริ่มต้นกับไอเดียใหญ่แต่ขนาดโครงการมีขนาดเล็กและมีอัตราการ เติบโตสูง หรือเรียกแบบภาษาชาวบ้านว่า “คิดแบบใหญ่ยักษ์ แต่ทำแบบเล็กพริกขี้หนู” วิธีนี้จะทำให้ธุรกิจเริ่มต้นหรือเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัว อีกทั้งมีความเสี่ยงต่ำ สิ่งนี้มักจะไม่เกิดขึ้นในองค์กรที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งจะเต็มไปด้วยความเชื่องช้าและยืดยาด และเป็นปัจจัยที่ไม่เอื้อต่อการนำธุรกิจขึ้นสู่อินเทอร์เน็ต เราจึงมักได้เห็นการสร้างธุรกิจอินเทอร์เน็ตขององค์กรใหญ่ๆ ด้วยการแยกหน่วยธุรกิจเน็ตออกมาต่างหากจากบริษัทแม่ เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ประกอบของความรวดเร็วและความคล่องตัวด้วยประการฉะนี้ “คิดใหญ่ ทำเล็ก เพื่อพี่น้องดอทคอมทุกคน” จอห์นชูสองนิ้ว พร้อมแหงนดูฟ้า
ผสานหน่วยธุรกิจและเทคโนโลยี “บริษัท.คอม คือ ธุรกิจ + เทคโนโลยี” การสร้างสัมพันธภาพระหว่างธุรกิจ และเทคโนโลยีให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างกลมกลืน คือปัจจัยหลักของความสำเร็จในธุรกิจอินเทอร์เน็ต ผู้บริหารจะต้องสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างนัก เทคโนโลยีและนักการตลาด นักกฎหมาย นักการเงินอย่างมีประสิทธิผล โดยปกตินักเทคโนโลยีจะรับหน้าที่พัฒนาบริหารโครงสร้างและระบบงานที่อยู่ใน กระบวนการทางธุรกิจในฐานะผู้สนับสนุนข้อต่อทางธุรกิจ ในขณะที่ผู้บริหารธุรกิจจะให้ความสำคัญ และจัดสรรงบประมาณในส่วนเทคโนโลยีให้อย่างเหมาะสมและสอดคล้อง ในทางปฏิบัติแต่ละโครงการควรจะต้องสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จและเห็นผล ได้ภายใน 3-6 เดือน โดยมีการให้ผลตอบแทนที่มากกว่าต้นทุนของโครงการภายในระยะ เวลาไม่เกิน 1 ปี “ทำเทคโนโลยีให้เป็นธุรกิจ ฤาจะดีกว่าทำธุรกิจให้เป็นเทคโนโลยี” จอห์น ทิ้งคำถามให้ขบ
สร้างพันธมิตรธุรกิจอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดเครือข่ายสื่อสาร ธุรกิจอินเทอร์เน็ตก็ต้องอยู่โดยอาศัยเครือข่ายธุรกิจเช่นเดียวกัน ทัศนคติในเรื่องของการสร้างอาณาจักรธุรกิจที่ตัวเองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้ เดียวไม่สามารถใช้บนอินเทอร์เน็ตได้ แม้แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ในปัจจุบันหลายรายยังต้องเป็นพันธมิตรกับบริษัท ดอทคอมเกิดใหม่เช่นกัน ธุรกิจจึงต้องแยกแยะให้ออกว่าอะไรที่ควรทำภายในองค์กร อะไรที่ควรใช้เครือข่ายพันธมิตรสิ่งนี้ถือเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งสามารถกำหนดบทบาทและทิศทางของธุรกิจอินเทอร์เน็ตที่จะดำเนินไปอย่างมี นัยสำคัญ หากธุรกิจมัวแต่ลงทุนและกระทำทุกอย่างเองภายในองค์กร ก็อาจจะไม่สามารถทันต่อการแข่งขันหรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป แต่หากธุรกิจไม่ฉลาดพอที่จะคงไว้ซึ่งจุดแข็งหรือแก่นทางธุรกิจของตนเองไว้ ภายในองค์กรแต่ใช้เครือข่ายภายนอก ธุรกิจก็อาจต้องประสบกับความล้มเหลวได้ในพริบตา เนื่องจากขาดภูมิคุ้มกันหรือเกราะกำบังทางธุรกิจจากคู่แข่งขันรายอื่นหรือ แม้แต่จากพันธมิตรทางธุรกิจด้วยกันเอง ประโยชน์ที่ได้จากการอยู่ในเครือข่ายพันธมิตรอีกประการหนึ่ง คือการค้นพบทางโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ในเครือข่ายหรือการที่พันธมิตรเป็นผู้จุดประกายให้ เพราะความที่เครือข่ายพันธมิตริได้จำกัดโดยภูมิประเทศ ความหลากหลายของวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่จะสร้างให้เกิดรูปแบบใหม่ๆ ทางธุรกิจรวมถึงตลาดใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึง “คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย คนดอทคอมต้องอยู่แบบเครือข่าย ” จอห์นสรุปประเด็นในเรื่องพันธมิตรธุรกิจ
ยอมรับความผิดพลาด สาเหตุสำคัญประการหนึ่งสำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตที่ไม่ประสบความสำเร็จคือ ผู้บริหารไม่ได้ตระหนักว่ากระบวนการทางธุรกิจของตนเองนั้นใช้การไม่ได้ และไม่เข้าใจในผลลัพธ์จากการใช้กลยุทธ์ที่ผิดพลาด และแม้ว่าในบางกรณีผู้บริหารจะตระหนักถึงข้อบกพร่องดังกล่าว แต่ก็ดันทุรังที่จะดำเนินการต่อเพียงเพราะความเชื่ออย่างมุ่งมั่นว่าวิธี คิดในกระบวนการทางธุรกิจแบบเดิมนั้นถูกต้อง ธุรกิจอินเทอร์เน็ตจะต้องสร้างวัฒนธรรมในการยอมรับความผิดพลาดว่าเป็นส่วน หนึ่งของการเติบโตในธุรกิจ และต้องพร้อมใจที่จะเปลี่ยนแปลงโดยทันที เมื่อรู้ว่าโมเดลธุรกิจนั้นใช้การไม่ได้อีกต่อไป บทเรียนทางธุรกิจที่พบอยู่สม่ำเสมอคือ เจ้าของธุรกิจมักจะปักใจเต็มร้อยว่าไอเดียธุรกิจอินเทอร์เน็ตของตนเองนั้น ทำเงินได้แน่ๆ ในขณะที่ลูกค้าทางธุรกิจหรือตลาดกลุ่มเป้าหมายกลับไม่ตอบสนองต่อไอเดีย ธุรกิจนั้นแต่อย่างใด
แหล่งที่มา: bangkokbiznews
กระแส”ดอตคอม”กลับมาเฟื่องอีกครั้ง โมโนฯเปิด2เว็บไซต์ใหม่ปั้นอีคอมเมิร์ซ
ธุรกิจดอตคอมไม่สิ้นมนต์ขลัง เผยการขยายตัวของบรอดแบนด์ช่วยเพิ่มจำนวนคนเล่นอินเทอร์เน็ต “โมโน เทคโนโลยี” เตรียมเปิด 2 เว็บไซต์ใหม่หวังโกยรายได้ค่าโฆษณา และแจ้งเกิดธุรกิจอีคอมเมิร์ซ พร้อมทั้งตั้ง “รีเทลช็อป” เป็นจุดกระจายสินค้า
นายฤทธิชัย พิทักษ์ราชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดเว็บไซต์เพิ่มอีก 2 เว็บได้แก่ “เย็นตาโฟดอทคอม” และ “นัดกันดอทคอม” จากเดิมที่เปิดอยู่แล้ว 3 เว็บไซต์คือ www.monozone.com เป็นเว็บชุมนุมเกมออนไลน์ www.duzija.com เว็บไซต์บันเทิงและแกลเลอรี่รูปภาพ และ www.108score.com เว็บข่าวฟุตบอลต่างประเทศ โดย “เย็นตาโฟดอทคอม” จะเป็นเว็บวาไรตี้ สไตล์เดียวกับสนุกดอทคอมของค่าย “เอ็มเว็บ” มีฟรีเมล์ เกม บริการฟังดนตรี โฟโต้แกลเลอรี่ และการขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต (อีคอมเมิร์ซ) จะเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม
ส่วนเว็บไซต์ “นัดกันดอทคอม” มีลักษณะเป็นเว็บคอมมูนิตี้ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถแชต (chat) กันได้หลายรูปแบบ เช่นคุยกันในกลุ่ม กับคนทั้งเว็บไซต์ หรือคุยกับเพื่อนสนิทสองต่อสอง เป็นต้น เป็นการนำจุดเด่นของเกมออนไลน์และไอซีคิวเข้ามาผสมกัน จะเปิดตัวเดือนกรกฎาคมนี้
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่ารายได้ของทั้งสองเว็บไซต์บริษัทคาดหวังว่าจะมาจากการขาย พื้นที่โฆษณาทางอินเทอร์เน็ตและการทำอีคอมเมิร์ซ โดยนายฤทธิชัยให้เหตุผลว่านโยบายการผลักดันอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) จะช่วยให้การใช้งานอีคอมเมิร์ซเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับค่าเชื่อมต่อโครงข่ายไปต่างประเทศมีต้นทุนสูงมาก ทำให้เกิดความต้องการคอนเทนต์ในประเทศ ซึ่งโมโนเทคโนโลยีเห็นโอกาสในจุดนี้จึงเปิดให้บริการ อีคอมเมิร์ซขึ้น
“แนวโน้มธุรกิจอินเทอร์เน็ตกำลังดีขึ้น ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา มีโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต และบริษัทเอเยนซี่โฆษณาทางอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้น เนื่องจากคนอายุต่ำกว่า 25 ปีมีการใช้อินเทอร์เน็ตมากทำให้บริษัทต่างๆ ต้องเข้ามาสร้างแบรนด์ อะแวร์เนส ผ่านมือถือและอินเทอร์เน็ตมาก ส่งผลมาถึงเม็ดเงินโฆษณาทางอินเทอร์เน็ตโดยตรง”
สำหรับรายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตในปีที่ผ่านมารวมประมาณ 4 ล้านบาท สำหรับปีนี้คาดว่ารายได้จากส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 50 ล้านบาท
นอกจากนี้บริษัทได้ขยายธุรกิจใหม่ คือ บริการสื่อสารบันเทิง 1900-108-xxx ภายใต้ชื่อ “เอ็นจอย 108″ ให้บริการคอนเทนต์เกี่ยวกับข้อความ รูปภาพ และริงโทน ซึ่งตั้งเป้ารายได้ประมาณ 30 ล้านบาทอีกธุรกิจ คือ การเปิดร้านสะดวกซื้อในสไตล์เซเว่นอีเลฟเว่น เพื่อขายสินค้าที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต โดยจะขายผ่านหน้าร้าน และเป็นจุดกระจายสินค้าที่สั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต รวมทั้งเป็นจุดดาวน์โหลด โลโก้ริงโทนของเว็บไซต์ และบริการออดิโอเท็กซ์ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้อีก 2 เดือนข้างหน้า
แหล่งที่มา: ประชาชาติธุรกิจ
เซ็ทเทรด เปิดบริการข้อมูลสำหรับนักเล่นหุ้นรายย่อย ผ่านทางเว็บไซต์ www.setsmart.com เน้นข้อมูลวิเคราะห์ความเสี่ยงเท่าเทียมกับนักลงทุนมืออาชีพ โดยไม่ต้องซื้อระบบข้อมูลขนาดใหญ่ แต่ทำราคาแพ็กเกจราคาถูกขายปลีกผ่านช่องทางร้านหนังสือ
ชนิสา ชุติภัทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเซ็ทเทรด ดอทคอม จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวบริการข้อมูล สำหรับนักลงทุนรายย่อยภายใต้ชื่อบริการ SETSMART (SET Market Analysis and Reporting Tool) เพื่อให้นักลงทุนกลุ่มนี้มีแหล่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ภายใต้แนวคิด”SETSMART for Smart Investors” ว่าอยู่ในรูปแบบที่ใช้งานสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใด ๆ โดยสามารถใช้ชื่อล็อกอิน และพาสเวิร์ดจากบัตร SETSMART เพื่อเข้าดูข้อมูลหุ้นในเว็บไซต์ www.setsmart.com ได้เท่าเทียมกับ ผู้ลงทุนมืออาชีพ โดยไม่ต้องซื้อระบบข้อมูลขนาดใหญ่
โปรแกรม SETSMART เวอร์ชั่นใหม่นี้ ผู้ลงทุน เพียงเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และใช้ชื่อล็อกอิน และพาสเวิร์ดจากบัตร SETSMART ก็สามารถเข้าดูข้อมูลหุ้นในเว็บไซต์ www.setsmart.com ได้เทียบเท่าผู้ลงทุนมืออาชีพ โดยการพัฒนาโปรแกรมดังกล่าว เป็นเครื่องมือให้ผู้ลงทุนรายบุคคล วิเคราะห์การลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น
ซึ่งข้อมูลที่ผู้ใช้สามารถที่จะสืบค้นได้จะมีลักษณะของข้อมูลที่ไม่ เรียลไทม์ หรือไม่ใช่ข้อมูลที่มีการอัพเดท แบบวันต่อวัน แต่จะเป็นข้อมูลที่มีการเก็บไว้อย่างน้อย 1 วัน ภายหลังจากการส่งข้อมูลจากตลาดหุ้น นั่นคือ โปรแกรมดังกล่าวเน้นในส่วนของการเก็บข้อมูลย้อนหลัง, ข้อมูลพื้นฐาน ซึ่งเหมาะสมกับนักลงทุน ที่ต้องการข้อมูลในด้านต่างๆ เพิ่มเติมของหุ้นแต่ละตัว เพื่อประกอบการตัดสินใจ
ในส่วนของการพัฒนาให้ขึ้นมาอยู่บนโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อย่างเช่น PDA คาดว่าคงต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพัก เพื่อที่จะรอให้การพัฒนาของระบบและตัวเครื่องลูกข่ายมีการพัฒนา ที่จะสามารถรองรับข้อมูล และมีความง่าย ในการใช้งานสำหรับข้อมูลจำนวนมากเสียก่อน และประมาณไตรมาสที่สาม จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งาน ให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานมากขึ้น โดยระยะนี้จะอยู่ในระยะที่รอการตอบสนองจากผู้ใช้งานเสียก่อน
สำหรับแพ็กเกจ ราคา 590 บาท นอกจากจะมี ข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี แล้ว ยังมีข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมที่แพ็กเกจ ราคา 390 บาทไม่มีด้วย เช่น ข้อมูลเปรียบเทียบ รายหลักทรัพย์ ซึ่งจะมีข้อมูลสรุปข้อสนเทศของบริษัทจดทะเบียน ได้แก่ ข้อมูลเบื้องต้น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 5 อันดับแรก ผู้บริหาร ประวัติการขึ้นเครื่องหมายของราคาหุ้น เป็นต้น
โดยจำหน่ายเป็นแพ็กเกจราคา 390 บาท สำหรับข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี เหมาะสำหรับนักลงทุน หรือคนที่ต้องการ ข่าวสารเพิ่มเติมในบางส่วน ส่วน ราคา 590 บาท สำหรับข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี เหมาะสำหรับการนำข้อมูลในแง่ต่างๆ ไปทำการวิเคราะห์ จะมีรูปแบบของการใช้งานแบบสรุปและใช้งานได้มากกว่า
โดยบัตรทั้ง 2 แบบมีอายุการใช้งานของบัตร 3 เดือน หลังจากการล็อกอินเข้าใช้งานครั้งแรก ในเว็บไซต์ ผ่านทางร้านหนังสือของตลาดหลักทรัพย์ ร้านหนังสือดอกหญ้า และศูนย์หนังสือจุฬา หรือสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต
แหล่งที่มา: เทเลคอม เจอร์นัล
การ ซื้อขายสินค้าและบริการภายในประเทศผ่านอินเตอร์เน็ต ผู้ขายสินค้าและผู้ให้บริการจะต้องเสียภาษีเงิน ได้และภาษีมูลค่าเพิ่มตามปกติ กล่าวคือ ผู้ซื้อมีภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และผู้ขายมีหน้าที่นำส่งภาษีขาย ในขณะเดียวกันที่สามารถขอคืนภาษีซื้อ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด การนำเข้า ส่งออกสินค้าและบริการผ่านการขายทางอินเตอร์เน็ต ถือว่าอินเตอร์เน็ตเป็นเพียงสื่อในการ โฆษณาและติดต่อที่ทำให้การซื้อขายสะดวกขึ้นเท่านั้น การนำเข้า ส่งออกต้องผ่านพิธีการศุลกากร และเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ในกรณีการนำเข้าสำหรับกรณีการส่งออกก็จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0%
จุดความรับผิดชอบในการเสียภาษี
การขาย เกิดความรับผิดในภาระภาษีเพื่อ ส่งมอบสินค้า โอนกรรมสิทธิ์สินค้า ได้รับชำระราคาสินค้า
- ได้ออกใบกำกับภาษี แล้วแต่อย่างใดจะเกิดก่อน
การขายสินค้า โดยการส่งออก ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก, วางหลักประกันขาออกหรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก
บริการ
รับชำระค่าบริการ ได้ออกใบกำกับภาษี ได้ใช้บริการ โดยความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้นๆ
ใบกำกับภาษี
ผู้ประกอบการสามารถออกใบกำกับภาษีทางอินเตอร์เน็ตได้เฉพาะใบกำกับภาษีอย่าง ย่อเท่านั้น หาก ผู้ซื้อร้องขอใบกำกับภาษีเต็มรูปผู้ขายจะต้องส่งให้ถึงมือลูกค้า โดยใบกำกับภาษีเต็มรูปจะต้องมีข้อความดังต่อ ไปนี้
คำว่าใบกำกับภาษี
ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียน
ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีและหมายเลขลำดับของเล่ม
ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าและบริการ
จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณ จากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการโดยแยกออกจากมูลค่าของ สินค้าและหรือของบริการให้ชัดแจ้ง
วัน เดือน ปีที่ออกใบกำกับภาษี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมสรรพากร โทรศัพท์ 6173639, 6173636
แหล่งที่มา: กรมสรรพากร
| โครงการมหาวิทยาลัย ไซเบอร์ไทยเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนทางไกลผ่านระบบเครือข่าย อิเล็คทรอนิกส์ (TCU-LMS) ตั้งแต่บัดนี้จนถึงเดือนกันยายน 2551 ฟรีทุกหลักสูตร |
|
โครงการอบรมออนไลน์เพื่อรับประกาศนียบัตร » เปิดลงทะเบียนแล้ว : เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย 1. หลักสูตร ”การสร้างเว็บเทคโนโลยีโดยใช้โปรแกรม Word” สอนการสร้างเว็บเพจพื้นฐาน โดยผู้เรียนนำความรู้การใช้งาน Word เบื้องต้น มาทำการสร้างเว็บโดยไม่ต้องเขียน code ใดๆ 2. หลักสูตร “การผลิตหนังสืออิเล็คทรอนิคสจากเว็บ” New เหมาะ สำหรับ ผู้ที่สร้างเว็บพื้นฐานเป็นแล้ว มาศึกษาเพิ่มเติมเพื่อผลิตงานหนังสืออิเล็คทรอนิคส์ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นไฟล์นามสกุล .exe ซึ่งสามารถนำเสนอชิ้นงานได้บน Windows Platform ทั้งหมด 3. หลักสูตร “รอบรู้ เท่าทัน เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และ อินเทอร์เน็ต” ศึกษา และ เรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปสนับสนุนการทำงาน การเรียน ฯลฯ 4. หลักสูตร “การสร้างสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์” ศึกษาวิธีการสร้างบทเรียนในรูปแบบเว็บได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับครู นักการศึกษา นักวิชาการ เพื่อช่วยในการพัฒนาบทเรียน ข้อมูลเพิ่มเติม |
เหลือ เวลาเพียงไม่กี่เดือน ความคึกคักของตลาดแรงงานก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีบัณฑิตใหม่ไฟแรงก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยมาเคาะประตูองค์กรที่พวก เขาใฝ่ฝันจะร่วมงาน หากคงไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าเป้าหมายของเขาคือบริษัทใหญ่ชั้นนำ อันเป็นที่รู้กันว่าโดยมากแล้วบริษัทเหล่านี้ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจไอทีมักจะรับบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและมี ประสบการณ์อย่างน้อยๆ 2-3 ปี
ความเชื่อดังกล่าวอาจทำให้หลายคนมองว่าทางเดินของบัณฑิตใหม่ค่อน ข้างจะตีบตันและไร้ทางเลือก แต่นั่นก็เป็นเพียงความเชื่อที่มีส่วนผสมของความจริงและการคาดเดาคละกันไป ซึ่งไม่มีใครจะให้คำตอบได้ดีไปกว่าผู้บริหารในแวดวงไอทีที่เป็นผู้มองหา บุคลากรมาเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ
นายสุพจน์ ศรีนุตพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายการศึกษา บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทซอฟต์แวร์ข้ามชาติรายใหญ่ องค์กรในฝันของเหล่านิสิตนักศึกษาอันดับต้นๆ ตามการสำรวจของนิตยสาร e-commerce บอกว่า แม้ว่าโดยปกติแล้วมักจะรับแต่ผู้มีประสบการณ์เข้ามาร่วมงาน แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดโครงการ Executive trainees ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาจบใหม่ได้ทดลองทำงานกับไมโครซอฟท์เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจะรับสมัครในช่วง ปลาย พ.ย. ถึงต้น ธ.ค. ตามงานจ๊อบแฟร์ของมหาวิทยาลัย เมื่อปีที่ผ่านมาได้ไปออกบูธที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีนักศึกษาทั้งจากจุฬาฯ เกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ รวมถึงคนที่สมัครผ่านไปรษณีย์ก็เป็นจำนวนนับร้อย แต่ไมโครซอฟท์รับได้เพียงปีละประมาณ 10 กว่าคนเท่านั้น
“การรับสมัครจะรับทุกสายงานที่มี และน้องๆ จะได้ทำงานจริง มีการอบรมให้ความรู้เบื้องต้นก่อน และจะมีพี่เลี้ยงคอยดูแลเมื่อแยกแผนก ในการทำงานก็ไม่ใช่แค่ซีร็อกซ์หรือซื้อกาแฟแต่จะมีการทำชิ้นงาน ได้ตัดสินใจด้วยตัวเองจริงๆ เมื่อครบ 1 ปี ทุกคนก็จะมีประสบการณ์ในการทำงานมากพอ และก้าวสู่ตลาดแรงงานที่แท้จริง ส่วนใครที่หน่วยก้านดี และไมโครซอฟท์มีตำแหน่งงานว่างก็อาจได้ร่วมงานเลย เพราะปกติแล้วไมโครซอฟท์มักจะรับแต่ผู้มีประสบการณ์ 3-5 ปีขึ้นไปทั้งนั้น จึงถือเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับเด็กจบใหม่” ผู้จัดการฝ่ายการศึกษา บริษัท ไมโครซอฟท์ เล่าถึงสิ่งที่บัณฑิตจบใหม่จะได้รับจากไมโครซอฟท์ในระยะเวลา 1 ปี
ผู้บริหารของไมโครซอฟท์ บอกด้วยว่า การคัดสรรคนเข้าร่วมงาน ของไมโครซอฟท์นั้นไม่ได้พิจารณาจากเกรด และไม่ได้จำกัดสาขาวิชา แต่จะเน้นไปที่เรื่องของภาษาอังกฤษในระดับที่สื่อสารได้ และมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน มีความคล่องแคล่ว เรียนรู้ได้เร็ว และปรับตัวได้ดี เพราะการทำงานในองค์กรขนาดใหญ่และเป็นระดับสากล สภาพแวดล้อมค่อนข้างจะกดดันพอสมควร ส่วนจุดอ่อนของนักศึกษาจบใหม่ส่วนใหญ่ที่พบก็คือเขาจะยังไม่ค่อยเข้าใจ สังคมการทำงานมากนัก ยังมีความสนุกแบบเด็กมหาวิทยาลัยอยู่ ในขณะที่ชีวิตการทำงานต้องเป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่จากการที่รับน้องๆ มาร่วมงานตามโครงการเมื่อปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้พบว่าหลายคนมีความสามารถและจัดว่ามีหน่วยก้านดีถึงครึ่งต่อ ครึ่งทีเดียว
อีกหนึ่งองค์กรไอทีที่ติด 1 ใน 5 บริษัทในฝันของนิสิตนักศึกษาจากการสำรวจของนิตยาสาร e-commerce อย่าง ทรู ยักษ์ใหญ่วงการสื่อสาร นายไพบูลย์ ต.ศิริวานิช ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป ด้านกลุ่มลูกค้าบุคคล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น แลกเปลี่ยนมุมมองให้ฟังว่า สาเหตุที่ทำให้ทรูเป็นหนึ่งในบริษัทไอทีที่บัณฑิตจบใหม่ใฝ่ฝันจะเข้ามาร่วม งานด้วยนั้น คิดว่าน่าจะเป็นผลมาจาก 2 ปัจจัย คือ เรื่องของแบรนด์ที่เปลี่ยนจาก บริษัท เทเลคอมเอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มาเป็นทรู ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นไลฟ์สไตล์ ความสดใสได้อย่างชัดเจน ตรงกับกลุ่มของนักศึกษา และส่วนที่สองคือในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นโฮมโซลูชั่น มิวสิค ทรูไลฟ์ ฯลฯ
สำหรับเส้นทางของบัณฑิตจบใหม่ที่จะก้าวมาทำงานกับทรูนั้น ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป ด้านกลุ่มลูกค้าบุคคล บมจ.ทรู เปิดเผยว่า ทรูเปิด โอกาสให้เด็กรุ่นใหม่อยู่เสมอ และเปิดรับทุกสถาบัน ไม่จำเป็นต้องจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเท่านั้น แต่ขอให้มีความกระตือรือร้น มุ่งมั่น ซื่อสัตย์ มีความจริงใจ เชื่อมั่นว่าตนมีความสามารถที่จะทำได้ ให้เกียรติคนอื่น แคร์คนอื่น รวมถึงมีความคิดใหม่ๆ เหล่านี้เป็นคุณสมบัติของบุคลากรที่ทรูต้องการให้มาร่วมงาน แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เมื่อเข้ามาทำงานวัฒนธรรมของทรูก็จะค่อยๆ หล่อหลอมอยู่แล้ว ที่สำคัญ ขณะนี้ทรูยังมีโครงการที่จะขยายงานในอีกหลายส่วน ทั้งด้านอินเทอร์เน็ตและโมบายล์ รวมถึงเทคโนโลยี VoIP วิทยุโทรทัศน์ ดังนั้น จึงยังต้องการบุคลากรอีกมากในทุกสายงาน
อุตสาหกรรมพัฒนาเกม เป็นอีกหนึ่งสาขาของธุรกิจไอทีที่อยู่ในความสนใจของนิสิตนักศึกษาจำนวนไม่น้อย นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไซเบอร์แพลนเน็ต อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด บริษัท ผู้พัฒนาเกมของไทย มองตลาดแรงงานในส่วนนี้สำหรับบัณฑิตจบใหม่ว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมเกมในอนาคตยังมีที่ว่างอยู่มากสำหรับนักพัฒนาเกม ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเมอร์หรือเกมดีไซเนอร์ แม้ว่า ณ ปัจจุบันยังมีบริษัทที่รองรับแรงงานในด้านนี้ไม่มากเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่เพิ่งเริ่มต้น อย่างไรก็ตามตลาดยังขาด แรงงานด้านนี้อยู่มาก และยังต้องการโปรแกรมเมอร์ที่มีใจรักการเล่นเกม มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะ C++ รวมถึงเกมดีไซเนอร์ที่มีจินตนการ ชอบคิดชอบฝัน มีไอเดียใหม่ๆ เพราะต่อไปในส่วนของแอนนิเมชั่น 2D และ 3D จะมีการเติบโตอีกมาก
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ไซเบอร์แพลนเน็ต กล่าวถึงในส่วนของการเปิดรับบัณฑิตใหม่เข้าร่วม
งานกับบริษัทว่า ไซเบอร์แพลนเน็ต ไม่ได้ปิดกั้นว่าจะต้องรับเฉพาะผู้มีประสบการณ์หรือไม่อย่างไร แต่ขึ้นอยู่กับความสนใจและความมุ่งมั่นของผู้ที่จะเข้ามาร่วมงาน โดยขณะนี้เปิดรับทั้งในส่วนของฟรีแลนซ์และงานประจำ แต่จะมุ่งเน้นไปที่งานฟรีแลนซ์มากกว่า ซึ่งถ้าใครมีผลงานก็อาจทดลองส่งมาให้พิจารณาได้
ใน มุมของธุรกิจไอทีที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคโดยเฉพาะอย่าง เอ็นฟอร์ซ บริษัทซิเคียวริตี้ของคนไทย ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามทั้งในไทยและเวียดนาม นายนักรบ เนียมธรรม ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียวริตี้ ซิสเต็มส์ เอพี จำกัด บอก ว่า การเข้ามาร่วมงานกับเอ็นฟอร์ซไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มากมาย เพราะบริษัทมีนโยบายให้โอกาสกับเด็กอยู่แล้ว พร้อมกันนี้ได้มีโครงการ join nForce ที่เดินสายไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อพบปะพูดคุยกับนิสิตนักศึกษาถึงอนาคตการทำงาน และการร่วมงานกับเอ็นฟอร์ซ หากใครต้องการร่วมงานและมั่นใจว่าตนเก่งจริงก็สามารถเดินเข้ามาคุยกันได้เลย โดยคุณสมบัติหลักๆ ที่จะพิจารณาก็คือ ความสามารถในสายงานที่นักศึกษาอยากจะเป็น เช่นถ้าต้องการทำงานด้านซิเคียวริตี้ก็ต้องมีความรู้พื้นฐานในด้านนี้บ้าง ไม่จำเป็นต้องได้เกียรตินิยมขอเพียงให้เก่งในสายที่จะก้าวไปก็พอ ทั้งนี้ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเก่งมากมายอะไร เพราะเอ็นฟอร์ซรู้ดีว่าเด็กจบใหม่ควรมีพื้นฐานในระดับใด และจากปีที่ผ่านได้รับบัณฑิตใหม่เข้าร่วมงาน 2 คน ก็พบว่าทั้งคู่เป็นบุคลากรที่มีความสามารถในระดับที่น่าภูมิใจเลยทีเดียว
ผู้บริหารเอ็นฟอร์ซ กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากความสามารถก็คือเรื่องของทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่เปลี่ยนแปลงกันได้ยาก รวมไปถึงเรื่องของวุฒิภาวะทางอารมณ์และการควบคุมอารมณ์ ตลอดจนการสื่อสารกับผู้อื่น คือต้องสนทนาและอธิบายสิ่งต่างๆ ให้คนอื่นเข้าใจได้ เนื่องจากลักษณะงานของเอ็นฟอร์ซคือการพบปะผู้คน ต้องทำงานกับคนจำนวนมาก ทั้งนี้ยอมรับว่าในปัจจุบันเด็กสมัยใหม่มีความสามารถมาก บางคนจบใสก็สามารถใช้งานได้เลย แต่สิ่งที่ต้องเสริมก็คือเรื่องของการทำงานเป็นทีมซึ่งต้องอาศัยเวลาพอสมควร
“ในช่วง 4-5 เดือนนับจากนี้ นิสิตนักศึกษาจะต้องรู้แล้วว่าเมื่อจบไปคุณจะทำอะไร ถ้าจะเรียนต่อก็ควรอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบ แต่ถ้าจะทำงานก็ต้องค้นหาตัวเองแล้วว่าคุณอยากทำงานด้านไหนแล้วมุ่งมั่นไป ให้ตรงสายงานนั้น เพราะงานในด้านเอ็นจิเนียร์เป็นงานที่สั่งสมประสบการณ์เฉพาะทาง ไม่สามารถเปลี่ยนงานไปมาได้ง่ายเหมือนสายงานอื่น” ผู้บริหารบริษัทไอทีด้านซิเคียวริตี้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วฝากทิ้งท้ายถึง ว่าที่บัณฑิต
คำตอบของผู้บริหารบริษัทไอทีชั้นนำคงจะชี้ให้เห็นแล้วว่าเส้นทาง การทำงานบนธุรกิจไอทีสำหรับบัณฑิตจบใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม อีกต่อไป ไม่ต้องพ่วงเกียตินิยม ไม่ต้องพกประสบการณ์มามากมาย ขอเพียงแต่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และพร้อมที่จะพัฒนาตนเองในสายงานที่ต้องการจะเติบโต เท่านี้ก็ดูจะเพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่สดใสนอกรั้ว มหาวิทยาลัย…
Source : http://www.thairath.com/news.php?section=technology03a&content=24825
The Top Curriculum
Rutgers University
University of Texas at Austin, School of Information
Source : http://www.verticalmeasures.com/education.html
BANGKOK, Feb. 14 (Xinhua) — Thailand’s Foreign Minister Noppadon Pattama on Thursday denied rumors that ousted premier Thaksin Shinawatra is scheduled to return to Thailand on Valentine’s Day.
“From what I know, he will not return today,” Noppadon, former chief legal adviser of Thaksin and his family said in a radio program.
However, he did not elaborate Thaksin’s exact schedule for return to Thailand.
Meanwhile, Deputy Prime Minister and Finance Minister Surapong Suebwonglee also denied the rumor. The former government spokesman of Thaksin government said the deposed prime minister has not contacted him about the return.
Earlier, local newspapers reported Thaksin, who was ousted during a military coup in 2006, is currently in Singapore and will take a morning flight to Suvarnabhumi Airport of Bangkok on Thursday.
![]() Saprang: `Under no pressure to quit’ |
All but one member of the Airports of Thailand (AoT) board tendered their resignations yesterday, paving the way for the Samak government to appoint a new executive board. Fourteen members led by board chairman Gen Saprang Kalayanamitr requested that their resignation take effect today.
Only AoT president Chana U-sathaporn remains as a board member and a general assembly of shareholders will be held on March 14 to select a new board.
Gen Saprang insisted he had not been under pressure to step down as board chairman, saying his resignation was good timing and that it did not affect the agency.
”I do not regret anything I did in my capacity as board chairman over the past year,” he said.
He defended the slump in revenues of AoT, saying it was not a failure of management. He said the decrease was partly due to the conflict with King Power Plc, the operator of duty-free shops and commercial areas at Suvarnabhumi airport. ”My decisions have not been based on any negative attitudes towards the company. I do not have the power to tamper [with the AoT's and the firm's operations],” he said.
Chirmsak Pinthong, AoT board member and spokesman, yesterday warned the next board against making changes to the Saprang board’s decisions.
He said the outgoing board has tried to correct the wrongs and has agreed to a proposal to impose noise charges upon the airlines using Suvarnabhumi airport.
Mr Chirmsak asked the new board to study the proposal which is aimed at encouraging airlines to switch to low noise-emitting aircraft and setting up a fund to compensate residents affected by aircraft noise.
He said there are two options for noise charges imposed on airlines _ the charges will depend on the amount of aircraft noise or on the period of take-off and landing.
Vice ACM Chana said the board has approved the noise charges in principle, and that AoT’s management has yet to work out the details for submission to the new board.
Meanwhile, Transport Minister Santi Prompat said the ministry will speed up construction of a third runway to accommodate traffic following repairs of the eastern runway.
A 2,000-metre length of the eastern runway is being closed for repairs for 50 days as surface damage over a long distance has been found.
The damage stretches for 600 metres out of the total 4,000 metres of the eastern runway.
Mr Santi added that Finance Minister Surapong Suebwonglee has volunteered to work to shore up the image of Suvarnabhumi airport.
”We will use every means we can including marketing to erase the bad image. The airport has a lot of advantages,” said Mr Santi.
The third runway project worth 7.1 billion baht is part of the second phase of Suvarnabhumi airport’s development which covers five years under a budget of 48.12 billion baht.
The Vous Spa at Novotel Suvarnabhumi Airport Hotel now offers a new experience “Spa at Swimming Pool”, the outdoor pool located on the 2nd floor of west wing in magnificent view of skyline with its form surrounded by a lush tropical garden style and state-of-the-art pool bar service which make feeling like being at the resort.
The Vous Spa is a luxurious originally urban spa from France, provides professional standard services along with the Decléor product. Vous Spa is located on the second floor of west wing, offering a wide huge of traditional Thai massages for your preference include body massage, body treatment relaxing with aroma therapy. There are 7 private rooms with individually a double bed, Jacuzzi and shower also in room. Open service daily 7.30am–midnight.
‘Spa at Swimming Pool’ is a new service offering the most popular types of Thai massage therapy including body massage, foot massage and back & shoulder massage. Our therapist will make you feel aligns the energies of the body using pressure on specific points, includes compressions and stretches. It is also reduces stress and improves flexibility and range of motion.
- Thai massage 60 minutes is Baht 1,200++
- Thai foot massage 60 minutes is Baht 1,000++
- Back & shoulder massage 30 minutes is Baht 800++
Bring yourself relax, restore & revitalize with massage therapy at swimming pool. Time available from 2.30pm to 6.00pm.









