Archive for November, 2007
Thailand’s Transport Ministry has put their backing behind allowing Don Mueang Airport to operate international flights before the completion of a feasibility study due to increasing congestion at Suvarnabhumi Airport.
Transport Minister, Theera Haocharoen said the International Civil Aviation Organisation (ICAO) study would only be completed after seven months at the earliest which would prove too late after Suvarnabhumi is already approaching its full capacity of 45 million passengers a year.
“This issue should be cleared before my term as transport minister comes to an end,” he said.
The operator of both airports, AOT is in the process of finalising guidelines to resume operations at Don Mueang and plans to meet with international airlines on November 26 to discuss the move. Several airlines have reportedly voiced their opposition to the move, saying dual airports would only be efficient with good transport links.
Next year an Airport Rail Link running from Makkasan to Suvarnabhumi should be completed, although already behind schedule due to construction delays.
Thai AirAsia’s Chief Executive Officer Tassapon Bijleveld has refused any move to Don Mueang Airport saying, “Thai AirAsia has already moved our head office to a location near Suvarnabhumi”.
Bangkok Airways also said they plan to operate at Suvarnabhumi only for its domestic and international flights.
Honorary president of the Tourism Council of Thailand, Wichit na Ranong said he disagreed with the plan without a high-speed train service linking the two airports in place and instead suggested Don Mueang be used as a special-purpose airport or for chartered flights only.
AOT vice chairman Narongsak Sangapong said Don Mueang should be used as a second international airport for the next few years until Suvarnabhumi could build a new terminal thereby increasing its capacity.
“We would need to consult with international airlines as the reopening will take time. Airlines will need to move back to Don Mueang and there will be new investments for ticket booths and passenger lounges,” Mr Narongsak said.
Chaisak Angkasuwan, director-general of the Civil Aviation Department said airlines that returned to Don Mueang would be on a voluntary basis and that the Department would not provide any incentives for relocations.
ในที่สุดเช็คใบที่ 2 จาก Google AdSense ก็มาซะที หลังจากรอมา 4 เดือน (เช็คใบแรกได้เดือน มิย.)
มาดูหน้าตาเช็คกัน .. อิอิ
ใครอยากได้เช็คแบบนี้บ้าง รีบสมัคร Google AdSense ตอนนี้ที่ มุมขวาบนของหน้านี้เลย
หลายสัปดาห์ก่อนผมได้ขอ CD Ubuntu version ใหม่ล่าสุด (7.10) จาก https://shipit.ubuntu.com
โดยไม่ได้หวังว่าจะได้ เพราะดูเหมือนคิวจะยาว
วันนี้ 6 พย. 50 ผมได้ CD Ubuntu 7.10 แล้ว ส่งมาจาก Netherlands ซะด้วย … ที่สำคัญ “ฟรี” ครับ ไม่เสียเงินซักบาท …
นี่คือซองที่ได้ครับ
ด้านหลัง
ใครสนใจต่อคิวขอ CD ได้ที่ https://shipit.ubuntu.com
“ในหลวง”ทรงหายจากพระอาการประชวรแล้ว จะเสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงพยาบาลศิริราชวันนี้(7พ.ย.) ขณะที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯทรงมีพระอาการไข้ลดลง ทรงรู้พระองค์มากขึ้น ประทับรถเข็นได้บ้าง พระบรมฯพระราชทานขนมเปี๊ยะแก่ประชาชน
วันที่ 6 พฤศจิกายน สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร ฉบับที่ 26 ความว่า “ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรมณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคมพุทธศักราช 2550 เพื่อทรงรักษาพระอาการพระวรกายด้านขวาอ่อนแรงเนื่องจากภาวะขาดพระโลหิตไปเลี้ยงพระสมองด้านซ้ายชั่วคราว และเพื่อทรงรักษาพระอาการเจ็บบั้นพระองค์ด้านขวา ซึ่งเกิดจากติ่งถุงเนื้อเยื่อของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) อักเสบซึ่งสำนักพระราชวังได้แถลงการณ์ให้ทราบมาโดยตลอดแล้วนั้น
บัดนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้รายงานว่า การถวายการรักษาด้วยพระโอสถและการที่ทรงบริหารพระวรกาย ทำให้พระวรกายด้านขวาที่อ่อนแรงมีพระกำลังแข็งแรงขึ้นเป็นลำดับจนพระดำเนินโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยพยุงได้ในระยะสั้นๆ อาการอักเสบของพระอันตะหายเป็นปรกติ สามารถที่จะเสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงพยาบาลศิริราชกลับไปประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ได้ในวันพุธที่ 7 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2550 ในการนี้คณะแพทย์ฯ ได้ขอพระราชทานให้ทรงบริหารพระวรกายต่อไปอีกสักระยะหนึ่งจนกว่าพระกล้ามเนื้อจะแข็งแรงเต็มที่
อนึ่งในระหว่างที่ทรงพระประชวรปรากฏว่ามีพระบรมวงศานุวงศ์ พระประมุข พระราชวงศ์ต่างประเทศ คณะทูตานุทูต และผู้แทนฝ่ายกงสุล ชาวต่างประเทศ ทั้งที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทย ทั้งที่เดินทางมาท่องเที่ยว นักบวชศาสนาต่างๆ ตลอดจนข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งในประเทศและต่างประเทศได้แสดงความห่วงใยในพระอาการประชวร ได้ลงพระนาม และลงนามถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว รวมทั้งได้เฝ้าติดตามข่าวพระอาการประชวรอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชอย่างใกล้ชิด ซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงชื่นชมในความปรารถนาดี ทำให้พระอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระราชกระแสขอบพระทัย และทรงขอบใจ มาแจ้งให้ทราบทั่วกัน
สำนักพระราชวังจะได้ยุติการออกแถลงการณ์เพียงฉบับนี้
จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
สำนักพระราชวัง
6 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2550″
ทั้งนี้เมื่อเวลา 18.15 น.ของวันเดียวกัน สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 25 ใจความว่า “วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบริหารพระวรกาย พระกำลัง พระวรกายแข็งแรงขึ้น และทรงพระดำเนินโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยพยุงในระยะใกล้ได้ เสวยพระกระยาหาร ได้เป็นปรกติ จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน”
พร้อมกันนี้ ยังมีแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระประชวร ฉบับที่ 13 ใจความว่า “วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ รายงานว่า พระอาการไข้ลดลง ทรงรู้พระองค์มากขึ้น ประทับ (นั่ง) บนพระแท่น (เตียง) และประทับรถเข็นได้บ้าง คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา ได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะและกายภาพบำบัดต่อไป จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน”
ราชินีรับสั่ง”พ่อหลวงหายดีแล้ว”
นางสมจิตรพานทอง อายุ 51 ปี จาก จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนวันที่ 5 พฤศจิกายน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นได้เสด็จฯ กลับเวลาประมาณ 02.00 น. และมีพระราชปฏิสันถารกับประชาชนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จว่า “พ่อหลวงหายดีแล้ว แข็งแรงดี ขอบใจทุกคน” ซึ่งประชาชนที่ได้ยินต่างเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” กันถ้วนหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการถวายพระพรที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่ยี่สิบสามแล้ว ยังคงมีประชาชนสวมเสื้อเหลืองมาเฝ้าพระอาการและลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อย่างเนืองแน่น พร้อมเข้าสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เพื่ออธิษฐานขอให้ทั้งสองพระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว
ทั้งนี้สำนักพระราชวังนำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขนาดโปสเตอร์ ซึ่งมีผู้ไม่ประสงค์จะออกนามนำมาทูลเกล้าฯ ถวาย แจกให้ประชาชนที่มาลงนามถวายพระพรด้วย ขณะเดียวกัน สำนักพระราชวังนำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ฉายพระบรมรูปร่วมกับพระราชอาคันตุกะที่มาร่วมเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ที่สำนักพิมพ์มติชนทูลเกล้าฯ ถวาย มาแจกให้ประชาชนด้วย ซึ่งพสกนิกรต่างมาต่อคิวรับโปสเตอร์ภาพอย่างเนืองแน่น
พระบรมฯพระราชทานขนมเปี๊ยะพันถุง
เมื่อเวลาประมาณ15.00 น.สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ โปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ท.ภักดี แสงชู-โต ผู้แทนพระองค์กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำขนมเปี๊ยะพระราชทานจำนวน 4,000 ถุง บรรจุถุงละ 4 ชิ้น มาแจกจ่ายแก่ประชาชน โดยมีประชาชนต่อแถวรอรับยาวเหยียด
หลังจากนั้นมีคณะกรรมการรางวัลนานาชาติมูลนิธิเจ้าฟ้ามหิดล 6 คน นำโดย ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการ และนายเนวิน เชอร์กินซอร์ นพ.ไกรสิงห์ ตันติกระสิน ศ.นพ.อารีย์ วัลยเสวี มาร่วมลงนาม โดย ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าวว่า มูลนิธิรับใช้ในหลวงมานาน รางวัลมหดิลก็เปรียบเหมือนรางวัลโนเบล ซึ่งประเทศไทยจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบรมราชชนก ทุกปีจะมีการพิจารณาบุคคลที่โดดเด่นด้านการแพทย์และสาธารณสุขทั่วโลก และวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ นำคณะกรรมการชุดดังกล่าวไปสัญจรที่ อุบลราชธานี พวกตนอยากให้พระองค์ทรงหายพระประชวรโดยเร็ว
ส่วนนายเนวินเชอร์กินซอร์ กล่าวว่า ประทับใจที่เห็นในหลวงทรงทำทุกอย่างให้ประชาชนของพระองค์สุขสบาย อยู่ดีกินดี และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ตนในการทำงานต่อไป
“ป๋าเปรม”เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร
เมื่อเวลา11.50 น.พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และนายเชาวน์ ณ ศีลวันต์ องคมนตรี มายังอาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเข้าเฝ้าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และติดตามพระอาการประชวรสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ มีอาสาสมัครทหารพรานค่ายปักธงชัย กองทัพบก 18 นาย มาลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
ส่วนบุคคลสำคัญที่มาลงนามถวายพระพรวันเดียวกันนี้ได้แก่ รศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผอ.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งนำคณะผู้บริหาร พร้อมนิสิตจุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้สด และลงนามถวายพระพร
นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย นำเข็มกลัดพระฉายาลักษณ์ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณณวดี ในโครงการทูบีนัมเบอร์วัน มาแจกจ่ายให้ประชาชนจำนวน 2,000 อัน และหนังสือในโครงการทูบีนัมเบอร์วันอีก 1,000 เล่ม
นอกจากนี้มีนายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด(มหาชน) นำดาราและผู้จัดรายการสถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 เช่น นางมยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช น.ส.กอบสุข จารุจินดา นายภาณุเดช วัฒนสุชาติ นายพงษ์พัฒน์-นางธัญญา วชิรบรรจง นายฉัตรชัย เปล่งพานิช นายวรายุธ มิลินทจินดา นายวิทวัส สุนทรวิเนตร์ เจ้าของรายการ “ตีสิบ” พร้อมด้วยทีมงาน ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพร
นายฮาเวิร์ด พอร์ อายุ 56 ปี ชาวอังกฤษ ซึ่งมาลงนามถวายพระพร กล่าวว่า ในหลวงเป็นคนพิเศษของทุกคน รู้สึกซาบซึ้งในความเป็นกษัตริย์ที่เก่งในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง การประหยัด รวมไปถึงในยามที่บ้านเมืองระส่ำระสายพระองค์ทรงออกมาช่วยให้เกิดความสมานฉันท์ ปรองดอง และเกิดความสงบในประเทศ
รพ.ศิริราชขอปชช.งดใช้เสียงหลัง 2 ทุ่ม
นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ผอ.โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า เห็นด้วยกรณี ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงขอความร่วมมือให้ประชาชนที่มาลงนามถวายพระพรงดส่งเสียงดังหลังเวลา 20.00 น. เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อผู้ป่วยในโรงพยาบาล แต่ช่วงกลางวัน ซึ่งประชาชนอาจจัดแสดงมาถวายพระพร หากมีการใช้เสียงดังมากเกินไป ตนก็จะลงมาตักเตือนเอง ส่วนบริเวณศาลาศิริราช 100 ปี ได้ให้สำนักพระราชวังดูแลความเรียบร้อยในการใช้เสียง แต่ขอให้ประชาชนอย่าใช้เครื่องขยายเสียงทั้งในบริเวณอาคารศิริราช 100 ปี และบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบรมราชชนก เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้ป่วยในโรงพยาบาล
“ขอยืนยันว่า หากเสียงดังมากจริงๆ ผมจะลงมาหยุดเอง ไม่อยากให้กระทบเบื้องยุคลบาท เชื่อว่าประชาชนทุกคนต้องการแสดงความจงรักภักดี แต่ต้องอยู่ในความพอดี โรงพยาบาลก็ไม่อยากให้เสียงจากการแสดงไปกระทบต่อผู้ป่วยในโรงพยาบาล จึงขอความกรุณาลดการใช้เสียง เพราะโรงพยาบาลเป็นสถานที่ควบคุมการใช้เสียงอยู่แล้ว” ผอ.โรงพยาบาลศิริราช กล่าว
มูลนิธิศิริราชนำปฏิทินพระบรมฉายาลักษณ์แจก
ต่อมามีบุคคลสำคัญต่างๆเดินทางมาร่วมถวายพระพร เช่น ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.เหลือพร ปุณณกันต์ กรรมการผู้จัดการศิริราชมูลนิธิ นำปฏิทินปี 2551 พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระบรมฉายาลักษณ์เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มาทูลเกล้าฯ ถวายจำนวน 5,000 แผ่น ซึ่งปฏิทินดังกล่าวจัดพิมพ์โดยศิริราชมูลนิธิ มาแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาร่วมลงนามถวายพระพร
เมื่อเวลา10.00 น.มีประชาชนมาร่วมถวายพระพร เช่น นางมยุรี ศรีนาค ผอ.ร.ร.วัดสระแก้ว อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง นำคณะนักเรียน 50 คน พร้อมกับตุ๊กตาชาววัง 2 ชุด ไข่ 2 กระเช้า กล้วยหอมปรุงรส จากโครงการส่งเสริมอาชีพกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบางเสด็จจำนวน 2,000 ถุง พร้อมกับชุดการแสดงรำอวยพรมหาเทพ และระบำเทพบันเทิง แสดงหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบรมราชชนกด้วย
นางมยุรีกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่นักเรียนโรงเรียนวัดสระแก้วมาก ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 4,500 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นทุนการศึกษาและค่าอาหาร จึงนำเด็กกำพร้ามารำวีรมหาเทพถวาย
กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านยึดเศรษฐกิจพอเพียง
จากนั้นมีชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน นำโดย นายชีรวิทย์ อำนวยรุ่งเรือง ปลัดอำเภอเมืองสมุทรสาคร และนายฉาย ขวัญเต่า ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จ.สมุทรสาคร นำคณะกำนันผู้ใหญ่บ้านจาก อ.บ้านแพ้ว อ.กระทุ่มแบน และ อ.เมือง 170 คน มาลงนามถวายพระพร พร้อมกล่าวปฏิญญาณว่าจะทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของหมู่บ้านชุมชนใน จ.สมุทรสาคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการรณรงค์ยาเสพติดในโครงการ 80 พรรษา รวมพลังไทยเทิดไท้องค์ราชัน และจะนำแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่พระครูสุนทรจิรยวัฒน์ อายุ 96 ปี โดยบวชมากว่า 70 พรรษา เจ้าอาวาสวัดยางงาม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดัง เป็นที่เคารพนับถือของชาวปากท่อ ได้มาร่วมลงนามถวายพระพร กล่าวว่า ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ เพื่อทรงไว้ซึ่งชาติและศาสนาสืบต่อไป
เด็กพิการทางปัญญาเล่นดนตรีไทยถวายพระพร
นางอรนุชไชครุฑ อาจารย์สอนดนตรีไทย ร.ร.ปัญญาวุฒิกร มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้นำเด็กผู้พิการทางปัญญา 28 คน มาลงนามถวายพระพรและบรรเลงดนตรีไทย พร้อมกับเล่นเพลงค้างคาวกินกล้วย ลาวเจริญศรี ลาวสร้อย ลาวเสี่ยงเทียน ลาวสมเด็จ
น.ส.วัลยพรกอกำเนิดทอง อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นประถมปีที่ 4 กล่าวว่า “รักในหลวงมากๆ ท่านทรงใจดี รู้ว่าพระประชวร ขอให้ทรงหายเร็วๆ อยากทำความดีเพื่อในหลวง จะตั้งใจเรียนหนังสือเพื่อเป็นคนดีของในหลวง และจะนำรูปในหลวงที่ได้รับแจกไปไว้บนหิ้งเพื่อบูชา”
พระครูสังฆรักษ์ณัฐกรณ์ผอ.สถานีวิทยุพุทธศาสนา เอฟเอ็ม 96 เมกะเฮิรตซ์ จ.เชียงใหม่ นำคณะพระสงฆ์และประชาชนจากวัดพระธาตุดอยสุเทพ จำนวน 95 รูป/คน มาลงนามถวายพระพร ขณะที่ นางพรรณี นิลสิทธิ์ รอง ผอ.ร.ร.วัดแจงร้อน นำนักเรียน 22 คน มาลงนามถวายพระพร และนำการแสดงรำถวายพระพรจินตลีลา เพลงองค์เดียวในโลก มาแสดงถวาย พร้อมกับนั่งสมาธิอธิษฐานจิตให้ทั้งสองพระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร
ขณะที่บริเวณโดยรอบโรงพยาบาลศิริราชมีนักเรียนของกองลูกเสือสมุทรโรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม กทม. นำโดย นายไพสิน เจริญนิตย์ ผู้บังคับบัญชากองลูกเสือสมุทร ซึ่งมาลงนามถวายพระพร ได้ร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์โดยการเก็บขยะและสิ่งปฏิกูลบริเวณโรงพบาบาลจำนวน 100 คน
ม.ล้านนาน้อมเกล้าฯถวายแจกันศิลปะเฉลิมพระเกียรติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกันจัดทำโครงการจัดสร้างแจกันศิลปะกรรมเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จำนวน 9 ใบ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ไปทรงรับมอบ ในวันที่ 12 พฤศจิกายน ณ อาคารสวนจิตรลดา
ทั้งนี้การจัดสร้างแจกันดังกล่าว เพื่อเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเผยแพร่พระเกียรติคุณ และพระบุญญาธิการ ที่ทรงปกครองแผ่นดินมาอย่างยาวนาน นอกจากนั้นยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 และเป็นการสร้างผลงานศิลปะร่วมสมัยแบบล้านนาในยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อจารึกไว้ให้ลูกหลานสืบต่อไป
ประกวดร้องเพลงพระราชนิพนธ์
ที่จ.เชียงใหม่ นายมงคล แจ่มจิตรตรง ผู้พิพากษาศาลเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า มูลนิธิศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับคณะผู้พิพากษาศาลเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมจัดการแข่งขัน “ประกวดร้องเพลงพระราชนิพนธ์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชัน” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และเพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมยามว่างที่เป็นประโยชน์ให้แก่เด็กและเยาวชนไม่ให้หันไปพึ่งพายาเสพติด ซึ่งถือเป็นปัญหาในระดับชาติ
การจัดการแข่งขันครั้งนี้กำหนดเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมแข่งขันออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มเยาวชนในระดับประถมศึกษา 2.กลุ่มเยาวชนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 3.กลุ่มเยาวชนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และ 4.ระดับชั้นอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจ โดยจะมีการแข่งขันรอบคัดเลือกระหว่างวันที่ 26-29 พฤศจิกายน และชิงชนะเลิศวันที่ 30 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 17.30 น. ที่หอประชุมคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่
ศิริราชเก็บโต๊ะลงนามถวายพระพร
ยอดผู้ลงนามถวายพระพรประจำวันที่ 6 พฤศจิกายน รวมเป็นจำนวน 34,219 รายชื่อ รวมยอดทั้งหมด 24 วัน 1,096,563 รายชื่อ ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 19.00 น.เป็นต้นไป เมื่อสำนักพระราชวังได้ปิดการลงนามถวายพระพรที่ศาลาศิริราช 100 ปีแล้ว เจ้าหน้าที่ได้เก็บพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้งเก็บโต๊ะลงนามถวายพระพร และอุปกรณ์เครื่องเขียน สมุด ปากกา ลงกล่องกระดาษ พร้อมกับทำความสะอาดบริเวณศาลาศิริราช 100 ปี
ที่มา http://www.komchadluek.net
เฟสบุ๊ก (Facebook) เว็บไซต์สังคมออนไลน์ชื่อดังเตรียมโกอินเตอร์เต็มขั้น ปูทางหวังแบ่งเค้กตลาดอินเทอร์เน็ตเบอร์สองของโลกอย่างจีนด้วยการขอจดทะเบียนเว็บแอดเดรสท้องถิ่น .cn
แม้จะมีจำนวนผู้ใช้รายใหม่หลายแสนคนต่อวันแต่ยังไม่พอใจ ล่าสุดเฟสบุ๊กหวังโกยคะแนนนิยมจากอาตี๋อาหมวยแดนมังกรด้วยยื่นเรื่องขอจดทะเบียนนามสกุล .cn งานนี้เฟสบุ๊กยังไม่ยืนยันว่าจะให้บริการบนเว็บ .cn นี้เป็นภาษาจีนหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี เพราะขณะนี้เฟสบุ๊กมีสมาชิกซึ่งเป็นชาวจีนแต่ใช้ภาษาอังกฤษได้อยู่แล้วถึง 1 แสนคน
ข้อมูลจากเฟสบุ๊กระบุว่า สมาชิกชาวจีนส่วนใหญ่ของเฟสบุ๊กนั้นเป็นกลุ่มคณาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน เช่นมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และมหาวิทยาลัยแห่งเมืองฟูดาน
รายงานระบุว่าขณะนี้เฟสบุ๊กได้จดทะเบียนชื่อ Facebook.cn แล้ว โดยปรากฏเป็นข้อมูลในเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศของรัฐบาลจีนหรือ www.cnnic.com.cn อย่างไรก็ตาม จากการสืบค้นพบว่าชื่อ facebook.com.cn นั้นถูกจดทะเบียนแล้วโดยกลุ่มผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตท้องถิ่นของจีน โดยเว็บไซต์ดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อรีไดเร็กหรือลิงก์ไปที่ www.facebook.com ยังไม่มีรายงานความเห็นเพิ่มเติมจากผู้บริหารเฟสบุ๊กในขณะนี้
สำหรับตลาดจีน ปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วประเทศราว 162 ล้านคน มากเป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา
ที่มา : http://manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9500000129674
กูเกิล (Google) เปิดตัวระบบชุมชนออนไลน์ใหม่หวังมัดใจนักพัฒนาโปรแกรมทั่วโลก มาพร้อมคุณสมบัติที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะเป็นจุดดึงนักพัฒนาให้ออกห่างจากชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่อย่างเฟสบุ๊ก (Facebook) คุณสมบัติดังกล่าวคือระบบเปิดที่สมาชิกจะสามารถสร้างแอปพลิเคชันได้บนเว็บไซต์ และเปิดกว้างให้สามารถรองรับเว็บไซต์ชุมชนอื่นๆได้มากกว่าเฟสบุ๊ก
ชุมชนออนไลน์สำหรับนักพัฒนาของกูเกิลนั้นมีชื่อว่าโอเพ่นโซเชียล (OpenSocial) รายงานจากรอยเตอร์ระบุว่าระบบภายในโอเพ่นโซเชียลจะมีเครื่องมือพื้นฐานที่นักพัฒนาจะสามารถใช้สร้างสรรค์แอปพลิเคชัน และฝังแอปพลิเคชันที่พัฒนาได้ลงในเว็บไซต์อื่นๆ ทั้งหมดนี้ไม่เพียงตรงกับความต้องการของนักพัฒนารายย่อยมือใหม่ แต่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเจ้าของเว็บไซต์ที่ต้องการนำโปรแกรมไปติดบนเว็บไซต์ของตัวเอง
“แนวคิดคือการทำให้เว็บไซต์มีความเป็นสังคมมากขึ้นอีก” โจ ครอส ประธานฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของกูเกิลกล่าวถึงโอเพ่นโซเชียล ซึ่งถูกมองว่าจะเป็นแหล่งดึงดูดนักพัฒนาให้ออกห่างจากชุมชนออนไลน์เจ้าตลาดในขณะนี้ เนื่องจากจะเป็นศูนย์รวมการพัฒนาโปรแกรมครบวงจร
งานนี้กูเกิลเผยว่ามีการเซ็นสัญญากับพันธมิตรนับสิบราย ทั้ง Oracle, salesforce.com, LinkedIn และเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์อย่าง Orkut และ Friendster
บัลลังก์เฟสบุ๊กสะเทือน
ระบบของโอเพ่นโซเชียลถูกมองว่าจะทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างโปรแกรมได้ง่ายกว่าการใช้ระบบของเฟสบุ๊ก นอกจากนี้ยังสามารถรองรับกับเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์อื่นๆได้ จุดนี้อาจทำให้นักพัฒนาตีตนออกห่างจากแพลตฟอร์มการทำงานของเฟสบุ๊ก
รายงานของซีดีเน็ทดอทคอมวิเคราะห์ว่า เฟสบุ๊กนั้นมีสาวกกว่า 50 ล้านรายเพราะยูสเซอร์เหล่านี้ชื่นชอบบริการและแอปพลิเคชันบนเฟสบุ๊ก แต่ทั้งหมดย่อมสั่นคลอนหากบริการของค่ายอื่นสามารถทำได้ดีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้เฟสบุ๊กตัดสินใจหันมารองรับแพลตฟอร์มของโอเพ่นโซเชียล และเปิดกว้างให้ระบบของตัวเองกว้างขึ้น ซึ่งเชื่อว่าเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์หลายๆแห่งจะพากันปรับตัวเพื่อรับมือกับการลงสนามของโอเพ่นโซเชียลในเร็ววันนี้
ที่มา :http://manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9500000129420
Flocks of birds are creating a safety threat at an airport in Thailand’s capital, Bangkok, local reports say.
Birds have been involved in 48 minor collisions with planes at Suvarnabhumi airport, according to the Bangkok Post.
Thousands of birds are said to be attracted by drainage canals around the runways and food on nearby farms.
Earlier this month pilots’ groups expressed concern that a major accident could happen if a large bird was caught in the engines of a plane on take-off.
Abundant food
Airports of Thailand (AoT), which runs Suvarnabhumi, monitored the runways after pilots voiced their fears.
The organisation found that the most serious threat came from open-billed storks, which gather in flocks of up to 700 and can grow to around 80cm (31.5in) in length.
They also found that the large fish ponds and tall trees at a temple 6km (3.7 miles) away were providing additional food, shelter and breeding grounds for the birds.
Efforts to scare the birds away, including firecrackers and bird nets, have so far failed.
The AoT is now attempting to control rubbish and vegetation around the runways to reduce the amount of food available.
Suvarnabhumi, which means golden land in Thai, opened in September 2006 at a cost of $4bn (£1.95bn).
The construction project was plagued by problems, including cracks in the runway and claims of corruption by former Prime Minister Thaksin Shinawatra, who was ousted in a coup shortly before the official opening.
A government representative told the Bangkok Post that the newly-formed Thai aviation safety committee will meet in November to discuss possible solutions to the problem.










